ในการประชุมวุฒิสภานัดแรก หลังจากเปิดประชุมสมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2565
ปรากฏว่า มี 5 สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่
พล.อ.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล เป็น ส.ว. แทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่ง พล.ร.อ.ชุมนุม อาจวงษ์ ส.ว. ถึงอนิจกรรม
และ 4 ส.ว.โดยตำแหน่ง หลังจาก เข้ารับหน้าที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
ประกอบด้วย พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม
พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร.
พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผบ.ทอ.
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.
เริ่มทำหน้าที่อย่างเป็นทางการเมื่อ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา

พล.อ.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล
เกิดวันที่ 22 ต.ค.2499 อายุ 66 ปี
เตรียมทหาร รุ่น 16 นายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 27 โรงเรียนเสนาธิการ ทหารบก หลักสูตรหลักประจำชุดที่ 67/31
ผบ.หมวดเครื่องยิงลูกระเบิด กองร้อยเครื่องยิงลูกระเบิด กรมทหารม้าที่ 3
เลื่อนตำแหน่งตามลำดับ หัวหน้าฝ่ายยุทธการ กองพลทหารม้าที่ 1, ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 13, ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกพะเยา, ผู้บัญชาการกองพล ทหารม้าที่ 1, รองแม่ทัพภาคที่ 3
แม่ทัพภาคที่ 3 และผู้ช่วย ผบ.ทบ.
ปี 2559 ได้รับแต่งตั้งเป็น สนช.
ผ่านตำแหน่งหน้าที่ ราชองครักษ์พิเศษ, ราชองครักษ์เวร, รองประธานคณะกรรมการการสร้างความรู้ฯ พลังงานไฟฟ้า ภาคใต้ และรองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
อีกอดีตนายทหารใหญ่ที่ได้นั่งเก้าอี้ ส.ว.แต่งตั้งหลังรัฐประหารปี 2557

พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์
บิ๊กหนุ่ม เกิดวันที่ 18 เม.ย.2508 อายุ 57 ปี
เตรียมทหาร รุ่น 24 นายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 35 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำชุดที่ 75
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
เติบโตเหล่าทหารราบ ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองร้อยทหารราบยานเกราะ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 12 รอ.
ฝ่ายเสนาธิการประจำกรมยุทธการ ทหารบก
ผู้ช่วยทูตทหารบกที่ปารีส, ผู้บังคับกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11)
ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 112 กองพลทหารราบที่ 11 (พล.ร.11)
ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 19 พล.ร.9
รองผบ.พล.ร.9, ผบ.มทบ.11, ผบ.พล.ร.9, รองผบ.หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
ผบ.ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร
หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรมว.กลาโหม
รองปลัดกระทรวงกลาโหม
ปลัดกลาโหม เมื่อ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา

พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์
บิ๊กจอร์จ อายุ 59 ปี
เตรียมทหาร รุ่น 22 รุ่นเดียวกับพล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ., พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผบ.ทอ. และพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.
หัวหน้านักเรียนนายเรือ รุ่นที่ 79, นักเรียนเสธ.ทร. รุ่นที่ 55 ลำดับที่ 1
ประธานรุ่นวิทยาลัยการทัพเรือ วทร.41
ผ่านตำแหน่ง ผู้บังคับการเรือหลวงคารณสินธุ, ผู้บังคับการเรือหลวงรัตนโกสินทร์, ผู้ช่วยทูตทหารเรือ ณ วอชิงตัน ดีซี
ผอ.กองการฝึก กรมยุทธการทหารเรือ, ผอ.กองนโยบายและยุทธศาสตร์ กรมยุทธการทหารเรือ
เสนาธิการกองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ
รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ, ผอ.สำนักกิจการความมั่นคง กรมยุทธการทหารเรือ, รองเจ้ากรมสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ
ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 และผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3
ถูกโยกออกจากกองทัพเรือไปเป็นรองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย
เม.ย.2565 กองทัพเรือดึงกลับมารับตำแหน่ง ผู้ช่วยผบ.ทร. เพื่อรอขึ้นเป็นผบ.ทร.
1 ต.ค.ที่ผ่านมา ผงาดขึ้นเป็นผบ.ทร.

พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ
เตรียมทหาร 22 ร่วมรุ่นพล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ., พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร. และพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.
โรงเรียนนายเรืออากาศ รุ่นที่ 29
เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการรบร่วมอากาศ-พื้นดิน รุ่นที่ 78, นายทหารชั้นผู้บังคับฝูง รุ่นที่ 72
โรงเรียนเสนาธิการทหารอากาศ รุ่นที่ 39, วิทยาลัยการทัพอากาศ รุ่นที่ 41
นักบินเครื่องบิน T-33 (T-BIRD) และ L-39
ครูการบิน กรมยุทธการทหารอากาศ
ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สายงานปลัดบัญชี เติบโตเป็น ปลัดบัญชีทหารอากาศ
โยกมาเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ และผู้ช่วยผบ.ทอ.
มีส่วนร่วมเตรียมการจัดซื้อเครื่องบินรบยุคใหม่ที่กองทัพอากาศทำแผนจัดหา
ขึ้นเป็น ผบ.ทอ. เมื่อ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์
บิ๊กเด่น เกิดวันที่ 3 ก.ย. 2506 อายุ 59 ปี
เตรียมทหาร 22 ร่วมรุ่น พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ., พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผบ.ทร. และพล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผบ.ทอ.
นายร้อยตำรวจ รุ่น 38 ปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์ จาก City University สหรัฐอเมริกา
เริ่มรับราชการปี 2528 ตำแหน่ง รองสวส.สน.พลับพลาไชย เขต 2
ผ่านงานหลักของตำรวจทั้งโรงพัก, ภูธร, หน่วยพิเศษ, กำลังพล, อาชญากรรมข้ามชาติ, อาชญากรรมทางเทคโนโลยี
รองผกก.ป.สน.บางรัก, ผกก.สน.คลองตัน, รองผบก.สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191), รองผบก.อารักขาและควบคุมฝูงชน (อคฝ.), ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ, ผบก.น.2, ผบก.ภ.จว.พะเยา, รองผบช.ภาค 5
ผบช.สำนักงานกำลังพล, ผบช.สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ตอนเป็น ผบช.ภาค 3 ทำโครงการ ‘ประชารัฐร่วมใจต้านภัยยาเสพติด (ปักกลด)’ 1,472 หมู่บ้าน
ขยับขึ้นผู้ช่วยผบ.ตร. และรองผบ.ตร. ดูแลงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ขบวนการอาชญากรข้ามชาติ
ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัย-การจราจรการประชุมเอเปค กลางเดือนพ.ย.นี้
1 ต.ค.ที่ผ่านมา ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนใหม่ คนที่ 13