เมื่อวันที่ 16 พ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บรรดาผู้นำชาติตะวันตกและพันธมิตร ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน และญี่ปุ่น เปิดประชุมฉุกเฉินระหว่างการประชุมจี 20 วันสุดท้ายที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย หลังเกิดเหตุขีปนาวุธที่ผลิตในรัสเซียตกลงในโปแลนด์ หนึ่งในชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย โดยรัสเซียและยูเครนต่างกล่าวโทษกันไปมาว่าเป็นฝีมือของอีกฝ่ายหนึ่ง
ประธานาธิบดีอันด์แชย์ ดูดา ผู้นำโปแลนด์ กล่าวถึงเหตุที่เกิดขึ้นว่า ทางการโปแลนด์ ยังไม่ได้เคลื่อนไหวตอบโต้ใดๆ โดยเบื้องต้นคาดว่าเป็นเหตุคนละเรื่องกับการรุกราน แม้ขีปนาวุธน่าจะถูกผลิตในรัสเซียแต่ยังไม่ชัดเจนฝ่ายใดยิงมา ส่วนขีปนาวุธพุ่งตกลงที่โรงงานข้าวเปลือก เมืองปเชวอดอฟ ห่างจากชายแดนประเทศยูเครนไปราว 6 กิโลเมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย
ด้านนายดมิย์โทร กุเลบา รมว.ต่างประเทศยูเครน ระบุถึงข้อกล่าวหาจากทางการรัสเซียว่าเป็นฝีมือของยูเครน ว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิดและโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซีย ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นเท็จโดยสิ้นเชิง ส่วนกระทรวงกลาโหมรัสเซียปฏิเสธ ว่ารัสเซียไม่ได้เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง และว่าเป็นความพยายามของกลุ่มอื่นที่ต้องการยั่วยุเพื่อขยายขอบเขตการสู้รบออกไป

ฝีมือใคร? – สภาพหลุมจากแรงระเบิดของขีปนาวุธที่โรงเก็บข้าวเปลือก เมืองปเชวอดอฟ ประเทศโปแลนด์ หนึ่งในสมาชิกนาโต ห่างจากชายแดนด้านตะวันตกของยูเครนไปราว 6 กิโลเมตร มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นขีปนาวุธของฝ่ายใด เมื่อ 16 พ.ย. (รอยเตอร์)
อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ระบุว่า ขีปนาวุธดังกล่าวไม่น่าจะถูกปล่อยออกมาจากดินแดนของรัสเซีย โดยยืนยันว่าสหรัฐกับนาโตจะสืบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจใดๆ ซึ่งทางนาโตจะเรียกประชุมผู้แทนในวันถัดไป
ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐเปิดเผยผลสืบสวนเบื้องต้นบ่งชี้ว่า ขีปนาวุธที่ตกในโปแลนด์นั้นเป็นขีปนาวุธที่กองทัพยูเครนยิงสกัดขีปนาวุธของรัสเซียระหว่างการยิงถล่มยูเครนระลอกใหม่ และประธานาธิบดีไบเดนแจ้งต่อบรรดาผู้นำจี 7แล้ว ส่วนรัสเซียยืนยันว่าเป้าหมายยิงถล่มระลอกใหม่ที่ใกล้โปแลนด์ที่สุดอยู่ห่างจากพรมแดนถึง 35 ก.ม. และภาพถ่ายซากขีปนาวุธเป็นรุ่น เอส-300 ที่ยูเครนใช้ ส่วนฝ่ายยูเครนโต้แย้งว่ารัสเซียเป็นต้นเหตุของเรื่อง เพราะเป็นผู้เริ่มสงครามและโจมตียูเครนจนนำไปสู่สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ควรต้องมีคำอธิบายอื่นใด
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นหลังกองทัพรัสเซียปล่อยขีปนาวุธโจมตีหลายพื้นที่ในยูเครนอีกระลอก ส่งผลให้มีอาคารพลเรือนได้รับความเสียหาย 2 แห่ง มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย ที่กรุงเคียฟ และระบบไฟฟ้าเสียหายหนัก หลังเหล่าผู้นำกลุ่มจี 20 ประณามรัสเซียที่รุกรานยูเครน
การโจมตีกรุงเคียฟระลอกใหม่ของรัสเซียเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวสุนทรพจน์ผ่านระบบประชุมทางไกลกับบรรดา ผู้นำชาติกลุ่มจี 20 ที่เกาะบาหลี ซึ่งประธานาธิบดีปูตินไม่ได้เดินทางไปร่วมประชุม ทำให้หลายฝ่ายว่าเป็นความพยายามตอบโต้ยูเครน หรือแถลงการณ์ประณามของกลุ่มจี 20
วันเดียวกัน ทางการรัสเซียยังแสดงความเดือดดาลหลังที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นจีเอเรียกร้องให้รัสเซียต้องรับผิดชอบซ่อมแซมความเสียหายในยูเครน