ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวอร์มอนต์ สหรัฐอเมริกา นำการศึกษา “พัฒนาการทางปัญญาของสมองของเด็กวัยแรกรุ่น” เมื่อปี 2561 ต่อมาค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อหาคำตอบว่าพฤติกรรมการเล่นวิดีโอเกมจะมีผลร่วมด้วยกับพัฒนาการแค่ไหน
การศึกษาครั้งใหม่ใช้กลุ่มตัวอย่างเดิม ซึ่งเป็นเด็กที่เคยเข้าร่วมการศึกษาเมื่อปี 2561 จำนวน 2,217 คน อายุ 9-10 ปี แต่สอบถามเพิ่มเติมถึงพฤติกรรมการเล่นวิดีโอเกมในอดีต แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเล่นวิดีโอเกมอย่างต่ำ 21 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ กลุ่มที่สองไม่เล่นวิดีโอเกมเลย ส่วนกลุ่มเล่นวิดีโอเกมบางครั้งถูกคัดออกจากการสำรวจ
เด็กทั้งสองกลุ่มผ่านการทดสอบการทำงานของสมองในด้านการวัดสมาธิ การควบคุมความต้องการ การจดจำ รวมถึงสุขภาพจิต ผลปรากฏว่า กลุ่มเล่นวิดีโอเกมเป็นประจำมีคะแนนสูงกว่า และมีรูปแบบการทำงานของสมองด้านสมาธิและความจำมากกว่ากลุ่มไม่เล่นเกม ส่วนการวัดสุขภาพจิต ทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งนี้ไม่สามารถสรุปได้ว่าการเล่นวิดีโอเกมทำให้สมองของเด็กทำงานได้ดีขึ้น เพราะไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เด็กเล่นวิดีโอเกมมีคะแนนสูงกว่า แต่นักวิจัยเล็งเห็นแนวคิดการพัฒนาวิดีโอเกมเพื่อรักษาโรคสมาธิสั้นจะเกิดประโยชน์ในทางการแพทย์ต่อไป