คอภาพยนตร์หลายคนคงคุ้นเคยกับภาพของรถแท็กซี่เปอโยต์สีขาวแต่งซิ่ง ภายใต้การกุมพวงมาลัยของ ‘แดเนียล’ โชเฟอร์หน้าบากผู้ชื่นชอบความเร็ว พร้อมคู่หูตัวป่วน ‘เอมิเลียน’ นายตำรวจสุดรั่วผู้ไม่เคยทำคดีสำเร็จ ในภาพยนตร์แอ๊กชั่นคอมเมดี้สัญชาติฝรั่งเศส เรื่อง ‘แท็กซี่’ ที่มีออกมาหลายภาคภายใต้การกุมบังเหียนของ ‘ลุก เบซง’ ผู้กำกับฯ และผู้อำนวยการสร้างชื่อก้องโลก

ฉากที่เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของหนังคือเวลาที่แดเนียลต้องซิ่งรถแบบผิดกฎหมาย เขาจะกดปุ่มพลิกเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ใครจะไปคิดว่าอาชญากรตัวเป็นๆ จะรับแนวคิดนี้มาใช้บนโลกแห่งความเป็นจริง

ย้อนกลับไปเมื่อเที่ยงวันที่ 24 ต.ค. พล.ต.ต.โชคชัย นามวงศ์ รองผบช.น. พร้อม พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. และโฆษกบช.น. พล.ต.ต.ภาณพ วรธนัชชากุล ผบก.สปพ. (191) เปิดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แถลงข่าวจับยาเสพติดรายใหญ่

รองผบช.น.แถลงผลงานตำรวจ 191

ผู้ต้องหามีทั้งหมด 3 คน ประกอบด้วย นายสายชล หรือ เต๋า อายุ 35 ปี นายจักรพงษ์ หรือ แจ๊ค อายุ 33 ปี และ นายกิตติศักดิ์ หรือ แชมป์ อายุ 33 ปี ทั้งหมดถูกจับพร้อมเฮโรอีน 120 แท่ง ไอซ์ 162 ก.ก. เคตามีนอีก 97 ก.ก. และรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ที่ติดตั้งกลไกพลิกกลับแผ่นป้ายทะเบียนรถ

พล.ต.ต.จิรสันต์เผยว่า ตำรวจ 191 สืบสวนและติดตามจับกุมขบวนการค้ายาไอซ์รายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง หลัง ขยายผลจากการจับกุมผู้ค้ายารายย่อย เมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ว่า รับซื้อยาเสพติดมาจากกลุ่มของนายกิตติศักดิ์ซึ่งใช้รถฟอร์จูนเนอร์เป็นพาหนะ

หลังได้ข้อมูล ตำรวจนำประวัติของ ผู้ต้องหาในคดียาเสพติดมาตรวจสอบ พร้อมให้ผู้ต้องหา หรือผู้ค้ายารายย่อยชี้ตัว และติดตามความเคลื่อนไหวของนายกิตติศักดิ์ มาตลอด กระทั่งได้เบาะแสแน่ชัดว่า แก๊งยาเสพติดขบวนการนี้ใช้บ้าน 2 หลังในพื้นที่ ต.เสาธงหิน และ ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เป็นแหล่งพักยา

เจ้าหน้าที่วางแผนบุกจับทั้ง 3 คน ขณะกำลังวางแผนกระจายยาเสพติดส่งให้เอเยนต์ตามจุดต่างๆ ได้พร้อมอาวุธปืนสงคราม ปืนยาว และปืนพก รวม 3 กระบอก รวมถึง ยาเสพติดของกลางทั้งหมด และรถฟอร์จูนเนอร์

สอบสวนผู้ต้องหาสารภาพว่า รับจ้างลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือมาพักไว้ ก่อนกระจายส่งให้เอเยนต์ในจุดต่างๆ ตามคำสั่งนายทุนใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลัง

ทั้งหมดอ้างว่าเพิ่งทำมาเพียง 4 ครั้งเท่านั้น โดยใช้รถฟอร์จูนเนอร์ที่ติดตั้งกลไกพลิกเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถสั่งงานด้วยรีโมตคอนโทรลที่สั่งซื้อมาจากออนไลน์นำมาติดตั้งกันเองในราคาแค่ชุดละ 30,000 บาทเท่านั้น

วิธีการนี้กำลังเป็นที่นิยมในบรรดาอาชญากร โดยเฉพาะขบวนการค้ายาเสพติด เพื่อตบตาหลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เพราะใช้เวลาเพียงแค่ 3 วินาที หลังกดรีโมตสั่งการ แผ่นป้ายทะเบียนปลอมด้านหลังจะขึ้นมาแทนทะเบียนจริงทันที

 

ด้าน พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เผยว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบาย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ที่ให้ทุกหน่วยเร่งจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่

กลุ่มเครือข่ายดังกล่าวใช้วิธีการที่แยบยลดัดแปลงแผ่นป้ายทะเบียนรถใช้รีโมตกดเปลี่ยนทะเบียนรถเอง เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 3 วินาที แผ่นป้ายทะเบียนปลอมด้านหลังจะขึ้นมาแทนทะเบียนจริงทันที

แต่สุดท้ายหนีไม่พ้นเงื้อมมือตำรวจ 191

จนมุมคาของกลาง

ผบ.ตร.ยังกำชับให้ตำรวจทุกหน่วย โดยเฉพาะด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด และสายตรวจให้เพิ่มความเข้มในการตรวจตราแผ่นป้ายทะเบียน สังเกตความผิดปกติตามหลักยุทธวิธี หลังจากพบว่าคนร้ายมีการดัดแปลงป้ายทะเบียนรถใช้รีโมตกดเปลี่ยนทะเบียนรถเอง

เนื่องจากกลุ่มคนร้ายอาจจะใช้วิธีการดังกล่าวเพื่อใช้ขนย้ายสิ่งผิดกฎหมาย หรือกระทำความผิดอื่นๆ เพื่อตบตาและหลบเลี่ยงการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่

โฆษก ตร.ยังเตือนไปถึงประชาชนว่า การแก้ไขเปลี่ยนแปลงทะเบียนรถโดยการปลอมขึ้นทั้งแผ่น หรือแก้ไขตัวเลขส่วนหนึ่ง ส่วนใด มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264, 265 มีโทษ จำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี ปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท

แม้กระทั่งการใช้ป้ายทะเบียนคันอื่น ใช้แผ่นป้ายทะเบียนที่ถูก เพิกถอนแล้วก็เป็นความผิด

ส่วนคนที่ขายอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ดีๆ อาจต้องติดคุกฟรีไม่รู้ตัว ฐานสนับสนุนการกระทำความผิด หากคนซื้อเอาไปใช้ทำผิดกฎหมาย

ชาญพงษ์ บุญอุทิศ / สราวุฒิ ศรีเพ็ชรสัย

อดิศร จิตตเสวี เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน