เรียกว่าพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรกกันเลยสำหรับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ภายหลังเกิดเหตุโศกนาฏกรรมที่หนองบัวลำภู ด้วยฝีมือของ ส.ต.ท.คลั่ง ทำเอาสังคมตั้งคำถามถึงการพกพาอาวุธของเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะอยู่นอกเวลาปฏิบัติงาน
ยังไม่ทันไรก็มาเกิดเหตุ จ.ส.ต.ชุติพนธ์ นาคแก้ว หรือจ่าเบิร์ด ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.บ้านหนองเอื้อง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ช่วยราชการชุดปฏิบัติการพิเศษ หรือหน่วย S.W.A.T ภ.จว.ตรัง ก่อเหตุฆ่าคนตายในผับดังเมืองตรัง ขึ้นมาอีก
ย้อนไปเมื่อเวลา 01.13 น. วันที่ 25 ต.ค.2565 พ.ต.อ.เชื้อชาติ เยาว์ดำ ผกก.สภ.เมืองตรัง นำกำลังพร้อมด้วย พ.ต.ท.เมธี ภิญโญประการ รองผกก.(สืบสวน) พ.ต.ท. อนุชัย สวยงาม รอง ผกก.(สอบสวน) ร.ต.อ.เอกลักษณ์ ศักดิ์ชัยนันท์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง ชุดสืบสวน สภ.เมืองตรัง ชุดสืบสวน ภ.จว.ตรัง พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ตรัง แพทย์เวร ร.พ.ตรัง หน่วยกู้ชีพ ร.พ.ตรัง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง เข้าตรวจสอบเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 ราย ภายในสถานบันเทิง ‘คันทรี่โฮม’ ถนนพัทลุง ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง (บริเวณถนนทางเข้า บขส.ตรัง)

ตร.เก็บหลักฐานที่เกิดเหตุ
ภายในสถานบริการ พบลูกค้าจำนวนมาก รวมทั้งพนักงานในร้านต่าง แตกตื่นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บริเวณพื้นภายในร้านใกล้กับโต๊ะ พบร่างของนายจิตกร คงจันทร์ หรือขาว อายุ 32 ปี ชาว ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง เป็นคนสนิทนักการเมืองท้องถิ่น และบุคคลมีชื่อเสียงของ จ.ตรัง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. เข้าที่หลังศีรษะและลำตัว รวม 9 นัด นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตจมกองเลือด ผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นเพื่อนผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายเอกพจน์ เพ็ชรรัตน์ หรือต้อม อายุ 34 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกกระสุนจากปืนกระบอกเดียวกันเข้าที่สะโพกซ้าย 1 นัด ข้อเท้าซ้าย 1 นัด และผู้บาดเจ็บไม่ทราบชื่ออีก 1 ราย ถูกลูกหลงคมกระสุนเจาะเข้าบริเวณข้อศอกซ้าย 1 นัด ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย เร่งช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บส่งรักษาตัวที่ ร.พ.ตรัง
ในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. จำนวน 11 ปลอกตกอยู่บนพื้น หัวกระสุนจำนวน 1 หัว และลูกกระสุนปืนที่ยังไม่ได้ ใช้งานอีก 1 นัด ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุทางพนักงานรักษาความปลอดภัย หรือการ์ดของร้านได้แย่งจากคนร้ายไว้ได้ เป็นอาวุธปืนยี่ห้อกล็อก ขนาด 9 ม.ม. 1 กระบอก ภายในแม็ก กาซีนยังบรรจุลูกกระสุนหลงเหลืออยู่จำนวน 1 นัด

นายจิตกร คงจันทร์ หรือขาว ผู้ตาย
ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ จ.ส.ต.ชุติพนธ์ นาคแก้ว หรือจ่าเบิร์ด ตำแหน่ง ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.บ้านหนองเอื้อง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการชุดปฏิบัติการพิเศษศรีตรัง (S.W.A.T) ภ.จว.ตรัง โดยพยานเล่าว่า จ่าเบิร์ดมานั่งดื่มกินพร้อมกับเพื่อนซึ่งเป็นตำรวจด้วยกัน รวม 2 คน ก่อนเกิดเหตุกระทบกระทั่งกับโต๊ะผู้ตาย ทำให้ผู้ตายโมโห ลุกขึ้นไปผลักจ่าเบิร์ด ก่อนถูกยิงรัวใส่ท่ามกลางนักเที่ยวที่แตกตื่นวิ่งหลบกระสุนกันชุลมุน ส่วนเพื่อนของผู้ตายเดิน ขึ้นจากโต๊ะไปช่วย ทำให้โดนยิงไปด้วย หลังเกิดเหตุการ์ดของทางร้านได้เข้ายื้อแย่งอาวุธปืนมาได้ ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุวิ่งออกจากร้านและขับรถหลบหนีไป
หลังได้ข้อมูล เจ้าหน้าที่กำลังชุดปฏิบัติการพิเศษศรีตรัง (S.W.A.T) ภ.จว.ตรัง กำลังชุดสืบสวน ทั้งในและนอกเครื่องแบบนับ 50 นาย นำโดย พ.ต.อ.รัฐกร ภักดีวานิช ผกก.กก.สส.ภ.จว.ตรัง ออกติดตามตัวด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากรับแจ้งว่าหลังจากก่อเหตุจ่าเบิร์ดหลบหนีเข้ามาเอาอาวุธปืนยาว และเสื้อเกราะของทางราชการหลบหนีไปด้วย
เมื่อถูกกดดันหนัก วันรุ่งขึ้นจ่าเบิร์ดก็ให้มารดาพาประสานเข้ามอบตัวกับ พ.ต.ต.ขวัญเจริญ ไกรทอง สว.กก.สส.ภ.จว.ตรัง ที่บ้านพัก พร้อมนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึดอาวุธปืนเอ็ม 4 พร้อมเสื้อเกราะของทางราชการที่ซุกซ่อนไว้หลังบ้าน ก่อนถูกพาตัวมาสอบสวน ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ตรัง โดย พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภาค 9 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เชาวลิต เลี้ยงสุพงศ์ ผบก.ตรัง รีบเดินทางมาร่วมสอบสวนด้วย

ปิดล้อมล่าตร.ปืนดุ
พล.ต.ท.นันทเดชเผยหลังสอบสวนว่า จ.ส.ต.ชุติพนธ์สารภาพว่า หลังเกิดเหตุหลบหนีโดยใช้รถยนต์ กลับมาที่บ้านพักตำรวจภูธร จ.ตรัง ก่อนเดินไปหลบซ่อนตัวในบ้านร้างแห่งหนึ่ง ในป่าละเมาะใกล้สนามบินห่าง บก.ภ.จว.ตรัง และห้องทำงานชุดปฏิบัติการพิเศษ 1.5 ก.ม.
จ.ส.ต.ชุติพนธ์รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาโดยไม่มีเงื่อนไข และสำนึกผิด ยอมจำนนต่อหลักฐาน ไม่ขอต่อสู้ใดๆ ในทางคดี ส่วนสาเหตุ ผู้ต้องหาให้การว่า ออกไปสูบบุหรี่ข้างนอก ก่อนจะเดินกลับเข้ามา และเตะเก้าอี้ไปโดนโต๊ะผู้ตาย ทำให้มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน และผลักตัวกัน ทำให้บันดาลโทสะ ใช้ปืนพกติดตัวก่อเหตุ

คุมจ่าเบิร์ดส่งฝากขัง
เหตุครั้งนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ยังยอมรับว่า เหตุความวุ่นวายที่มีตำรวจเป็นผู้ก่อเหตุ ทั้งที่ จ.หนองบัวลำภู และ จ.ตรัง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะกำชับทุกหน่วยในการป้องกันเหตุอีกครั้ง พร้อมจะนำมาเป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้มีข้าราชการตำรวจก่อเหตุขึ้นอีก โดยขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะทำงานอย่างตรงไปตรงมา
ทรงวุฒิ นาคพล – เรื่อง/ภาพ