สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทรงเปิดงานเปิดตัว “หนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เล่มที่ 3” (Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2023) ซึ่งเป็นหนังสือรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงานผ้าไทยและเทรนด์แฟชั่นระดับโลก เพื่อเสนอแนวโน้มและทิศทางผ้าไทย และการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทยในอีก 2 ปีข้างหน้า เป็นประโยชน์ต่อนักออกแบบ ช่างทอผ้า ชุมชน และ ผู้ประกอบอาชีพทุกสาขา และงานเสวนาวิชาการ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2565” ที่ทรงมีพระดำริให้จัดทำขึ้น และทรงรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหารด้วยพระองค์เอง ต่อเนื่องมาถึงเล่มล่าสุด นับเป็นเล่มที่ 3 จัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยมีนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม พร้อมด้วยนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นางพาสินี ลิ่มอติบูลย์ ผู้บริหารบริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ตลอดจนข้าราชการ ผู้ประกอบการด้านผ้าไทย นิสิตนักศึกษา เฝ้ารับเสด็จ ณ ICON Art and Cultural Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการแนวโน้มและทิศทางผ้าไทย และการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทยด้วยความสนพระทัย แล้วพระราชทานหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยฯ ให้คณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นทรงบรรยายในหัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” ความตอนหนึ่งว่า

“เล่มที่สามเป็นอะไรที่สนุกสนานสีสันสดใส อย่างหัวข้อวัฒนธรรมเคลื่อนคล้อยเป็นเรื่องวัฒนธรรมจากพื้นที่ต่างๆ มารวมในที่เดียวกัน ไฮไลต์ของเล่มนี้คือผ้าบาติกมาจากมลายูและผ้าขาวม้ามาจากเปอร์เซีย ผ้าบาติกหรือปาเต๊ะในภาคใต้ของประเทศไทย หรือบางท่านเรียกว่าโสร่ง มีรากศัพท์มาจากภาษาอินโดนีเซีย เป็นหนึ่งในไฮไลต์ ซีซั่นนี้ เกิดขึ้นจากในหลวง รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ ชวา อินโดฯ พระองค์ทรงเป็นนักสะสม ได้เห็นการทำผ้าบาติก พระองค์จึงทรงสั่งทำ และทรงตีทะเบียนเองว่าผ้าชิ้นนี้มาจากที่ไหน ปัจจุบันจัดแสดง ในพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง

ส่วนผ้าขาวม้าหรือกะมัรบันด์ รากศัพท์มาจากเปอร์เซีย (Kamarband) คือผ้าผูกเอวในบ้านเรา เป็นผ้าที่ใช้ได้ทุกโอกาส ห่มเลี้ยงลูก ทำเปล คลุมเข้าห้องน้ำ พันผม เป็นผ้าอเนกประสงค์ ใช้ตั้งแต่กำเนิดจน วายชนม์ อยากเห็นน้องๆ รุ่นใหม่ชาลเลนจ์ตัวเอง เอาผ้าขาวม้ามาทำเครื่องประดับหรือของใช้ในบ้านว่า จะทำได้ขนาดไหน

เทรนด์บุ๊กเล่มที่ 1 และ 2 ยังใช้ได้ เล่ม 3 ก็ใช้ได้ ทุกอันย่อยมาให้หมดแล้ว ท่านหญิงอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าหนังสือเล่มนี้เมดอินไทยแลนด์ ใช้ได้กับนักเรียนนักศึกษา เป็นตำราเรียนที่ใช้ได้เท่าเทียมกัน เมื่อใช้ให้ถูกจะไปได้ดี ขอให้ทำความเข้าใจ ขอฝากหนังสือเล่มนี้และใช้ให้มีประโยชน์ที่สุด”

ในช่วงท้ายของการบรรยาย คณะผู้จัดงานฉายภาพเบื้องหลังของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงงานการทำหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยฯ เล่มที่ 3 อย่างตั้งพระทัย โอกาสนี้ ทรงบรรยายภาพเบื้องหลังนี้ความตอนหนึ่งว่า

“เราเป็นคนแอ๊กชั่น แต่ไม่ค่อยพูด รูปเหล่านี้คือการบอกตัวเราที่ทำงานนะ ไม่ว่าอยู่ที่บ้าน ทำงานต่างประเทศ ที่ ชอบมากคือทำงานด้วยมือ ถ่ายรูป จดบันทึก นี่คือที่มา แรงบันดาลใจของท่านหญิงที่อยากพระราชทานคนทำ สายอาชีพนี้ ความขยันของเราสามารถทำให้คนอื่นได้ เป็นตัวอย่างที่ดีให้คนอื่นได้ ขอบคุณค่ะ”

หนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยฯ เป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงานผ้าไทยและเทรนด์แฟชั่นระดับโลก เพื่อเสนอแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่อง แต่งกายด้วยผ้าไทย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อนักออกแบบ ช่างทอผ้า ชุมชน และผู้ประกอบอาชีพทุกสาขา โดยหนังสือ เล่มล่าสุดนำเสนอแนวคิด “วัฒนธรรมอันเคลื่อนคล้อย” (Moving Culture) การเคลื่อนที่ทางวัฒนธรรม โดยมี ผ้าไทยประจำฤดูกาลนี้คือ “ผ้าขาวม้า” และ “ผ้าบาติก” เป็นตัวอย่างการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นทั้งในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภายในงานนิทรรศการซึ่งจัดแสดงระหว่างวันที่ 3-6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จัดแสดง ผลงานการออกแบบลิมิเต็ดเอดิชั่นของแบรนด์ ชั้นนำ เพื่อนำเสนอแนวคิดหลักและเทรนด์ ทั้ง 5 ประจำฤดูกาลนี้ เริ่มจากแนวคิดวัฒนธรรมอันเคลื่อนคล้อย นำเสนอโดยแบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK และเทรนด์ทั้ง 5 ประกอบด้วย มิติแห่งความฝัน นำเสนอโดยแบรนด์ VINN PATARARIN และ WISHARAWISH ตัวตนข้ามวัฒนธรรม นำเสนอโดยแบรนด์ THEATRE และ KLOSET ความไม่สมบูรณ์ที่งอกงาม นำเสนอโดยแบรนด์ EK THONGPRASERT และ RENIM PROJECT อารยธรรมแห่งโลกใหม่ นำเสนอโดยแบรนด์ ISSUE และ ARCHIVE0 26 สุดท้าย มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ นำเสนอโดยแบรนด์ ASAVA และ TANDT

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน