การพิสูจน์ความจริงในคดีฆาตกรรม หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์นับว่ามีความสำคัญเพราะเป็นกระบวนการตรวจสอบที่ได้รับการยอมรับกันทั่วโลก หลายคดีที่แม้ไม่มีประจักษ์พยานแต่ก็ยังคลี่คลายได้ด้วย หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
เช่นคดีที่เกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 18 ต.ค. หลัง นายนพรัตน์ ป้องญาติ อายุ 31 ปี จัดงานฉลองขึ้นที่บ้านเลขที่ 87 หมู่ 6 บ้านตระการ ตำบลตระการ อำเภอตระการพืชผล พร้อมจ้างคณะหมอลำซิ่งมาแสดงแก้บน และให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน ได้สนุกสนาน เนื่องจากเจ้าตัวประสบความสำเร็จจากการไปทำงาน ต่างประเทศ และเพิ่งเดินทางกลับมาบ้านเมื่อ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา

บ้านที่เกิดเหตุ
แต่ขณะชาวบ้านรับฟังดนตรีกันอย่างสนุกสนาน เหตุสยองก็ เริ่มต้นขึ้นเมื่อกลุ่มวัยรุ่นต่างหมู่บ้าน ที่มาร่วมชมการแสดงมีปากเสียงทะเลาะชกต่อยกับกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้าน
จากนั้นทั้งสองฝ่ายเข้าตะลุมบอนกันดุเดือด ก่อนจะมีเสียงปืน ดังขึ้นหลายนัด หลังเสียงปืนสงบ ก็พบนายสุริยะ ลาพ้น อายุ 17 ปี วัยรุ่นหมู่บ้านเอ็นอ้า หมู่ 2 ต.ตระการ อ.ตระการพืชผล นอนเสียชีวิตอยู่ข้างเวทีหมอลำซิ่ง มีบาดแผลถูกยิงขมับซ้าย 1 นัด หลัง 2 นัด และแขนซ้าย 1 นัด ส่วนนางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี พยานที่เห็นเหตุการณ์ตอนเกิดเหตุ เล่าว่า ขณะหมอลำกำลังแสดงกลุ่มผู้ตายทะเลาะกับกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้าน จนเกิดการชกต่อยกันชุลมุนวุ่นวาย มีการขว้างปาขวดเหล้า ขวดเบียร์เข้าใส่กัน ก่อนมีเสียงปืนดังติดต่อกันหลายนัด ตามด้วยเสียงระเบิดปิงปองด้วย ซึ่งตนก็ได้ก้มหลบ จึงไม่เห็นใครเป็น ผู้ยิง แต่เห็นวัยรุ่นที่ชกต่อยกันต่างคนต่างวิ่งหนีออกไปจากที่เกิดเหตุ

เก็บเขม่าที่มือ
เช้าวันที่ 19 ต.ค. พ.ต.อ.ชาญชัย อินนรา ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี พ.ต.ท.ญาณวุฒิ สายเนตร สารวัตรหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรโคกจาน อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดอุบลราชธานี เข้าเก็บหลักฐานที่บ้านที่เกิดเหตุ พร้อมตรวจเขม่าดินปืนที่มือของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หลายรายรวมทั้งนายนพรัตน์ เจ้าภาพ ซึ่งเจ้าตัวให้การว่าไม่เห็นเหตุการณ์เพราะระหว่างเกิดเหตุชุลมุนตนวิ่งเข้าไปหลบอยู่ในบ้าน จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายสุริยะแต่อย่างใด แต่ก็พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจหาคราบเขม่าดินปืนที่มือ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์เท่านั้น

พฐ.เก็บหลักฐาน
แต่เมื่อผลการตรวจออกมาในวันรุ่งขึ้น ความจริงก็ยากจะปฏิเสธ พ.ต.อ.ชาญชัย อินนรา ผู้กำกับการสืบสวนจังหวัดอุบลราชธานี พ.ต.อ.สิทธิชัย ธัญญบาล ผู้กำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 และชุดสืบสวน สภ.โคกจาน อ.ตระการพืชผล ร่วมกันจับนายนพรัตน์ ป้องญาติ อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของงานตามหมายจับของศาลจังหวัดอุบลราชธานีที่ จ.461/2565 ลงวันที่ 20 ต.ค. ในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น พาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือพาไปในชุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการรื่นเริงหรือการอื่นใด ในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมชน
แม้นายนพรัตน์จะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างไม่ได้เป็นผู้ยิงแต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่เชื่อมั่นในหลักฐานและพยานในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะคราบเขม่าดินปืนจากมือนายนพรัตน์ ส่วนสาเหตุก็มาจากที่เจ้าตัวโมโหที่กลุ่มวัยรุ่นมาตีกันในงานของตน

แม่คนตายจุดธูปบอกลูก
ขณะที่บรรยากาศงานศพของนายสุริยะภายในวัดบ้านอำพาพน ตำบลตระการ อำเภอตระการพืชผล ทันทีที่นางเกศรินทร์ ยืนชีวิต อายุ 35 ปี แม่ของนายสุริยะวัยรุ่นที่ตาย เมื่อทราบข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนร้ายได้แล้ว ได้จุดธูปบอกร่างไร้วิญญาณของนายสุริยะว่า สามารถ จับตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว ขอให้นายสุริยะไปช่วยเปิดปากให้รับสารภาพด้วย

แจ้งข้อหานายนพรัตน์
ด้านนายสุรชัย ลาพ้น พ่อนายสุริยะกล่าวว่า ตนเองก็ยังทำใจ ไม่ได้ที่ต้องเสียลูกชายไปอย่างไม่มีวันกลับ การทะเลาะกันของวัยรุ่นตีกันเป็นเรื่องปกติ แค่ใช้ขวดใช้มีดทำร้ายกันยังพอรับได้เพราะลูก มีโอกาสกลับมาเจอหน้ากันอีก แต่ทำถึงขนาดนี้ มันโหดร้ายหมาย เอาชีวิต และไม่ใช่เป็นการยิงเพียงนัดเดียว ตนจึงไม่ให้อภัยคนที่เป็นมือปืนอย่างเด็ดขาด ให้ถูกดำเนินการไปตามกฎหมาย
พงษ์สันต์ เตชะเสน
เรื่อง/ภาพ