เมื่อวันที่ 15 พ.ย. นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเสียงข้างมากให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่ครบ 8 ปี เนื่องจากต้องเริ่มนับตั้งแต่ วันที่รัฐธรรมนูญ 2560 มีผลใช้บังคับ คือ 6 เม.ย.2560 ส่วนการดำรงตำแหน่งก่อนหน้านี้มีลักษณะ “นายกฯ ขาดตอน” ซึ่งสวนทางกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกับป.ป.ช.ว่า เรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ดำเนินการเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างนำเสนอเข้าที่ประชุมป.ป.ช.ชุดใหญ่เพื่อพิจารณา ประเด็นมีแค่ว่า ป.ป.ช.ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของนายกฯ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่เท่านั้น เพราะเป็นประเด็นปัญหาสืบเนื่องจากการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ ยื่นบัญชีทรัพย์สินกับ ป.ป.ช.มาแล้วหลายครั้ง แม้หลังการเลือกตั้งปี 2562 ที่กลับมาดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อเนื่อง และพ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มีผลบังคับใช้แล้ว และ เปิดช่องให้ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินก็ตาม แต่นายกฯ ยังคงยื่นอยู่เพื่อให้ตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยุคคสช.มาดำรงตำแหน่งต่อเนื่องภายหลังปี 2562 แบ่งข้อเท็จจริงเป็น 3 กรณีคือ 1.รัฐมนตรีสมัยรัฐบาล คสช.มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเมื่อปี 2562 ต่อ มี 6 ราย ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นายวิษณุ เครืองาม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นายดอน ปรมัตถ์วินัย และพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล 2.รัฐมนตรียุค คสช. 15 ราย มาดำรงตำแหน่ง ส.ว. (ปัจจุบันยังเหลือดำรงตำแหน่ง 12 ราย) 3.อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระหว่างปี 2557-2561 มาดำรงตำแหน่ง ส.ว. 89 ราย (มี ผบ. เหล่าทัพเป็นโดยตำแหน่ง 6 ราย)