ประทีปส่องทาง
ธรรมะวันหยุด
ชีวิตของคนเราที่เป็นไปในปัจจุบันนี้ มักมีปัญหาให้คิดกันอยู่เสมอมาทุกยุคทุกสมัย สมัยใดมีผู้รู้แจ้งเห็นจริงเกิดขึ้น เป็นเหตุให้ชาวโลกดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกต้องได้ การเกิดขึ้นของท่านผู้รู้เหล่านี้ จึงเป็นเหมือนหนึ่งดวงประทีปที่ส่องสว่างโชติช่วงขึ้นในท่ามกลางความมืดมน ทำให้ชาวโลกได้รับรู้เห็นสิ่งที่ควรรู้ควรเห็น
ก่อนที่พระพุทธศาสนาจะเกิดขึ้นมาในโลก ชาวโลกได้พากันดิ้นรนแสวงหาทางที่จะนำชีวิตไปสู่ความพ้นทุกข์กันแล้ว แต่การแสวงหาทางพ้นทุกข์ในสมัยก่อนพุทธกาลนั้น ต่างพากันปฏิบัติไปตามความเห็นของตนว่าถูกต้องแล้ว ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรแน่นอนเท่าใดนัก เจ้าสำนักทั้งหลายในสมัยนั้นจึงเกิดขึ้นมากมาย ตั้งตัวเป็นอาจารย์กัน ต่างสอนหลักการอันเป็นความเห็นส่วนตัวแก่ชาวโลก
บางอาจารย์สอนว่า ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายที่เกิดมาในโลกนี้ เมื่อเสียชีวิตไปแล้วก็สูญสิ้นไป ไม่มีการเกิดอีก เพราะฉะนั้น จึงไม่ต้องไปสร้างกรรมดีให้เสียเวลา เพราะผลแห่งกรรมดีก็ไม่มี ผลแห่งความชั่วก็ไม่มี การบำเพ็ญทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ก็ไม่มี มีความรู้สึกนึกคิดอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ไม่ต้องเกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น ชีวิตของเราที่เป็นอยู่ ในปัจจุบันนี้ จึงควรแสวงหาความสุขใส่ตัวให้เต็มที่ ใครจะเดือดร้อนก็ช่าง ไม่สนใจเพราะเกิดมาเพียงชาติเดียวเท่านั้น ตายไปแล้วก็สูญไป ไม่เกิดอีก นรกสวรรค์ไม่มี เป็นเรื่องเท็จทั้งนั้น คนที่เชื่อในลัทธิเหล่านี้ จึงหมดความเกรงกลัวต่อบาป หมดความละอายต่อการกระทำความชั่ว
บางอาจารย์สอนว่า การกระทำความดี-ชั่ว เมื่อทำแล้วสักแต่ว่าทำเท่านั้น ไม่มีผลใดๆ
บางอาจารย์สอนว่า คนเราจะดีหรือชั่วก็เป็นเอง จิตจะบริสุทธิ์ได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องไปฝึกหัดปฏิบัติให้เสียเวลา การนั่งภาวนาเพื่อกำจัดกิเลสออกจากจิตถือว่าไม่มีประโยชน์อะไร
บางอาจารย์สอนว่า คนเราจะดีหรือชั่ว อยู่ที่อิทธิพลของ ดวงชะตา แล้วแต่ดวงดาวที่โคจรไปมาในจักรราศี ถ้าดวงดาวโคจรเข้าสู่ราศีที่ไม่ดี ถึงจะทำดีมากเพียงใด ไม่สามารถประสบผลดีได้ ถ้าดวงดาวโคจรสู่ราศีที่ดีแล้ว ถึงจะทำชั่ว ถือว่าไม่เป็นไร ดวงช่วยไว้ได้
บางอาจารย์สอนว่า ชีวิตของสรรพสัตว์ พระพรหมสร้างมาทั้งนั้น คนเราจะดีหรือชั่วขึ้นอยู่กับพระพรหม หรือพระเจ้าเป็นผู้ลิขิต เมื่อเราประสบความทุกข์ ต้องก้มหน้าเดินไปบนเส้นทางชีวิต ที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานนั้น ต้องยอมรับเอาความทุกข์ด้วยความภักดี ไม่คิดแก้ไขให้ดีขึ้นได้
พระพุทธศาสนา เกิดขึ้นท่ามกลางเจ้าสำนักครูอาจารย์ทั้งหลาย พระพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้อริยสัจธรรม ทรงเป็นพระอรหันต์ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ฝึกบุรุษที่ควรฝึกได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงจำแนกเปิดเผยธรรมทุกอย่าง ทั้งที่เป็นส่วนดี ควรปฏิบัติตาม ทั้งที่เป็นส่วนไม่ดี ควรงดเว้น ทรงสอนให้ชาวโลกได้ทราบถึงกฎแห่งความเป็นจริงว่า ไม่มีผู้ใดสร้างขึ้น
แต่กระบวนการของชีวิตที่เป็นไปตามกฎแห่งกรรม
พระศรีศาสนโมลี
(สุทธิวัฒน์ ภูริญาโณ ป.ธ.9) วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร
www.watdevaraj.org