กลายเป็นประเด็นที่สร้างความฮือฮาอย่างมาก หลังจากมีข่าวว่ากลุ่มเฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (เอฟเอสจี) แห่งสหรัฐอเมริกา ในฐานะเจ้าของสโมสร “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต้องการขายกิจการของทีมให้ผู้อื่น

ในส่วนของสาเหตุนั้น มีรายงานว่ากลุ่มเอฟเอสจีมองถึงโอกาสการทำกำไรมหาศาล รวมถึงแนวโน้มที่โครงการยูโรเปียน ซูเปอร์ลีก ไม่มีทีท่าจะเกิดขึ้นได้ ทำให้การแข่งขันกับทีมเงินถุงเงินถังรายอื่นมีแต่จะยากขึ้น

กลุ่มเอฟเอสจีเข้ามาเทกโอเวอร์ลิเวอร์พูลตั้งแต่ปี 2010 ด้วยเงิน 300 ล้านปอนด์ แต่คาดว่าการปล่อยสู่มือผู้อื่นรอบนี้ เอฟเอสจีน่าจะหวังไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านปอนด์ เท่ากับว่าตัวเลือกผู้มีศักยภาพพอจะมารับช่วงต่อได้นั้นคงมีไม่มากนัก

ตัวเลือกแรกสุดหนีไม่พ้นราชวงศ์ดูไบ แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งตกเป็นข่าวโยงเรื่องเข้าฮุบลิเวอร์พูลมานาน นี่จึงเป็นโอกาสดีที่จะเข้ามาเจรจาอีกครั้ง

เดิมทีราชวงศ์ดูไบเคยมีข่าวว่าได้ยื่นข้อเสนอเทกโอเวอร์ลิเวอร์พูล 500 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2006 สมัยที่ 2 นักธุรกิจอเมริกัน ทอม ฮิกส์ และจอร์จ จิลเลตต์ ยังเป็นเจ้าของอยู่ แต่การเจรจาไม่ประสบความสำเร็จ ก่อนที่กลุ่มทุนเอฟเอสจีจะเข้ามาครอบครองสโมสรในเวลาต่อมา

แม้ว่าเงื่อนไขเทกโอเวอร์ทีมรอบนี้ย่อมมีมูลค่าสูงกว่าเมื่อ 16 ปีที่แล้วแบบเทียบไม่ติด แต่ด้วยความมั่งคั่งของราชวงศ์นี้ เรื่องเงินจึงไม่น่าใช่ปัญหาแต่อย่างใด และถ้าการเทกโอเวอร์เกิดขึ้นจริง เชื่อได้เลยว่าหลังจากนั้นลิเวอร์พูลจะกลายเป็นทีมที่มีเงินให้ถลุงไม่แพ้ใครแน่

ตัวเลือกที่เป็นไปได้รายต่อมา เซอร์มาร์ติน โบรห์ตัน นักธุรกิจ สหราชอาณาจักร อดีตประธานสายการบินบริติช แอร์เวย์ส และเคยเป็นประธานสโมสรลิเวอร์พูลระยะเวลาสั้นๆ เมื่อปี 2010

โบรห์ตันมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนถ่ายกรรมสิทธิ์ลิเวอร์พูลสู่เอฟเอสจี โดยมหาเศรษฐีรายนี้ที่จริงแล้วเป็นแฟนตัวยงของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ทีมพรีเมียร์ลีกอีกราย และเคยมีข่าวร่วมวงขอ เทกโอเวอร์สโมสรแห่งนี้ด้วย แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นไปได้ว่าเจ้าตัวอาจร่วมยื่นข้อเสนอซื้อ “หงส์แดง” ก็เป็นได้

ย้อนไปเมื่อปี 2021 เคยมีข่าวว่ากลุ่มเอฟเอสจีได้รับข้อเสนอเทกโอเวอร์ลิเวอร์พูล 3,000 ล้านปอนด์ จากกลุ่มทุนตะวันออกกลางที่ไม่เปิดเผยชื่อ แต่คาดว่ากรณีนี้คงเป็นกลุ่มราชวงศ์ของบาห์เรนที่ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเข้ามา

เคยมีการเปิดเผยว่า กลุ่มราชวงศ์บาห์เรนมีทรัพย์สินมูลค่ารวมแล้วสูงถึง 15,800 ล้านปอนด์ โดยกลุ่มทุนนี้ปัจจุบันถือหุ้นใหญ่ของแม็กคลาเรน ทีมดังแห่งศึกรถฟอร์มูล่า วัน รวมถึงยังเป็นเจ้าของทีมฟุตบอลปารีส แอฟเซ แห่งลีก เดอซ์ ฝรั่งเศส ถ้ากลุ่มนี้คิดเอาจริงเรื่องลิเวอร์พูล บางทีก็อาจเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองเช่นกัน

อีกคนที่อาจอยู่ในข่าย เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ ประธานบริหารบริษัทอิเนออส กรุ๊ป ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการเป็นแฟนบอล “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมพรีเมียร์ลีกอีกราย แต่ก็เคยมีข่าวร่วมวงหวังเทกโอเวอร์เชลซีมาแล้ว

รายงานระบุว่า แรตคลิฟฟ์มีทรัพย์สินมูลค่ารวมประมาณ 8,700 ล้านปอนด์ ทำให้เจ้าตัวเป็นคนรวยที่สุดของสหราชอาณาจักร แต่ต้องดูว่ามหาเศรษฐีรายนี้จะสนใจครอบครองทีมคู่ปรับโดยตรงของทีมรักตัวเองหรือไม่

ทั้งนี้ เรื่องการเปลี่ยนมือเจ้าของลิเวอร์พูลอาจไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้ หรือกลุ่มเอฟเอสจีอาจเปลี่ยนใจในภายหลัง แต่ถ้าสถานการณ์ชัดเจนขึ้น เชื่อว่าตัวเลือกว่าที่เจ้าของใหม่ที่น่าสนใจจะมากันอีกเพียบแน่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน