โรงเรียนต้องเป็นที่ปลอดภัย พูดกันมานมนานแต่กลับไม่มีมาตรการอะไรจริงจัง จนมาเกิดเหตุสลดขึ้นที่ ศูนย์เด็กเล็กหนองบัวลำภู ความปลอดภัยในโรงเรียน จึงถูกยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้งว่าจะต้องลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง
2 เหตุระทึกต่อไปนี้ จะแสดงให้เห็นว่ามาตรการที่นำมาใช้ทำให้โรงเรียนปลอดภัยพอหรือยัง
เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อแปดโมงเช้าวันที่ 2 พ.ย. 2565 พ.ต.ท.จิระวิน เรืองบุญ สว.(สอบสวน) สภ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ รับแจ้ง เหตุชายคลุ้มคลั่งทำร้ายแม่ และวางเพลิง เผาบ้าน เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 217 หมู่ 1 ต.โกรกแก้ว อ.โนนสุวรรณ จึงนำกำลัง เจ้าหน้าที่รุดไปที่เกิดเหตุพบเพลิงไหม้บ้านเสียหายทั้งหลัง ทราบผู้ก่อเหตุคือนายกองพล หรือหมิง แซ่หล้า อายุ 30 ปี ลูกชายเจ้าของบ้าน สาเหตุเนื่องจากคลั่งที่ขอเงินมารดาไม่ได้จึงใช้เหล็กตีหัวมารดาจนแตก หลังก่อเหตุขับขี่ รถจักรยานยนต์พ่วงข้างหนีไป ก่อนพบเดินถือ เหล็กป้วนเปี้ยนหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลโนนสุวรรณ
เจ้าหน้าที่รีบแจ้งไปยังศูนย์เด็กเล็ก พร้อมนำ กำลังส่วนหนึ่งไปคุ้มกันทันที ตำรวจและครูร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย ปิดประตูทางเข้าศูนย์เด็กเล็ก แม้จะสร้างความแตกตื่นตกใจไปทั่วแต่ก็ได้ผลเรื่องความปลอดภัย เพราะไม่ปรากฏเงาของนายกองพลย่างกายเข้ามาใกล้

ตร.รุดตรวจสอบที่โรงเรียน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ติตตามจับกุมตัวนายกองพล ได้ขณะหลบซ่อนอยู่ในทุ่งนา สภาพพูดจา ไม่รู้เรื่อง โดยเบื้องต้นแจ้งข้อหาวางเพลิงและทำร้ายร่างกายบุพการี

นาทีจับนายกองพล แซ่เหล้า
น.ส.ศุภิสรา ศรีงาม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนสุวรรณ กล่าวว่าหลังได้รับรายงานให้เจ้าหน้าที่เทศบาลเดินทางไปป้องกัน ศูนย์เด็กเล็ก เพราะพฤติกรรมนายกองพล สุ่มเสี่ยงก่อเหตุอันตราย แต่โชคดีที่นายกองพล เข้าไปในศูนย์เด็กเล็กไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่กันเอาไว้ก่อนแล้ว สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ หลังนายกองพลออกมาแล้วชาวบ้านจะระวังป้องกันตัวกันอย่างไร
อีกเหตุระทึกเกิดขึ้นเมื่อสิบเอ็ดโมง วันที่ 3 พ.ย. ร.ต.อ.ลือชัย การุณ รองสวป.สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งเหตุชายคลุ้มคลั่งบุกเข้าไปทำร้ายครูในโรงเรียนบ้านหนองปลาดุก จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นโรงเรียนสอนชั้นประถมและมัธยม พบอาคารเรียนสูง 2 ชั้น บนชั้น 2 สอนชั้น ป.1 ส่วนชั้นล่างสอนชั้น ป.2 พบครูและนักเรียนอาคารใกล้เคียงต่างพากันแตกตื่นวิ่งออกมา นอกห้องเรียนมามุงดูหน้าอาคารที่เกิดเหตุ ครูจึงรีบกันเด็กนักเรียนให้รีบเข้าห้องเรียน หวั่นเกรงคนร้ายจะมีอาวุธมาด้วย และอาจได้รับอันตราย

ครูสไว ภักดีล้น เล่าเหตุการณ์
นางไสว ภักดีล้น อายุ 43 ปี ครูประจำชั้น ป.1/2 ผู้บาดเจ็บมีรอยฟกช้ำบริเวณใบหน้าให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังสอนวิชาคณิตศาสตร์ มีนักเรียนชาย-หญิง อายุ 7-8 ขวบในห้อง 17 คน นายธานินทร์ ไชยบัวรินทร์ อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นหลานชายของตน ที่มีบ้านพักอยู่ตรงข้ามโรงเรียน มีอาการคลุ้มคลั่งบุกขึ้นมาบนชั้นที่ 2 ของอาคารเรียน ตะโกนโวยวายว่า อย่าสอนหนังสือเสียงดัง ด้วยความกลัวพยายามปิดล็อกประตูห้องเรียน แต่กลอนประตูเสียทำให้คนร้ายพังเข้ามา กำหมัดซ้ายปรี่ชกเข้าใบหน้า 2 ครั้ง จนได้รับบาดเจ็บ จึงรีบตะโกนบอกให้นักเรียนที่ยังอยู่ในอาการตกใจให้รีบมุดหลบใต้โต๊ะ เกรงว่าจะได้รับอันตราย ก่อนคนร้ายจะหลบหนีออกจากโรงเรียนไป
ครูไสวเผยอีกว่า เมื่อ 2 ปี ก่อนนายธานินทร์ที่มีพฤติกรรมติดยาเสพติดเคยบุกเข้าโรงเรียนใช้ฉมวกแทงครูชายได้รับบาดเจ็บสาหัสมาแล้ว โดยถูกจับกุมและติดคุก 3 ปี พอพ้นโทษออกมาก็ก่อเหตุชกต่อยตนได้รับบาดเจ็บ 2 ครั้งแล้ว ทุกครั้งแจ้งความเอาเรื่อง กระทั่งครั้งล่าสุดคาดว่าน่าจะมีอาการหลอนคลุ้มคลั่งเมายาบ้า ยืนยันจะเอาเรื่องและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ป้วนเปี้ยนหน้าศูนย์เด็กเล็ก
คํ่าวันเดียวกันภายหลัง พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จว.นครพนม พ.ต.อ.กฤติน กอร์ปกุลหิรัญ ผกก.สส.ภ.จว.นครพนม พ.ต.อ.ณัฎฐวิชฌ์ ราชแก้ว ผกก.สภ.เมืองนครพนม พร้อมตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครพนม ชุดสืบสวน บก.ภ.จว.นครพนม และฝ่ายปกครอง ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ระดมกำลังร่วม 50 นายจัดชุดไล่ล่า กระจายกำลังออกเสาะหาเบาะแส ตระเวนตามบ้านญาติพี่น้อง บ้านใกล้เรือนเคียงและตามบ้านเพื่อน สวนยางพารา และทุ่งนาตามป่าท้ายหมู่บ้าน จนในที่สุดก็จับกุมหนุ่มคลั่งรายนี้ได้
โดยเจ้าหน้าที่ที่ดักซุ่มอยู่บ้านของนายธานินทร์ ห่างจากโรงเรียนแค่ 20 เมตร พบนายธานินทร์แอบเข้ามาหลังบ้านท่ามกลางความมืด จึงบุกจับกุมตัวไว้ได้ ก่อนคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองนครพนม
ด้านครูไสวกล่าวหลังทราบข่าวว่า รู้สึกโล่งใจและดีใจที่ผู้ปกครองจะได้นำบุตรหลานมาเล่าเรียนในวันพรุ่งนี้ หลังจากพากันหวาดผวา โดยครูที่โรงเรียนได้ส่งภาพคนร้ายมาให้ดูทางไลน์แล้ว ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ตำรวจและสื่อที่ช่วยเป็นกระบอกเสียงกระทั่งจับผู้ก่อเหตุได้ในที่สุด
ขณะที่นางศรีจันทร์ อายุ 61 ปี แม่ผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ลูกชายติดยาบ้ามานาน 10 ปี พักหลังมีอาการโวยวาย เวลาขอเงินไม่ได้ จะก้าวร้าวและข่มขู่ตน บอกว่าจะเผาทำลายบ้านพัก เคยแจ้งตำรวจฝ่ายปกครองนำตัวไปบำบัดรักษา 1-2 เดือนสุดท้ายไม่ดีขึ้น จากนี้ ก็ขอให้รับกรรมไปตามกฎหมาย
นับเป็นอีกภัยร้ายของยาเสพติดที่แฝงเชื้อร้ายอยู่ในตัวผู้เสพ เพื่อรอเวลาปะทุ!
เรืองรุจ วังแจ่ม-สุรชัย พิรักษา
ชนะ วสุรักคะ – เรื่อง/ภาพ