‘โควิด’ ที่อาละวาดพ่นพิษมา 2-3 ปี แม้จะเริ่มบางเบาลงบ้าง แต่ผู้คนนอกจากต้องอยู่กันอย่างหวาดระแวงแล้ว ร้านค้า ธุรกิจรายย่อยทยอยกันเจ๊งระนาว ระบบเศรษฐกิจพังพินาศ มนุษย์เงินเดือนต้องเตะฝุ่นมากเป็นประวัติการณ์

หลายคนยอมรับความพ่ายแพ้ต่อชีวิตครอบครัวที่ต้องล่มสลายจากสภาวะดังกล่าว เลือกตัดช่องน้อยแต่พอตัว บางรายหนักถึงขั้นพาลูกเมียพ่อแม่ไปด้วย ตามที่เห็นเป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมา

แต่ยังมีคนสู้ชีวิตอีกจำนวนมากที่กัดฟันดิ้นรน ยอมเฉือนเนื้อตัดแขนเพื่อรักษาชีวิต ลดภาระที่ไม่จำเป็นออกไป หวังได้มีโอกาสโผล่พ้นน้ำขึ้นมาหายใจหายคอได้คล่องมากขึ้นอีกครั้ง

รถยนต์ที่ยังต้องผ่อนชำระค่างวด คือหนี้ก้อนใหญ่ที่คนเหล่านี้คิดตัดออก ไปมากที่สุด ทำให้ช่วงที่ผ่านมาพบเห็นประกาศขายดาวน์รถมือสองในราคาถูกๆ หรือให้เอารถไปผ่อนต่อได้ฟรีไม่ต้องเสียเงินสักแดงเดียว

ขอแค่คนรับช่วงต่อต้องไปทำเรื่องเปลี่ยนชื่อในสัญญาเช่าซื้อกับไฟแนนซ์ ให้เท่านั้น

แต่ก็เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อมิจฉาชีพมองเห็นเป็นช่องทางหากินบนความฉิบหายของผู้อื่น

โพสต์เตือนภัยโจรแสบบางส่วน

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา

ภายใต้คำสั่งการของ พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. และพ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ กิติเจริญศักดิ์ ผกก.1 บก.ปคบ.

พ.ต.ต.กฤษณ์ พิพัฒน์พูนสิริ สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคบ. และ ร.ต.อ.รุ่งโรจน์ ดอนนันชัย รองสว.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคบ. นำกำลังไปยังร้านข้าวมันไก่แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่หน้าปากซอยช่างอากาศอุทิศ 5 แขวงและเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ

หลังสืบทราบว่า นายจิรพงษ์ หวังเต่ากลาง อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรีในข้อหา “ยักยอกทรัพย์” กำลังนั่งหม่ำข้าวมันไก่อย่างสุขอารมณ์อยู่

นายจิรพงษ์ผู้ต้องหารายนี้ถูกออกหมายจับ เพราะมี ผู้เสียหายหลายรายพร้อมใจกันทยอยเข้าแจ้งความตำรวจในหลายท้องที่ ว่านายจิรพงษ์หลอกรับซื้อดาวน์และรับจำนำรถยนต์จากเพจขายรถยนต์มือสอง หรือกลุ่มเฟซบุ๊กที่มี ผู้ผ่อนรถต่อไม่ไหวแล้วหาคนผ่อนต่อ

โดยทำทีรับซื้อรับจำนำ หรือรับผ่อนรถยนต์ที่ติดไฟแนนซ์ต่อ เน้นเป็นรถกระบะ อีซูซุ ดีแมคซ์ หรือ โตโยต้า รีโว่ โดยรับซื้อหรือจำนำในราคาคันละ 40,000 บาท และนัดรับรถจากผู้เสียหาย ก่อนนำไปขายต่อในตลาดมืด ในราคาคันละ 1-2 แสนบาท

นายจิรพงษ์ หวังเต่ากลาง ผู้ต้องหา

 

ต่อมาพอผู้เสียหายติดตามรถคืน ก็ไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้

นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังตีสนิทผู้เสียหายบางรายใช้อุบายขอยืมรถยนต์ไปใช้และบอกว่าจะนำมาส่งคืน แต่นำไปขายในตลาดมืดทำให้ผู้เสียหายหลายรายไปแจ้งความต่อตำรวจในหลายท้องที่

จนกระทั่งมีการออกหมายจับและถูกตำรวจ กก.1 บก.ปคบ. ตามจับกุมได้คาจานข้าว มันไก่

ตร.ล็อกคาร้านข้าวมันไก่เจ้าดัง

 

ผู้การอนันต์เค้นสอบปากคำ ผู้ต้องหาเองหลังจับกุมตัวได้ นายจิรพงษ์ก็ตีหน้าเศร้าให้การรับสารภาพ แต่ยังอ้างว่าเคยตกเป็นผู้เสียหายในคดีลักษณะแบบนี้มาก่อน เลยเห็นช่องทางในการ กระทำความผิด แล้วนำมาใช้หลอกลวง

แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะพยานหลักฐานบ่งชี้ชัดเจนว่ากระทำเป็นรูปแบบขบวนการ จึงคุมตัวไว้สอบสวนขยายผลล่าตัวพรรคพวกที่เหลือให้เร็วที่สุด

พล.ต.ต.อนันต์ยังเตือนผู้ที่คิดว่าจะผ่อนต่อไปไม่ไหว แล้วจะเอารถไปขายต่อให้คนอื่น ขอให้ทบทวนก่อน

แต่หากการขายดาวน์หรือขายสิทธิการเช่าซื้อจริงๆ ต้องหาคนมาผ่อนรถต่อได้ก่อนจึงจะทำได้ แต่ต้องแจ้งให้ไฟแนนซ์รับรู้ และทำสัญญาใหม่แก้ไขเปลี่ยนตัวผู้เช่าซื้อให้ถูกต้อง

อย่าหลงเชื่อมอบรถและเอกสารให้คนอื่นไปโดยยังไม่ได้เปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อให้ถูกต้องก่อน

เพราะไม่เพียงจะถูกโจรหลอกเอารถไปขายต่อแบบฟรีๆ ยังต้องผ่อนลมที่ไร้แม้กุญแจรถให้ดูต่างหน้า ยังอาจต้องติดคุกโดยไม่รู้ตัว

เพราะผู้ที่อยู่ในฐานะเช่าซื้อ ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ จึงไม่มีสิทธิเอารถไปขายให้คนอื่นได้

การนำรถไปจำนำหรือการเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อนั้น ห้ามเป็นขายรถที่ติดไฟแนนซ์ อาจเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกทรัพย์ได้

ภูวเดช ฉัตรทิวาพร

เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน