ยาเสพติดที่ระบาดอยู่ทั่วเมืองล้วนเป็น ต้นเหตุของคดีอาชญากรรมสยองขวัญมากมาย แต่แม้จะระดมปราบปรามกันมา อย่างยาวนาน แต่ด้วยเทคโนโลยีการผลิต ที่พัฒนาขึ้นทำให้สามารถผลิตได้ปริมาณที่มาก ในเวลาสั้นลง

ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เผยข้อมูลสถานการณ์ยาบ้า ในการแถลงผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ประจำปี 2565 ว่า สาเหตุที่ยาเสพติดมีจำนวนมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีของขบวนการค้ายาเสพติด มีความทันสมัยมากขึ้น อย่างในอดีต 1 เครื่อง สามารถผลิตยาบ้าได้ วันละ 64,800 เม็ด แต่ปัจจุบัน สามารถผลิตได้วันละ 4 ล้านเม็ด ซึ่งในรอบประเทศ มีกลุ่มผู้ค้ายาถึง 7 กลุ่ม จะทำให้กำลังผลิตมีถึงวันละ 280 ล้านเม็ด จึงทำให้มียาเสพติดเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และมีต้นทุนที่ต่ำ อยู่ที่เม็ดละ 50 สตางค์ ทำให้เมื่อขนส่งมาขายในไทย จะอยู่ที่ราคา 10-15 บาทเท่านั้น

ย้อนไปเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ต.ค.2565 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2 พล.ต.ต.เอกภพ อินทวิวัฒน์ ผบก.ขส. ร่วมกันแถลงผลการกวาดล้างจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่อีสาน 2 เครือข่าย

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.นำแถลงจับ 10 ล้านเม็ด

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยรายละเอียดที่มาที่ไปของการจับกุม ครั้งนี้ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายเร่งรัดปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง นำมาซึ่งการจับกุมยาเสพติด 2 เครือข่าย คดีแรกเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.2 บช.ปส. จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 10 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้า รวม 4,000,000 เม็ด อาวุธปืน 2 กระบอก รถเก๋ง 1 คัน รถตู้อีก 1 คัน รวมทรัยพ์สินกว่า 1,430,000 บาท

คดีนี้เจ้าหน้าที่ขยายผลต่อมาจากการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด ในพื้นที่ อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย ที่ผ่านมา จนทราบว่าในวันที่ 19 ต.ค. ขบวนการค้ายาเสพติดจะลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่เข้ามาในพื้นที่ จ.มุกดาหาร เพื่อส่งเข้าภาคกลาง โดยใช้รถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด ทะเบียน กรุงเทพฯ และมีรถตู้ขับเป็นรถนำ จึงวางกำลังเฝ้าระวัง

ต่อมาชุดจับกุมพบรถต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด มุ่งหน้าไปยัง จ.มหาสารคาม จึงเฝ้าสะกดรอยตามมา กระทั่งรถคัน ดังกล่าวจอดเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท.สาขาบรบือ จ.มหาสารคาม

ผู้ต้องหาจนมุมพร้อมของกลาง

ชุดจับกุมแสดงตัวขอตรวจค้นทันที พบ นายอดิศักดิ์ หรือ เปีย ฉิมสา เป็นผู้ขับรถเก๋ง ฮอนด้า แอคคอร์ด ทะเบียน 3กฬ 9308 กรุงเทพฯ ภายในรถพบกระสอบยาบ้าของกลางวางเรียงกันภายในห้องโดยสารด้านหลังและท้ายรถเก๋ง โดยมีนายอนุชา หรืออ๊อฟ แปเพ็ง ขับรถตู้ ทะเบียน นง 2424 สมุทรปราการ ทำหน้าที่สำรวจเส้นทาง และ มี น.ส.วิภาดา หรือตุ๊กตา มูลจันที นั่งมากับคนขับรถตู้ จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ซุกเต็มรถเก๋ง

ขณะที่คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ข่าวกรองยาเสพติด บช.ปส. พร้อมกำลัง บก.ปส.2 และหน่วยข่าวกรองทหาร จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 16 กระสอบ บรรจุยาบ้า รวม 6,000,000 เม็ด รับมาจาก อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เตรียมส่งต่อเครือข่าย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

คดีนี้เป็นการขยายผลหลังจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ เมื่อปี 2562 และ 2564 ที่ผ่านมา ได้ไอซ์จำนวน 825 ก.ก. สืบสวนแล้วยังพบว่า มีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

เมื่อทราบข้อมูลรถต้องสงสัยจึงนำกำลังเข้าสกัดจับรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ ติดแผ่นป้ายทะเบียน ณฮ 6772 กรุงเทพมหานคร ไว้ได้บริเวณสี่แยกไฟแดงธวัชบุรี ต.นิเวศน์ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมี นายสุจิตต์ จาบประไพ และ นายณัฐฐมงคล ชะโลธร เป็นผู้ขับและนั่งมากับรถ ทั้งนี้แก๊งค้ายาเสพติดทั้ง 2 เครือข่าย ได้นำยาเสพติดมาจากแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อนำไปส่งลูกค้าพื้นที่ชั้นใน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวอีกว่า ตำรวจ ปส. ได้สืบสวนหาข่าว และวางกำลังสกัดจับตามแนวชายแดน หากมีส่วนที่หลุดรอดเข้ามา ก็จะมีชุดสกัดกั้นและติดตามจับกุมอีกส่วนหนึ่ง และจะติดตามขยายผล จับกุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งดำเนินการตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินตามกฎหมายต่อไป ส่วนยาเสพติดของกลางที่ตรวจยึดมาได้ พนักงานสอบสวนจะส่งไปตรวจพิสูจน์ และดำเนินการตามระเบียบ โดยที่ตำรวจจะไม่ได้เก็บรักษาไว้

ผบ.ตร.โชว์ของกลาง

“ผมกำชับให้ทุกหน่วยดำเนินมาตรการปราบปรามที่เข้มข้นมากขึ้น และใช้มาตรการป้องกัน นำผู้เสพเข้ารับการบำบัด โดยเฉพาะในชุมชน สถานศึกษา สถานบริการและสถานประกอบการ มีการสุ่มตรวจตาม วงรอบ ปิดล้อมตรวจค้นชุมชนอย่างต่อเนื่อง ค้นหาผู้ติดยาเสพติดที่มีอาการทางจิตประสาทในพื้นที่ จัดทำฐานข้อมูลเพื่อพิจารณาจัดลำดับความรุนแรงของอาการ เพื่อนำเข้าบำบัดรักษาและค้นหาและนำผู้เสพ เข้าสู่กระบวนการบำบัดโดยสมัครใจโดยเร็ว ทั้งนี้หากมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด อาวุธปืน สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ขอให้มั่นใจว่าตำรวจจะทำงานอย่างรวดเร็ว และจริงจัง” ผบ.ตร.กล่าวย้ำ

ชาญพงษ์ บุญอุทิศเรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน