วันที่ 30 ต.ค. เอเอฟพีและบีบีซีรายงานว่า รัฐบาลรัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ประกาศระงับความร่วมมือในข้อริเริ่มว่าด้วยการขนส่งธัญพืชในพื้นที่ทะเลดำ (Black Sea Grain Initiative) เพื่อเปิดทางให้เรือบรรทุกธัญพืชหลายล้านตันของยูเครนเข้าสู่ตลาดโลกและบรรเทาวิกฤตทางอาหารในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเป็นการลงนาม 4 ฝ่าย ระหว่างรัสเซีย ยูเครน ตุรกี และองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลกล่าวหาว่ายูเครนเปิดฉากใช้อากาศยานไร้คนขับ (ยูเอวีหรือโดรน) ระดมโจมตี เรือของรัสเซียในน่านน้ำทะเลดำ ใกล้ชายฝั่งเมืองแซวัสโตปอลของสาธารณรัฐไครเมีย

ขณะที่ยูเครนไม่ได้แถลงยอมรับว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตี ซึ่งประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนกล่าวว่าการระงับความร่วมมือของรัสเซียเป็นการกระทำที่คาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นเพราะรัสเซียไม่เคยรักษาสัญญา

กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงว่า ยูเครนใช้โดรนพุ่งเป้าโจมตีกองเรือรัสเซียซึ่งเกี่ยวข้องในความร่วมมือการเปิดทางให้เรือบรรทุกธัญพืชของยูเครน โดยกองกำลังรัสเซียสามารถทำลายโดรนทางอากาศและทางทะเลของยูเครนได้อย่างน้อย 16 ลำ

กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมาว่า “ฝ่ายรัสเซียไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของเรือบรรทุกสินค้าของพลเรือนที่เข้าร่วมในข้อริเริ่มว่าด้วยการขนส่งธัญพืชในพื้นที่ทะเลดำได้ และขอระงับการดำเนินการตั้งแต่วันนี้โดยไม่มีกำหนดเวลา” นอกจากนี้ยังครหาว่าการกระทำของกองทัพยูเครนที่นำโดยคณะผู้เชี่ยวชาญของอังกฤษเป็นการพุ่งเป้าโจมตีกองเรือรัสเซียซึ่งรับรองการทำงานของการขนส่งธัญพืชเพื่อมนุษยธรรม ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรแถลงตอบโต้ว่าพยายามสร้างเรื่องโกหกระดับมหากาพย์

ประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวถึงการยุติความร่วมมือในข้อริเริ่มทะเลดำว่า “เหตุใดบุคคลกลุ่มหนึ่งในเครมลินจึงสามารถตัดสินใจได้ว่าจะมีอาหารบนโต๊ะของผู้คนในอียิปต์หรือบังกลาเทศหรือไม่” พร้อมเรียกร้องประชาคมโลกว่าจำเป็นต้องมีการตอบสนองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งจากทั้งยูเอ็นและกลุ่มประเทศชั้นนำด้านเศรษฐกิจโลกทั้ง 20 ประเทศ

ด้านโฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐอเมริกาแถลงตำหนิรัสเซียว่ากำลังใช้อาหารเป็นอาวุธในการทำสงคราม ส่วนองค์การสหประชาชาติระบุว่าติดต่อทางการรัสเซียแล้วและกำลังเร่งหาทางออกเพื่อไม่ให้กระทบต่อประชากรโลกที่กำลังหิวโหย “นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องอดทนอดกลั้นจากการกระทำใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงการ” และย้ำว่าจำเป็นต้อง เดินหน้าโครงการดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนหลายล้านคนทั่วโลกสามารถเข้าถึงแหล่งอาหารได้

ทั้งนี้ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาทางการยูเครนกล่าวหารัสเซียจงใจทำให้การเดินเรือบรรทุกธัญพืชล่าช้า และส่งผลให้เรือมากกว่า 170 ลำต้องหยุดชะงักและรอลำดับการเดินเรือ ส่วนการโจมตีด้วยโดรนในพื้นที่ทะเลดำเกิดขึ้นในช่วงที่กองทัพยูเครนประสบความสำเร็จในการยึดคืน ดินแดน ขณะที่รัสเซียตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธถล่มโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน