นับจากวันนี้เหลือเวลาไม่ถึง 5 เดือน รัฐบาลก็จะหมดอายุไปพร้อมสภาผู้แทนราษฎร
จึงไม่แปลกที่เริ่มวิเคราะห์คาดเดากันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะตัดสินใจอย่างไร ชิงยุบสภา หรือทู่ซี้อยู่ไปจนครบวาระ 24 มี.ค. ปีหน้า ซึ่งสองแนวทางมีความเป็นไปได้พอกัน
อย่างไรก็ตามที่อยากรู้คำตอบมากที่สุดไม่ใช่ประชาชน แต่เป็นส.ส.ที่เตรียมย้ายพรรคเพื่อลงสมัครเลือกตั้งรอบหน้า
ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 97 (3) บัญญัติไว้ว่าผู้มีสิทธิ์สมัครรับ เลือกตั้งจะต้องเป็นสมาชิกพรรค การเมืองเพียงพรรคเดียว ติดต่อกัน ไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง
เว้นแต่กรณีเลือกตั้งเพราะยุบสภาให้ลดเวลาเหลือ 30 วัน
หากยึดตามไทม์ไลน์กกต.ที่ว่า หากสภาอยู่ครบวาระ 24 มี.ค.66 เลือกตั้งจะเกิดขึ้นวันที่ 7 พ.ค.ปีเดียวกัน
ดังนั้น การสังกัดพรรคเดียว 90 วัน ต้องนับย้อนจากวันเลือกตั้ง 7 พ.ค.66 ซึ่งจะไปตกอยู่วันที่ 7 ก.พ.66 ไม่ใช่วันที่ 24 ธ.ค.65 ตามที่มีกระแสข่าว
24 ธ.ค. เป็นแค่ห้วง 90 วันก่อนสภา ครบวาระเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับคุณสมบัติ ผู้ลงสมัครเลือกตั้ง
ที่น่าห่วงกว่าคือ กรณียุบสภา ที่จะต้องจัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 45-60 วัน และการจะมีคุณสมบัติเป็นผู้สมัครส.ส. ต้องเป็นสมาชิกพรรคไม่น้อยกว่า 30 วันนับถึงวันเลือกตั้ง
ปัญหาคือไม่มีใครรู้จะยุบสภาเมื่อไหร่?
ที่มีนักการเมืองระบุถึงความเป็นไปได้ที่จะยุบช่วงปลายธ.ค. ถึงต้นม.ค. น่าจะประเมินจากคำพูดแกนนำรัฐบาลคนสำคัญก่อนหน้านี้ว่า หลังประชุมเอเปคเดือนพ.ย. คือช่วงเวลาเหมาะสม
รัฐบาลคาดหวังจะใช้การเป็นเจ้าภาพประชุมผู้นำระดับโลก ช่วยฟื้นฟูเยียวยาภาพลักษณ์พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนตัดสินใจไปสู่การเลือกตั้ง ก็ต้องรอดูจะประสบความสำเร็จ หรือเป็นแค่ความหวังลมๆ แล้งๆ
เนื่องจากความจริงในปัจจุบัน นายกฯ จะยุบสภาหรือฝืนอยู่จนครบเทอม นอกจากนักการเมืองที่คิดย้ายพรรค ประชาชนทั่วไปไม่สนใจเรื่องนี้ เพราะ 8 ปีก่อนถึงวันเลือกตั้งที่ต้องอดทน อดกลั้นมาตลอด
พวกเขาตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า เมื่อการเลือกตั้งมาถึงจะเลือกใครเป็นผู้นำ เลือกพรรคใดมาจัดตั้งรัฐบาล
ฝ่ายอำนาจนิยม หรือฝ่ายประชาธิปไตย?
มันฯ มือเสือ