เอเอฟพีรายงานวันที่ 3 พ.ย. ถึงสถานการณ์ตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีที่ยังระอุต่อเนื่อง หลังคณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้แถลงว่า เกาหลีเหนือในการปกครองของนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ เปิดฉากยิงขีปนาวุธพิสัยไกล 1 ลูก และขีปนาวุธพิสัยใกล้อีก 2 ลูก ไปทางทะเลตะวันออกหรือทะเลญี่ปุ่น
รายงานระบุว่า ขีปนาวุธพิสัยไกลลูกแรกถูกเมื่อเวลาราว 07.40 น. จากเขตซูนัน ชาน กรุงเปียงยาง เป็นขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดมัค 15 ในระดับความสูง 1,920 ก.ม. เป็นระยะทางราว 760 ก.ม. ก่อนความพยายามดังกล่าวจะล้มเหลวระหว่างยิง ต่อมาเวลา 08.39 น. ตรวจพบว่าเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ 2 ลูก จากเมืองแคชอน จังหวัดพย็องอันใต้ ใช้ความเร็วมัค 5 ที่ระดับความสูงราว 70 ก.ม. และเคลื่อนที่เป็นระยะทาง 330 ก.ม.
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจากเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธวิถีโค้งพิสัยสั้นมากกว่า 20 ลูก โดยขีปนาวุธส่วนหนึ่งข้ามเส้นแบ่งเขตตกใกล้น่านน้ำของเกาหลีใต้ เป็นเหตุให้เกาหลีใต้ตอบโต้ด้วยการปล่อยขีปนาวุธแบบอากาศสู่พื้นจำนวน 3 ลูก พุ่งไปตกในทะเลเหลืองก่อนถึงเส้นแบ่งแนวจำกัดตอนเหนือกั้นน่านน้ำของสองประเทศเกาหลี
ต่อมาเกาหลีเหนือยิงกลับด้วยขีปนาวุธวิถีโค้งหลายลูกและปืนใหญ่อีกกว่า 100 นัด เนื่องจากไม่พอใจที่เกาหลีใต้และสหรัฐร่วมซ้อมรบทางอากาศครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อรหัสว่า “วิจิแลนต์ สตอร์ม”โดยหลังจากเกาหลีเหนือตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธต่อเนื่อง กองทัพเกาหลีใต้ก็แถลงว่าจะขยายระยะเวลาซ้อมรบเพิ่ม

ภัยคุกคาม – เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจังหวัดมิยางิ ของญี่ปุ่น ติดตามข่าวความเคลื่อนไหว หลังจากเกาหลีเหนือระดมยิงขีปนาวุธต่อเนื่อง ส่งผลให้สำนักงานนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ต้องประกาศเตือนภัยในหลายจังหวัด รวมถึงนีงาตะ ยามางาตะ และมิยางิ (เอพี)
วันเดียวกัน สำนักงานนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นประกาศเตือนภัยเจ-อะเลิร์ต ให้ประชาชนในจังหวัดมิยางิ นีงาตะ และยามางาตะ หาที่หลบภัยหรืออยู่ในเคหสถาน