เปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ พ.ย.นี้ ถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะเป็นสมัยประชุมสุดท้ายของสภาชุดนี้ก่อนเลือกตั้งใหญ่

อีกทั้งมีร่างกฎหมายสำคัญ ทั้งร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง เข้าสู่การพิจารณา

รวมถึงญัตติทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ฝ่ายค้านผลักดันและรอสภาโหวต

สุรชาติ บำรุงสุข
คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

เปิดสภา พ.ย.นี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่มีนัยยะหลายอย่าง เริ่มจากอายุของสภาที่กำลังจะหมดลง ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะไปต่อได้จริงหรือไม่ และจะเป็นการต่อสู้กันในสภาครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งใหญ่ เพราะหลังจากนี้ทุกคนรู้ว่าการเลือกตั้งใหญ่มาแน่ๆ

คำถามที่จะตามมาก็คือสภาครั้งสุดท้ายนี้จะอยู่ จนสุดทางหรือจะถูกยุบก่อน ซึ่งเป็นเรื่องคาดเดาไม่ได้ ที่ว่าคาดเดาไม่ได้ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงมาจากการเมืองในช่วงหลังการประชุมเอเปค ซึ่งรัฐบาลคิดว่าการประชุมดังกล่าวจะเป็นจุดขายสุดท้ายในเวทีโลก หมดจากการประชุมเอเปครัฐบาลไทยไม่มีจุดขายอื่น รัฐบาลอาจเชื่อว่าการประชุมเอเปคจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนการเลือกตั้ง

เชื่อว่าหลังการประชุมเอเปค สิ่งที่เป็นคำถามสำคัญของประชาชนคือเงินช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมทั้งทางอีสานและใต้มีจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงข้อสัญญาลมๆ แล้งๆ ขณะนี้น้ำท่วมในหลายพื้นที่ภาคกลางแทบไม่ต่างจากปี 54 เพียงแต่ไม่ท่วมกรุงเทพฯ และชานเมือง

ถึงวันนี้ยังไม่เห็นมาตรการช่วยเหลือจริงจัง ภาพการลงพื้นที่ของนายกฯ ก็ไม่มีคำตอบอะไรในเชิงนโยบาย เหมือนแค่เป็นการโชว์ตัวเพื่อเตรียมรอรับการเลือกตั้งครั้งใหม่

หลังเปิดสภาจะมีปัญหาการต่อสู้ทางการเมืองภายในในเวทีสภาซึ่งจะรุนแรงมากขึ้น เพราะมีกฎหมายที่รอเข้าคิว และเป็นกฎหมายที่เป็นข้อถกเถียงกันอยู่ ทั้ง ร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ร่าง พ.ร.บ.กัญชาเสรี รวมถึงกฎหมายการเลือกตั้ง เชื่อว่าทุกฝ่ายจะใช้เวทีใน สภา รวมทั้งเวทีนอกสภาเพื่อหาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้น บางนโยบายจะร้อนแรงด้วยตัวของมันเอง ทั้งเรื่องกัญชาและสุราเสรี รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่พ่วงเข้ามา

ดังนั้น สภารอบสุดท้ายนี้จะเป็น ‘สภาร้อน’ ด้วยตัวของมันเอง เป็นความร้อนที่เกิดจากการแข่งขันเพื่อเตรียมลงสนามเลือกตั้งใหญ่ จะเป็น ‘สภาเดือด’ เพราะจะต้องสู้กันในหลายเรื่อง และการต่อสู้กันในครั้งนี้มันไปขมวดปมอยู่เรื่องเดียว คือการเตรียมการเลือกตั้ง

ในสนามจริงเราจะได้เห็นการต่อสู้ของพรรค การเมืองตั้งแต่ช่วงสภาเปิด หลังเอเปค และช่วงหลัง ปีใหม่ เป็น 3 ช่วงเวลาที่ต่อเนื่องกัน เราจะเห็นการต่อสู้ในทุกพื้นที่และในทุกจังหวัด แล้วเราอาจเริ่มเห็นตัวบุคคลที่พรรคต่างๆ จะเริ่มเปิดตัวมากขึ้น

มาถึงตรงนี้ก็ต้องถามถึงอนาคตของ พล.อ.ประยุทธ์ ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์บ่ายเบี่ยงจะตอบคำถามสื่อ ขณะที่อนาคตของพรรคทหารอย่างพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นพรรคทหารเฉพาะกิจหรือยังจะประคองตัวได้ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้ง ก็ยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้นำให้กับพรรคนี้

ขณะที่อนาคตของทั้ง 3 ป. ผูกโยงกับปัญหาของพรรคพลังประชารัฐ คำถามของนายกฯ คนละครึ่งระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ยังไม่มีคำตอบ แต่ที่แน่ๆ เสือสองตัวถึงอย่างไรก็อยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้

ผู้นำสามทหารต้องตอบคำถามของพวกเขาเองว่าจะเอาอย่างไร เพราะไม่ใช่แค่อนาคตของ พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร แต่มีนัยยะไปถึงอนาคตของพลังประชารัฐ หากยังไม่ชัดเจนสิ่งที่อาจเกิดตามมา คือเอกภาพภายในพรรคจะประสบปัญหารุนแรงขึ้น

เชื่อว่าคำตอบต่างๆ จะเกิดขึ้นหลังการประชุมเอเปคจบลง ส่วนจะก่อนหรือหลังช่วงปีใหม่ ต้องรอดูว่าจะมีสถานการณ์ทางการเมืองภายในที่เป็นหัวเชื้อใหญ่หรือไม่ อาจเป็นได้ทั้งปัญหาความขัดแย้งภายในตัวพรรคร่วมรัฐบาล ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้าน รวมทั้งความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและมวลชนบนถนน

วันวิชิต บุญโปร่ง
คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต

วาระเร่งด่วนที่ต้องจับตา และสามารถกำหนดทิศทางการเมืองไทยได้ คือ กรณี พล.อ.ประยุทธ์ เรียกแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลมาหารือเรื่องการโหวต พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ซึ่งการพิจารณาวาระ 1 ถือเป็นความพ่ายแพ้ของฝั่งพรรคร่วมรัฐบาล

แนวโน้มครั้งนี้เป็นการหารือเพื่อกำหนดทิศทางว่าการโหวตวาระ 2, 3 ควรถูกคว่ำ ซึ่งจะถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำไมจู่ๆ พรรคร่วมรัฐบาลบางกลุ่มที่เคยสนับสนุน พ.ร.บ.นี้ กลับลำ เป็นเพราะพล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ เรื่องนี้ก็จะทำให้เกิดความร้อนแรงในการอภิปรายมากขึ้น

ขณะเดียวกันฝ่ายค้านคงเตรียมการบ้านมาพอสมควรเพราะถือเป็นการอภิปรายทิ้งทวน เพื่อเก็บคะแนนความนิยมก่อนไปสู่การเลือกตั้ง แน่นอนว่าประเด็นที่จะหาจุดจับผิด ข้อเสนอแนะ หรือการวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล เช่น การแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากอุทกภัย

และจะได้เห็นท่าทีของการกำหนดนโยบายการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลไปในตัวด้วย รวมถึงท่าทีของนักการเมืองที่เริ่มคิดถึงอนาคตของตนเองมากขึ้นว่าจะอยู่ต่อ ลาออก หรือย้ายพรรค คงใช้เวลาในช่วงนี้

ในช่วงเวลาเดียวกัน คิดว่ากระแสในสภาอาจไม่ร้อนแรงเท่าที่ควร เพราะทุกอย่างทั้งรัฐบาล และพล.อ.ประยุทธ์ พยายามโฟกัสไปที่การประชุมเอเปค ซึ่งไม่กี่วันข้างหน้าจะเกิดขึ้น ดังนั้นการสร้างปฏิกิริยาหรือเบี่ยงเบน ประเด็นการอภิปรายในสภาจะถูกมุ่งน้ำหนักไปที่การประชุมเอเปค

ส่วนเรื่อง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า คงไม่ได้ไปต่อ หากได้ไปต่อแสดงว่าความเกรงใจจะไม่เกิดขึ้นแล้ว หมายถึงความศักดิ์สิทธิ์ หรือความเข้มแข็ง พลังในการต่อรองของ 3 ป. ไม่เหมือนเดิม ส่วนนี้เหมือนเป็นสัญญาใจของพรรคร่วมรัฐบาลในการต่อรอง

เช่น หากพล.อ.ประยุทธ์ขอเรื่องคว่ำพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า พ.ร.บ.กัญชาเสรีก็ควรได้รับการตอบสนองอย่างเป็นเอกภาพ แม้พรรคประชาธิปัตย์บอกไม่สนับสนุนกัญชาเสรี แต่พรรคภูมิใจไทยเห็นว่าตัวเองช่วยตอบสนองเรื่องคว่ำพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ถ้ากฎหมายกัญชาเสรีไม่ได้รับการสนับสนุน อายุของรัฐบาลอาจไปก่อนกำหนดก็ได้

และการที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุชัดว่าไม่หนุน พ.ร.บ. กัญชาเสรี จะกลายเป็นความขัดแย้งภายในรัฐบาลอย่างแน่นอน สัมพันธภาพของสองพรรคคงหมดความเกรงใจกัน อย่าลืมว่าภูมิใจไทยรุกคืบพื้นที่ฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ หมายมั่นปั้นมือมากโดยเฉพาะซีกอันดามัน ประชาธิปัตย์ก็ยังยึดฐานที่มั่นสุดท้ายในภาคใต้ ทำให้เห็นว่ามีการเอาเรื่องพ.ร.บ. กัญชาเสรี มาใช้เป็นเครื่องมือบังหน้าในการสัประยุทธ์

ส่วนการดันเรื่องทำประชามติไปพร้อมการเลือกตั้งของฝ่ายค้านไม่น่าสำเร็จ อย่าลืมว่าฝ่ายค้านตอนนี้ก็มีคนที่เอาใจออกห่างหรือกำลังจะย้ายพรรค ดังนั้น การรวมเสียงในการผลักดันจะทำได้ไม่เต็มที่แน่นอน เสนอได้ ชี้แจงให้สาธารณชนทราบได้ แต่ในที่ประชุมรัฐสภาอาจไม่สามารถทำได้เพราะเสียงไม่พอ

สภาสมัยสุดท้ายนี้ เงื่อนตายของรัฐบาลนอกจากเรื่องสัมพันธภาพของพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว เรื่องพ.ร.บ.กัญชาเสรี หากไม่ได้รับการสนับสนุนคือพังเลย ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ พยายามลากให้ครบเทอม โดยมีประเด็นที่ต้องจับตาคือกฎหมายลูก ทุกคนพยายามให้เสร็จจึงอยู่ในสภาวะที่ต้อง จำใจอยู่ให้นานที่สุด

อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์
คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่

สภาสมัยสุดท้ายครั้งนี้ถ้าดูจากกฎหมายที่เข้าสภาและกระแส เหมือนว่าจะมีการช่วงชิงเพื่อให้ได้คะแนนเสียงจากการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.กัญชา กัญชง หรือ พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ทั้งหมดจะกลายเป็นดีเบตที่โผล่ออกมา เป็นเกมของพรรคการเมืองที่นำมาเล่นเพื่อการเลือกตั้งครั้งหน้า

กฎหมายกัญชาอาจผ่านได้ หรืออะไรที่เป็นของรัฐบาลก็อาจผ่าน แต่กฎหมายสุราก้าวหน้าอาจถูกคว่ำเพราะเป็นของฝ่ายค้าน เกมนี้จึงไม่ใช่เพื่อประชาชนเป็นหลัก แต่เพื่อหวังผลการเลือกตั้งครั้งหน้า

ดังนั้น กฎหมายสุราก้าวหน้าคงถูกตีตกไป กฎหมายกัญชากัญชง คงผ่านแต่เสียงอาจปริ่ม แม้พรรคประชาธิปัตย์จะไม่เห็นด้วย แล้วพร้อมจะแตกหัก ซึ่งจะส่งผลต่อการร่วมรัฐบาลหรือไม่ จากกระแสทั้งหมดประชาธิปัตย์ยังไม่พร้อมแตกหัก แต่ยังต้องรักษาฐานเสียงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไว้ซึ่งเขาแสดงเก่ง

ส่วนญัตติที่ฝ่ายค้านจะดันเรื่องการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับไปพร้อมกับการเลือกตั้งครั้งหน้า คงไม่สำเร็จ เหตุผลจริงๆ คือพรรคร่วมรัฐบาลที่แทงกั๊ก ถ้าพรรคพลังประชารัฐจัดตั้งรัฐบาลได้ คงไม่ยอมทิ้ง 250 เสียงของ ส.ว. ซึ่งฝ่ายค้านสู้ไม่ได้อยู่แล้ว เพียงหวังให้หยิบประเด็นในสภาออกมาขยาย ชี้ให้เห็นว่าทำไมญัตติถึงล้มไป เพื่อให้สังคมตื่นมากขึ้น

กฎหมายสุราก้าวหน้าที่รัฐบาลจะไม่ให้ผ่าน ขณะที่ฝ่ายค้านมองว่าถ้าไม่ให้ผ่านเป็นการเอื้อทุนใหญ่นั้น คิดว่าในอนาคตไม่ไกลนัก การรื้อถอนอำนาจผูกขาดเรื่องทุนใหญ่จะลดลงแน่นอน วันนี้อาจไม่ได้ดังใจแต่ต่อไปกระแสจะแรงมากขึ้น สังคมจะตั้งคำถามเรื่องการผูกขาดมากขึ้น

ที่บอกว่าหากกฎหมายสุราก้าวหน้าผ่าน อาจมีปัญหาเหมือนกัญชานั้นฟังไม่ขึ้น ถ้ารัฐบาลทำให้คนไทยมีความหวังทางสังคม เหล้าหรือยาเสพติดจะลดลง แต่เป็นเพราะรัฐบาลเอง 8 ปีที่ผ่านมาทำลายความหวังของคนโดยสิ้นเชิง เพราะถ้ามีความหวังการพึ่งพิงเหล้า ยาเสพติดจะลดลงทันที แต่รัฐบาลทำลายหมด

สำหรับญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องแก้น้ำท่วม แก้ ยาเสพติด ปืน จากเหตุสังหารหมู่ที่หนองบัวลำภู เป็นการเสนอตามกระแสโดยไม่ได้ล้วงลึกลงว่าการแก้ปัญหาจะเป็นอย่างไร ต้องรื้อวัฒนธรรมองค์กรตำรวจ ไม่ใช่เน้นแก้ปลายเหตุ เช่น คดียาลดลงจะได้ความดีความชอบ จึงมีการเป่าคดีให้มีน้อยลง

ญัตติน้ำท่วมก็ช้าไป ช่วงน้ำท่วมเยอะไม่เห็นมี นโยบายอะไร 8 ปีที่ผ่านมา ใช้งบประมาณไปจัดการน้ำแล้งน้ำท่วม เท่าไร รวมถึงทุกรัฐบาลด้วย นับรวมแล้วหลายแสนล้านบาท แต่ก็แก้อะไรไม่ได้เลย

ขณะนี้เป็นสถานการณ์พร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ ถ้าบางเรื่องกระทบใจก็เกิดขึ้นได้ตลอด สมมติเกิดกรณีเหมือนหนองบัวลำภู หรือตรวจเจอปืนทุกโรงพักอีก รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ไม่ถึงกับเป็นรปภ.แต่เป็นปลัดระดับประเทศ สั่งงานอย่างเดียว ดังนั้น เลือกตั้งครั้งหน้าต่อให้พลังประชารัฐตั้งรัฐบาลได้แต่จะ ไม่เหมือนเดิม และเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่มีทางกลับมาแล้ว ใครจะเอาคนที่ช้ำทั้งตัวมานั่งอีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน