กระหึ่มแห่งเสียงร้องและข้อคาดหมายในเรื่อง “ยุบสภา” ดังอย่างกึกก้องมาจากไหน
1 เป็นเสียงอันมากด้วยความจัดเจนจาก นาย นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ 1 เป็นเสียงอันมากด้วยความเข้มในการวิเคราะห์จาก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว
ถามว่าสถานะ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นอย่างไร
ต้องยอมรับว่า นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เป็นรองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
เด่นชัดอย่างยิ่งว่าได้รับแรงดันมาจากการเป็น “ฝ่ายค้าน”
ธรรมชาติของ “ฝ่ายค้าน” นั้นล้วนต้องการให้มีการยุบสภา เพื่อนำไปสู่ “การเลือกตั้ง”
เพราะกล่าวสำหรับฝ่ายค้าน การเลือกตั้งย่อมเป็น “โอกาส” ยิ่งเป็นฝ่ายค้านอย่างพรรคสร้างอนาคตไทยยิ่งเรียกร้องการยุบสภาอย่างเร่งเร้า รุนแรง
เนื่องจากไม่มี ส.ส.ในสภาให้ได้แสดงฝีมือ
ขณะเดียวกัน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว แม้จะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แม้จะดำรงอยู่ในสถานะแห่ง “ผู้นำ ฝ่ายค้าน” แต่ก็อยากให้มีการยุบสภาโดยเร็ว
เพราะต้องการพิสูจน์ทราบในเรื่อง “แลนด์สไลด์”
ทั้งหมดนี้ย่อมแตกต่างจากสถานะที่ได้เปรียบอย่างต่อเนื่องของคนที่เป็นรัฐบาล
ไม่ว่าจะมองผ่าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนา
การอยู่ในตำแหน่ง “รัฐมนตรี” เปี่ยมด้วยความได้เปรียบ
ด้านหนึ่ง กกต.อาจออกกฎเหล็ก 180 วันก่อนการเลือกตั้ง แต่คนซึ่งอยู่ในสถานะของรัฐบาลได้เปรียบอย่างยิ่ง ผ่านกระบวนการตรวจราชการ
มีรถนำขบวน แจกของให้ชาวบ้านได้อย่าง ชอบธรรม
ลักษณะพิเศษของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อันเด่นชัดอย่างยิ่งคืออะไร
ตอบได้เลยว่า คือ การเตะถ่วงหน่วงเวลา ตั้งแต่เรื่องรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่เรื่องกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญ กว่าจะได้เลือกตั้งก็ปี 2562
กลยุทธ์นี้ยังเป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา