พลันที่เปิดประตูออกมาเจอกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใบหน้าของเสี่ยคนดังเมืองอุดรก็ถึงกับซีดเผือด เสมือนรับรู้ได้ว่าวิมานสีชมพูของตนคงมีอันจบลงแล้ว แถมอาจต้องย้ายที่นอนไปอยู่ในห้องกรงอีกด้วย

วิมานสีชมพู

ย้อนไปเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 ต.ค. ที่ห้องประชุม ศปก. สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.ศักดิ์ดา เหมือนโพธิ์ รอง ผบก.ภ. จ.อุดรธานี พ.ต.อ.จามร อันดี ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.สิงหราช แก้วเกิดมี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.สุรชิต ฤทธิ์ลี รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี และพนักงานสอบสวน ประชุมคลี่คลายคดี นายปิติ วณิชวรนันท์ อายุ 55 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังในพื้นที่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ข้อหา “ทำอนาจารและพรากผู้เยาว์” หลังถูกจับกุมที่บ้านพักในพื้นที่ ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา

คดีโฉ่เมืองอุดรสืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ปกครอง ด.ญ.วัย 14 ปี ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ร้องเรียนว่าลูกสาวหายออกจากบ้านไปหลายวันติดต่อไม่ได้ ทราบเบาะแสจากเพื่อนลูกสาวว่าไปพักที่บ้านและขายบริการให้กับนายปิติ หรือเสี่ย ป. คนดังเมืองอุดรธานีที่ทำอสังหาริมทรัพย์ ในบ้านหลังหนึ่งใน ต.บ้านจั่น ต่อมา ด.ญ.ลูกครึ่งกลับไปหามารดาโดยเสี่ย ป. นัดให้ไปรับตัวที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ นอกจากนั้นยังมีคลิปหญิงสาววัย 16 ปี โทร.หาเสี่ย ป. โดย เสี่ย ป.ได้ชวนเด็กมาที่บ้านและมีอะไรกัน และชักชวนเพื่อนๆ มาด้วย พร้อมจะให้เงินใช้ด้วย เช่น ถ่ายรูป 500 มีเพศสัมพันธ์ 10,000 เป็นต้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ต.ค. นายภานุมาศ จิตรวศวินกุล เพจเฮียเปี๊ยกช่วยด้วย พา น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี แจ้งความต่อ พ.ต.ท.สิงหราช ดำเนินคดีกับเสี่ย ป. ข้อหาอนาจาร ส่วนผู้ปกครองแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์ เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐาน ขอหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ก่อนนำกำลังไปตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ซอยสามัคคี 6 ม.1 ต.บ้านจั่น พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่ พม.อุดรธานี

หน้าบ้านที่เกิดเหตุ

เป็นบ้านเดี่ยวหรูชั้นเดียวมีรั้วรอบขอบชิด ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 100 ตารางวา พบนายปิติเจ้าของบ้านที่อยู่ในอาการตกใจเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ ภายในบ้านพบเด็กสาวอายุไม่เกิน 20 ปี รวม 4 คน เจ้าหน้าที่พม.จึงพาขึ้นรถตู้ไปซักถามรายละเอียดที่ สภ.เมืองอุดรธานี จากการเข้าตรวจสอบภายในบ้าน พบห้องนอนมีเตียงนอนปูด้วยผ้าปูที่นอนสีชมพู รอบๆ ห้องนอนมีไฟ สตูดิโออยู่รอบห้อง เหมือนห้องสตูดิโอย่อมๆ และมีถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วบางส่วนตกตามพื้น เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป และโทรศัพท์ มือถือ ก็พบภาพโป๊เปลือยของเด็กหญิงสาวจำนวนมาก

นายปิติให้การปฏิเสธว่า ห้องนอนผ้าปูสีชมพูเป็นห้องนอนของเด็กๆ มาถ่ายภาพเฉยๆ แต่สุดท้ายยอมรับว่าเอาไว้ถ่ายกับเด็กๆ ยืนยันว่าไม่ได้บังคับให้เด็กถ่ายภาพเปลือย แต่เด็กต้องการเงินเอง เมื่อเขาอยากถ่ายก็ถ่ายให้เขา ส่วนสาเหตุที่เอาเด็กๆ มาอยู่ที่บ้าน เพราะชอบเด็กและรักเด็ก ซื้อข้าวซื้อน้ำให้กิน เหมือนเขาไม่มีที่จะไป ส่วนผู้ชายไม่เอาเพราะจะวุ่นวายเรื่องชู้สาว ส่วนถุงยางอนามัย นายปิติอ้างว่าเด็กขอเองจึงนำมาให้ เป็นของเด็กทั้งนั้น เด็กที่มาบ้านก็ไม่ได้ชวนมา แต่เด็กๆ มากันเอง

เสี่ยคนดังให้การตร.

พ.ต.ท.สิงหราชเผยหลังการประชุมถึงแนวทางในการดำเนินคดีนายปิติว่า ประสานสหวิชาชีพให้มาร่วมสอบปากคำเด็กสาวทั้ง 6 คนเพิ่มเติม ส่วนเสี่ย ป. ผู้ต้องหาเตรียมส่งฝากขังศาลในวันที่ 28 ต.ค. เบื้องต้นแจ้งเพิ่มเติมอีก 2 ข้อหาคือ ครอบครองสื่อลามกอนาจาร และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง หากสอบสวนแล้วพบความผิดอื่นอีกจะแจ้งข้อหาเพิ่ม

สำหรับหลักฐานที่ตรวจยึดได้เมื่อคืนนี้ พบคลิปวิดีโอนายปิติกับหญิงสาวมีเพศสัมพันธ์ ความยาวประมาณ 30 นาที ในคอมพิวเตอร์ เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบว่าหญิงสาวที่อยู่ในคลิปเป็นใคร อยู่ที่ไหน เพื่อดำเนินคดี หลักฐานทั้งหมดที่ยึดได้ มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และเมมโมรี่การ์ด และคอมพิวเตอร์พีซี นำส่งพิสูจน์หลักฐานกู้ข้อมูลที่ถูกลบไปก่อนหน้านี้ เพื่อประกอบเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี

ค้นหาหลักฐาน

ตอนนี้แจ้ง 2 ข้อหาคือ “ครอบครองสื่อลามกอนาจาร” และ “มีอาวุธปืน” ส่วนข้อหา “พรากผู้เยาว์” ทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ ยังไม่ได้แจ้งข้อหา เพราะต้องรอสหวิชาชีพสอบเพิ่มเติมเด็กๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดก่อน คาดว่าจะใช้เวลาอีก 2 วันจะแจ้งข้อหาเสี่ย ป. เพิ่ม คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 6 ข้อหา

ต่อมาตำรวจนำตัว เสี่ย ป. ไปฝากขังที่ศาล จ.อุดรธานี โดยเจ้าตัวมีสีหน้าไม่เครียด ยังยิ้มได้ ก่อนได้ประกันตัวโดยวางหลัก 50,000 บาท

งานนี้คงงัดพยานหลักฐานมาสู้กันอย่างดุเดือดทั้งฝ่ายพนักงานเจ้าหน้าที่และเสี่ยคนดัง บทสรุปของคดีนี้ยังต้องติดตามดูกันต่อไป

อุดม ปิดตาทานัง เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน