วันที่ 4 พ.ย. ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ท่าพระจันทร์ คณะรัฐศาสตร์ จัดเสวนาวิชาการ เรื่อง “ศึก ศักดิ์ vs. ศรี” ถึงกรณีล็อกคอ : ฤาความรุนแรงจะคือคำตอบสำหรับความ ขัดแย้งทางการเมืองไทย? สืบเนื่องจากกรณี นายวีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล หรือ ลุงศักดิ์ ชก นายศรีสุวรรณ จรรยา เมื่อวันที่ 18 ต.ค.65 วิทยากรร่วมเสวนา ได้แก่ นายบุญเลิศ วิเศษปรีชา อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. น.ส.ชญานิษฐ์ พูลยรัตน์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มธ. น.ส.งามศุกร์ รัตนเสถียร อาจารย์จากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมด้วย น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า เราได้เรียนรู้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับ ผู้เห็นต่างทางการเมือง ถูกทำขึ้นจากผู้สูญเสียอำนาจ แต่ไม่ได้ทำให้เราหยุดยั้งการทำงานการเมือง และทำให้เห็นได้ว่าความรุนแรงทั้งทางกาย วาจา ขัดขวางการรณรงค์ทางการเมือง เมื่อใดที่เกิดความรุนแรงขึ้นคนไม่พร้อมที่จะรับฟังการเมือง

นายบุญเลิศ กล่าวว่า กรณีลุงศักดิ์ ตนเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าลุงศักดิ์ทำไม่ถูก นักศึกษาในห้องเรียนกว่า 70% ก็คิดว่าไม่ถูกต้อง ส่วนความสะใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากระบบปกติไม่ทำงาน ก็ต้องกลับมามองที่รัฐ เพราะกลไกของรัฐเสื่อมประสิทธิภาพ การเคลื่อนไหวทางการเมืองเริ่มจากกลุ่มพันธิมิตรชุมนุม เมื่อนานไปก็คิดหาวิธียกระดับกดดันให้รัฐตอบโต้จนเกิดความรุนแรงมากขึ้น การที่แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ยึดแนวเดิมอยู่จะเป็นเรื่องดีที่จะไปนำไปสู่การใช้ความรุนแรง การจะเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ไม่ใช่การใช้ความรุนแรง แต่มาจากการพูดคุยกัน

น.ส.ชญานิษฐ์ กล่าวว่า ทั้งกรณีลุงศักดิ์ชกนายศรีสุวรรณ นายเคกระทำกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นความรุนแรงทั้งสองกรณี ทั้งนี้ การใช้ความรุนแรงดูจากการกระทำไม่เกี่ยวว่าต้องใช้อาวุธเท่านั้น ซึ่งมีความรุนแรงจำนวนไม่น้อยที่เกิดขึ้นในเจตนาดี และมีความรุนแรงที่มองไม่เห็น เป็นความรุนแรงทางโครงสร้างไม่ใช่ทางกายภาพ มีเหยื่อที่ถูกนายศรีสุวรรณยื่นร้องเรียน ซึ่งเป็นความรุนแรงอีกแบบหนึ่ง เพราะเป็นการยื่นฟ้องในคดีที่ร้ายแรงแต่ไม่มีมูล แต่ทำให้คนถูกร้องขาดโอกาสได้งาน ครอบครัวมีความไม่ปลอดภัย และไม่แน่ใจว่าแม้นายศรีสุวรรณได้รับความรุนแรงทางกายภาพแล้วอาจไม่ส่งผลอะไร และที่นายศรีสุวรรณยังคงฟ้องเรื่อยเปื่อยต่อไปนั้นต้องมาย้อนดูที่โครงสร้างของกฎหมายแล้วว่าเพราะอย่างไร

น.ส.งามศุกร์ กล่าวว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น อยากให้มองถึงกลไกของรัฐและกฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพ จนทำให้เกิดความรุนแรงเชิงโครงสร้าง แม้ไม่ใช่ความรุนแรงที่เห็นเลือดออกแต่ก็ทำร้ายจิตใจ ทั้งลุงศักดิ์และนายศรีสุวรรณถือเป็นเหยื่อของความรุนแรงเชิงโครงสร้าง

น.ส.ปนัสยา กล่าวว่า มีการดำเนินคดีทางการเมืองมากกว่า 1,000 คดี ผู้ถูกดำเนินคดีกว่า 200 คน เราโกรธมากและอัดอั้นจึงเริ่มออกมาแสดงทางการเมือง โกรธที่สังคมไม่เป็นธรรม จึงใช้ความโกรธ ขับเคลื่อนเป้าหมายทางการเมืองแต่ยังเลือกใช้สันติวิธี ไม่ได้มองว่าโลกสวยแต่คือการเลือกใช้วิธีที่ดี และสิ่งนี้บอกกับรัฐบาลต้องหยุดใช้ความรุนแรงได้แล้วเพราะเราก็ไม่ใช้ แต่สันติวิธีไม่ใช่นั่งอยู่นิ่งๆ ให้เขากระทืบ ความขัดแย้งไม่ใช่ความรุนแรงแต่มันคือการแก้ปัญหาวิธีหนึ่ง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน