บ่าย 2 โมง วันที่ 6 พ.ย. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล รองผกก.6 บก.ป. พ.ต.ต.เกียรติศักดิ์ บุญทอง สว.กก.6 บก.ป. ร่วมกับ พ.ต.ท. อรรถพล กุลวงษ์มาณะโส สวญ.สภ.ตาเซะ จ.ยะลา พ.ต.ต.อิสระพันธ์ สุรทิพย์ สว.(สอบ สวน) สภ.ตาเซะ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ชุดสืบสวน ทหาร ฝ่ายปกครอง และกู้ชีพ-กู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะลา ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ที่ 1 บ้านยุโป ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อค้นหาหลักฐานการหายตัวไปของ นางอาภรณ์ อินทรสกุล อายุ 55 ปี กลายเป็นจุดกำเนิดอีกหนึ่งคดีสยองเมืองยะลา
บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ปลูกอยู่กลางสวนผลไม้ ห่างออกไปประมาณ 30 เมตร บริเวณหลังบ้านเป็นสวนผลไม้ เจ้าหน้าที่พบกองดินมีหญ้าและกิ่งไม้ปกคลุม เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานนำรถขุดขนาดเล็ก ขุดดินขึ้นมา จนพบศพนางอาภรณ์ สภาพสวมเสื้อสีน้ำตาล นุ่งผ้าถุง ชุดกู้ชีพ-กู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะลา จึงนำร่างขึ้นมาตรวจสอบเบื้องต้น พบมีบาดแผลบริเวณศีรษะและร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงได้เคลื่อนย้ายศพไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

บ้านที่เกิดเหตุ
คดีนี้ผู้ต้องสงสัยเบอร์ 1 หนีไม่พ้น นายสมมิตร อินทรสกุล อายุ 63 ปี ผู้เป็นสามี พักอยู่กับผู้ตาย จึงเชิญตัวมาสอบสวนที่ สภ. ตาเซะ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็เร่งรวบรวมหลักฐานขอศาลจังหวัดยะลา ออกหมายจับ
ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. เปิดเผยถึงที่มาที่ไป รวมทั้งบทสรุปของคดีสยองคดีนี้ว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พ.ย. นายเฉลิมพล อินทรสกุล อายุ 28 ปี เข้ามาขอความช่วยเหลือจาก ร.ต.อ.พัฒนา แก่นแก้ว พนักงานสอบสวนเวรประจำ สภ.ตาเซะ ว่าผู้เป็นแม่ได้หายตัวไป โดยพบเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 30 ต.ค. เวลาประมาณ 20.30 น.
นายเฉลิมพลสงสัยว่าผู้เป็นแม่น่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต และสงสัยในตัวนายสมมิตร ซึ่งเป็นพ่อที่บอกแต่ว่าผู้เป็นแม่หนีออกไปอยู่กับญาติที่จังหวัดนครศรีฯ โดยจะไม่กลับมาที่บ้านอีก และยังพูดจาวกไปวนมา รวมทั้งมีอาการวิตกกังวล จึงประสานกำลังร่วมกับชุดสืบสวนของกองปราบฯ จัดกำลังลงพื้นที่หาเบาะแสจนพบว่าเป็นศพถูกฆ่าฝังอยู่ใกล้กับบ้านพัก

ขุดเจอศพ
พ.ต.อ.พงษ์ปณต ส่งฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่เข้าตรวจสอบบริเวณโดยรอบบ้านพัก จนมาถึงบริเวณสวนผลไม้หลังบ้าน ก็พบเศษไขมันคล้ายกับไขมันของคนบริเวณโพรงหญ้า จึงประสานขอรถแบ๊กโฮขุดตรวจสอบบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งพบร่างของนางอาภรณ์ฝังอยู่ใต้ดิน จึงเชิญตัวนายสมมิตร สามีของผู้ตายมาสอบสวนที่ สภ.ตาเซะ
ต่อมาช่วงค่ำวันที่พบศพ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล รองผกก.6 บก.ป. พ.ต.ต.เกียรติศักดิ์ บุญทอง สว.กก.6 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ตาเซะ จ.ยะลา เข้าจับกุมนายสมมิตร อินทรสกุล อายุ 63 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดยะลา เลขที่ จ.524/2565 ลงวันที่ 6 พ.ย. 2565 ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและซ่อนเร้นอำพรางศพ”

นายสมมิตร อินทรสกุล (คนเท้าสะเอว)
จากการสอบสวน ในตอนแรกนายสมมิตร ยืนกรานปฏิเสธอย่างเดียว แต่เมื่อจำนนด้วยหลักฐาน และลูกชายร่วมเกลี้ยกล่อมจึงยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่านางอาภรณ์ภรรยาของตนเองจริง เนื่องจากระยะ 4-5 เดือนที่ผ่านมา ผู้ตายมีท่าทีเปลี่ยนไป โดยตนสังเกตเห็นผู้ตายมักพูดคุยโทรศัพท์กับคนอื่นนานผิดปกติ ทำให้เกิดความหึงหวง จนในวันเกิดเหตุ ตนเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างหนัก ผู้ตายก็ด่าทอตนด้วยถ้อยคำที่รุนแรง จึงบันดาลโทสะหยิบค้อนที่อยู่ใกล้มือ ตีเข้าไปที่ศีรษะของผู้ตายจนเสียชีวิตทันที จากนั้นก็รีบลากศพไป ขุดหลุมฝังไว้ในสวนผลไม้หลังบ้าน จนกระทั่งลูกชายกลับเข้ามาบ้าน ก็หลอกว่าแม่กลับไปบ้านที่จ.นครศรีธรรมราช
ส่วนสาเหตุที่ไม่สารภาพแต่แรก ก็เพราะเกรงใจลูกกลัวลูกรับ ไม่ได้ที่พ่อฆ่าแม่ แต่หลังพบศพภรรยาและลูกกล่อมว่าไม่ติดใจ ลูก ไม่เกลียด ไม่โกรธพ่อ แต่ลูกๆ ไม่เหลือแม่แล้ว หากพ่อยังไม่สารภาพ โทษจะหนัก แต่พ่อสารภาพ พ่อติดคุก พวกเราไปเยี่ยมพ่อที่คุกได้ เจ้าตัวจึงยอมรับสารภาพ

แจ้งข้อหาฆ่า-ฝัง
หลังจากแจ้งข้อหาแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นหาหลักฐานยังที่เกิดเหตุ ก่อนจะตรวจยึดค้อน อาวุธที่ใช้ทำร้ายเมียจนเสียชีวิต จอบและพลั่วที่ใช้ขุดหลุมฝังศพ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตาเซะ ดำเนินคดีต่อไป
เมื่อใช้ความรุนแรงตัดสินปัญหา ผลที่ตามไปไม่เคยเป็นเรื่องดีสักครั้ง
ธานี ทวีเกิด, อับดุลหาดี เจ๊ะยอ
เรื่อง/ภาพ