แม้จะยืนยันว่าเป็นการปฏิบัติตามยุทธวิธี ในการสกัดจับคนร้าย ‘แก๊งโอรส’ ที่มีประวัติใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้จนเจ้าหน้าที่เสียชีวิตมาแล้วก็ตาม แต่ภาพที่เจ้าหน้าที่ตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงสกัดรถคนร้ายบนถนนที่การจราจรติดขัดคับคั่ง เต็มไปด้วยผู้ใช้รถใช้ถนน ย่อมสร้างความไม่สบายใจให้กับผู้คนในสังคม เพราะกระสุนปืนที่ยิงออกไปแม้จะเล็งเป้าไปที่ยางรถคนร้าย แต่มันย่อมมีโอกาสที่จะกระเด็นกระดอนไปถูกผู้บริสุทธิ์ได้

จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่ผู้บังคับบัญชาต้องรีบออกมาแถลงชี้แจงข้อมูลอย่างตรง ไปตรงมารวมทั้งให้ทบทวนยุทธวิธีในการเข้าจับกุมให้รัดกุมกว่านี้ เพราะหากพลาดพลั้งเกิดความสูญเสียขึ้นมา จากผู้รักษากฎหมายก็จะกลายเป็นผู้ต้องหาเสียเอง

อ้วน โอรส ถูกจับพร้อมของกลาง

 

ย้อนไปเมื่อวันที่ 29 ต.ค. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล (โฆษก บช.น.) เปิดแถลงชี้แจงกรณีเหตุตำรวจนอกเครื่องแบบยิงสกัดยางรถยนต์คดียาเสพติดบริเวณกลาง สี่แยกไฟแดง หน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางแค ถ.เพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพฯ ท้องที่สน.หลักสอง เมื่อ วันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้รถประชาชนถูกรถคนร้ายเฉี่ยวชน เสียหาย 6 คัน ก่อนมีผู้ถ่ายคลิปเหตุการณ์นำไปโพสต์ลงในโซเชี่ยลมีเดีย ว่า กรณีดังกล่าวเป็นการเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดียาเสพติดของตำรวจฝ่ายสืบสวน บก.น.7

สดจากสนามข่าว - ย้อนนาทียิงสนั่นถนนกรุง ตร.ล่า-สกัด‘เช็ค โอรส’ ชี้จนท.ปฏิบัติตามยุทธวิธี

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก โฆษก บช.น.ชี้แจง

 

พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า เป้าหมายการจับกุมครั้งนี้เป็นผู้ต้องหา 3 คน ช่วงแรก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเข้าไปจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คนภายในบ้าน และสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 คน แต่ผู้ต้องหารายที่ 3 วิ่งไปขับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่ต้องขับรถไล่ล่ามาจนถึงจุดดังกล่าว และสามารถปิดสกัดทางหนีของคนร้ายได้ แต่ผู้ต้องหากับเร่งเครื่องชนฝ่ารถของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้ชุดสืบสวนจำเป็นต้องยิงยางล้อรถสกัดไม่ให้คนร้ายหลบหนีและทำอันตรายแก่ทรัพย์สินและร่างกายของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง ระหว่างการไล่ล่าผู้ต้องหารายดังกล่าวสามารถหลบหนีไปได้ ทั้งนี้ตำรวจชุดสืบสวนบก.น.7 และบก.สส.บช.น. อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี

“สำหรับขั้นตอนการเข้าสกัดจับคนร้าย จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าเป็นการเข้าสกัดจับกุมตามยุทธวิธี เนื่องจากมีความจำเป็นต้องสกัดไม่ให้คนร้ายหลบหนีและก่อความเสียหายต่อร่างกายและทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่และประชาชนที่อยู่โดยรอบ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและยุทธวิธีในการเข้าจับกุมกรณีดังกล่าวจึงได้ให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 ตรวจสอบและทบทวนขั้นตอนการเข้าสกัดจับกุมดังกล่าวว่าเป็นไปตามยุทธวิธีและระเบียบที่กำหนดหรือไม่” โฆษก บช.น. กล่าว

ขณะที่พล.ต.ต.จักรภพ สุคนธราช ผบก.น.7 พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 เผยว่า ได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.สวัสดิ์ ภักดี รองผกก.สส.บก.น.7 พ.ต.ท.สมศักดิ์ แก้วอุดม สว.กก.สส.บก.น.7 พร้อมชุดปราบปรามยาเสพติด บก.น.7 ว่าเหตุดังกล่าวเกิดจากการนำกำลังขยายผลเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ และประวัติเคยยิงตำรวจของ กก.สส.บก.น.7 จนเสียชีวิตขณะเข้าตรวจค้นจับกุมเมื่อ 10 ปีก่อน โดยบุกตรวจค้นในพื้นที่ 4 จุด ประกอบด้วยคอนโดมิเนียมย่านเพชรเกษม บ้านพัก ย่านพุทธมณฑลสาย 1 บ้านพักย่านบางใหญ่ และบ้านพักย่านบางกรวย

จากการตรวจค้นห้องพักเป้าหมายใน คอนโดฯ ริมถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. จับกุมนายวินิต เลิศพนาสิน 31 ปี หรือ อ้วน โอรส และนายประพัฒน์ ประเสริฐกุล ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมไอซ์ 1.65 กิโลกรัม อี 235 เม็ด ยา Happy Water 6 ซอง ยาไฟว์ ไฟว์ 140 เม็ด และรถกระบะ 1 คัน อยู่ลานจอดรถของ คอนโดฯ จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน

สดจากสนามข่าว - ย้อนนาทียิงสนั่นถนนกรุง ตร.ล่า-สกัด‘เช็ค โอรส’ ชี้จนท.ปฏิบัติตามยุทธวิธี

นาทีจับนายวินิต เลิศพนาสิน หรือ อ้วน โอรส

 

แต่ระหว่างการตรวจค้น นายชนทัต นทีมาศ อายุ 29 ปี หรือเช็ค โอรส อีกหนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับไหวตัวทันได้ขับรถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วี สีขาว ทะเบียน 8 กส 8407 กรุงเทพมหานคร หลบหนีผ่านทางป้อมยามที่มีกำลังตำรวจชุดสืบสวนดักอยู่ และพยายามขับรถชนตำรวจจนต้องกระโดดหลบ เมื่อตำรวจวิ่งติดตามออกไปบนถนน พบว่าเป็นช่วงติด ไฟแดงการจราจรค่อนข้างจะหนาแน่น ผู้ต้องหาพยายามขับรถชนรถของชาวบ้านแหวกทางหลบหนี ชุดสืบสวนจึงพยายามใช้อาวุธปืนยิงสกัดไปที่ยางรถจนแตก เป็นเหตุการณ์ที่ปรากฏตามคลิปบนโซเชี่ยล แต่คนร้ายขับรถไปจอดทิ้งไว้บริเวณลานจอดรถสรีเวช เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ แล้วหลบหนีไป เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งตามจับตัวมาดำเนินคดี

สดจากสนามข่าว - ย้อนนาทียิงสนั่นถนนกรุง ตร.ล่า-สกัด‘เช็ค โอรส’ ชี้จนท.ปฏิบัติตามยุทธวิธี

ยิงสกัดจับ เช็ค โอรส

 

ด้านพ.ต.อ.วงกต สุวรรณวัฒน์ ผกก.สน. หลักสอง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ ผู้เสียหายเบื้องต้นมีรถยนต์อยู่ภายในที่เกิดเหตุ เสียหาย 5 คัน ทางพนักงานสอบสวนสน. หลักสอง ได้เร่งประสานงานบริษัทประกันภัย ให้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่เสียหายกรณีดังกล่าวโดยเร่งด่วนแล้ว

การจับกุมคนร้ายนับเป็นเรื่องดี แต่ความปลอดภัยของประชาชนก็สำคัญไม่แพ้กัน

สราวุฒิ ศรีเพ็ชรสัย

เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน