รอยเตอร์รายงานวันที่ 31 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ เดินทางไปจังหวัดคาวีเต ชายฝั่งตอนใต้ของอ่าวมะนิลาในเขตคาลาบาร์โซน เกาะลูซอน ใกล้กรุงมะนิลา เพื่อตรวจสอบหมู่บ้านหลายแห่งที่ยังจมน้ำท่วมหลังพายุโซนร้อน นัลแกพัดถล่มเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ด้านสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติแถลงว่ายอดผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้เพิ่มเป็น อย่างน้อย 101 ราย ได้รับบาดเจ็บ 69 คน และสูญหายมากกว่า 60 คน โดยเหยื่อส่วนใหญ่ เป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตปกครองตนเองบังซาโมโรทางตอนใต้ ซึ่งพบผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 53 ราย และยังสูญหายอีก 22 คน
ขณะที่ทางการฟิลิปปินส์ระบุว่าฝนที่ตกหนักต่อเนื่องและลมกระโชกแรงทำให้โครงสร้างพื้นฐานเสียหายหลายแห่ง คิดเป็นมูลค่า 757.84 ล้านเปโซฟิลิปปินส์ หรือเกือบ 500 ล้านบาท ส่วนภาคเกษตรกรรมซึ่งไร่สวนถูกน้ำท่วมมีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 285 ล้านบาท
ทั้งนี้ พายุนัลแกที่ความเร็วลมสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงพัดถล่มในแผ่นดินฟิลิปปินส์ถึง 5 ครั้งระหว่างเคลื่อนตัวจากชายฝั่งภาคตะวันออกที่เขตเทศบาลคาราโมอันเมื่อวันที่ 29 ต.ค. จากนั้นมุ่งหน้าขึ้นสู่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ สร้างความเสียหายหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงมะนิลา ก่อนเคลื่อนตัวออกจากฟิลิปปินส์ในวันจันทร์และมุ่งหน้าไปยังตอนใต้ของจีน