แม้นายวิฑูรย์ หรือ เสือ โอชาผล อายุ 51 ปี จะรับสารภาพว่าที่ก่อเหตุแทง นายอรรถพล ณ นคร หรือ หนุ่ม อายุ 44 ปี เพราะต้องการลองของ ที่เจ้าตัวอ้างว่ามีพระดี จึงอยากลองว่าหนังเหนียวหรือไม่ ดูจะขัด กับพฤติกรรมที่เหมือนเป็นการตั้งใจฆ่า เพราะแทงจนผู้ตายล้มลงแล้วยังเข้าไปซ้ำและวิ่งตามอีก
จึงเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องสอบสวนหาแรงจูงใจที่แท้จริง เพราะอัตราโทษข้อหา “ฆ่าโดยเจตนา” กับ “ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” นั้นมันต่างกัน เพราะการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง ไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญาในมาตรา 289 (4) บัญญัติโทษไว้เพียงสถานเดียว คือโทษ “ประหารชีวิต”
ย้อนไปเมื่อ 02.00 น. วันที่ 9 พ.ย. พ.ต.อ.เอนก บุตรอินทร์ ผกก.สภ.พานทอง พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.พานทอง และตำรวจชุดสืบสวน สน.ท่าเรือ บุกเข้าจับกุม นายวิฑูรย์ โอชาผล หรือ เสือ อายุ 51 ปี ขณะกำลังนอนหลับในบ้านของภรรยา ใน ต.หนองตำลึง อ.พานทอง จ.ชลบุรี ตามหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะ เมือง ชุมชน โดยไม่ได้รับอนุญาต” เหตุเกิดในท้องที่ของสภ.ท่าเรือ และได้นำตัวมาสอบสวนต่อที่สภ.พานทอง จากการ ตรวจสอบพบว่านายวิฑูรย์มีประวัติคดี แทงคนตายเมื่อปี 2562 ถูกตัดสินจำคุก 3 ปี และเพิ่งพ้นโทษมาเมื่อเดือน ก.ย.2565 ที่ผ่านมา และได้มาก่อเหตุอีกรอบในลักษณะเดียวกัน

จับคาบ้านเมีย
เรื่องราวของคดีนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อค่ำ วันที่ 6 พ.ย. ตำรวจสน.ท่าเรือ รับแจ้งเกิดเหตุ คนถูกแทงบริเวณหน้าอาคารพาณิชย์ ใกล้แยก ณ ระนอง เขตคลองเตย จึงไปตรวจสอบ พบผู้บาดเจ็บชื่อนายอรรถพล ณ นคร หรือ หนุ่ม อายุ 44 ปี ถูกอาวุธมีดแทงบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่เสียชีวิต ในเวลาต่อมา
ตํารวจตรวจภาพจากกล้องวงจรปิด หน้าอาคารที่เกิดเหตุ จับภาพของ นายอรรถพลและนายวิฑูรย์ ผู้ก่อเหตุ ซึ่งทั้งสองคนเป็นผู้ดูแลตลาดคลองเตย จากภาพกล้องวงจรปิดจะเห็นได้ว่าทั้งคู่และกลุ่ม พรรคพวกตั้งวงกินอาหารกันอยู่หน้าอาคารพาณิชย์ ซึ่งก็เป็นบรรยากาศที่พูดคุยกันสนุกสนาน จากนั้นนายหนุ่มได้ลุกเดินออกไป ปัสสาวะที่ริมกำแพงฝั่งตรงข้าม แล้วนายวิฑูรย์ ก็เดินตามไปปัสสาวะด้วยกันกับผู้ตาย จากนั้นขากลับเข้ามาที่วงเหล้า นายหนุ่มได้เดินกลับมาก่อน ซึ่งยังยิ้มหัวเราะอย่างมีความสุข

วงจรปิดนาทีก่อเหตุ
แต่หลังจากนั้นไม่นานนายวิฑูรย์ได้เดินข้ามฝั่งกลับมายืนประชิดตัวผู้ตายแล้วถามว่า แขวนหลวงพ่ออะไร ซึ่งผู้ตายได้ดึงพระที่ห้อยคอออกมาให้ดู โดยนายวิฑูรย์บอกว่าอยากลองของ แต่คนเจ็บปฏิเสธไม่ให้ลอง จากนั้นนายวิฑูรย์ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง บอกว่าได้ พร้อมกับชักมีดออกมาจ้วงแทงนายหนุ่มทันที
วงจรปิดสามารถบันทึกเสียงการสนทนาไว้ได้ชัดเจนว่านายวิฑูรย์ต้องการลองของว่านายอรรถพลมีพระดีทำให้หนังเหนียวหรือไม่ ในระหว่างการพูดคุยกันนายวิฑูรย์ใช้มือกำมีดพกที่อยู่ในกระเป๋าสะพาย ตลอดเวลา

อาวุธสังหาร
ขณะที่นายอรรถพลปฏิเสธตลอดเวลาว่าตนไม่ได้มีของดี ไม่ได้หนังเหนียว แต่อยู่ดีๆ นายวิฑูรย์ก็ใช้มีดพกจ้วงแทงนายอรรถพล ต่อหน้าเพื่อนๆ ที่ร่วมวง จนนายอรรถพลต้องวิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือ ที่บริเวณแยก ณ ระนอง จนมีเจ้าหน้าที่กู้ชีพที่ผ่านทางมาพอดีเข้าไปให้การช่วยเหลือรีบนำส่งโรงพยาบาล แต่ก็ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลจากบาดแผลที่สาหัส
ด้านแฟนสาวของผู้ตายเผยว่า นายหนุ่มไม่เคยทะเลาะกับ นายวิฑูรย์ผู้ก่อเหตุ แต่ไม่รู้ว่านายวิฑูรย์คิดมากไปเองหรือไม่ เพราะที่ผ่านมานายหนุ่มเรียกนายวิฑูรย์ว่าพี่ทุกคำ โดยนายวิฑูรย์ เพิ่งออกจากคุกคดีฆ่าคนตาย และมาทำงานกับนายหนุ่มได้ประมาณ 1 เดือน นายหนุ่มยังคอยให้กำลังใจว่าไม่ต้องคิดมากเรื่องคดีที่ผ่านมา ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำแบบนี้ ซึ่งพฤติกรรมเป็นการตั้งใจฆ่า เพราะแทงแล้วล้มยังเข้าไปซ้ำและวิ่งตามอีก

แฟนสาวไม่เชื่อว่าลองของ
พ.ต.อ.ดนุภัทร ขวัญพสุมนต์ ผกก.สน.ท่าเรือ เผยหลังร่วมสอบปากคำผู้ต้องหารายนี้ว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งการสอบปากคำเบื้องต้นขณะคุมตัว ผู้ต้องหาให้การรับว่า เป็นคนลงมือแทงจริงเท่านั้น ส่วนรายละเอียดยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่ของ สภ.พานทอง จังหวัดชลบุรี จากบ้านของญาติผู้ต้องหา ส่วนคนในบ้าน ที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปหลบซ่อน เบื้องต้นสอบปากคำยังให้การว่าไม่รู้ว่า ผู้ต้องหาไปก่อเหตุฆ่าผู้อื่นมาก่อนจึงยังไม่มีการดำเนินการในฐานให้การ ช่วยเหลือผู้ต้องหาหลบหนี
หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำ รับสารภาพก่อนคุมส่งฝากขังต่อไป
ขณะที่มือมีดโหดเผยสาเหตุของการก่อเหตุว่า เพราะต้องการลองของตามคำโอ้อวดของผู้ตาย ยืนยันว่าวันก่อเหตุไม่ได้มีอาการมึนเมาและไม่ได้มีเรื่องกดดันในการทำงานอะไร แค่มีการพูดยียวน ในเรื่องของขลังของดีเท่านั้น ส่วนอาวุธมีดไม่ได้มีการเตรียมการมาก่อเหตุ แต่แค่พกใช้งานในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
สวัสดิ์ ผลชัยภูมิ
ธัญญลักษณ์ วรรณโคตร – เรื่อง/ภาพ