วันที่ 17 พ.ย. ที่ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต คณะรัฐศาสตร์จัดเวทีเสวนารัฐศาสตร์วิชาการ ครั้งที่ 30 “เลือกตั้งครั้งต่อไป…ประเทศไทยเอาไงต่อ?” ผู้ร่วมเสวนาได้แก่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการรณรงค์สื่อสารนโยบาย พรรคก้าวไกล นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าทีมการศึกษาทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดีรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปต้องปลี่ยน รัฐบาลเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ เมื่อทุกฝ่ายเห็นตรงกันเราก็ประกาศเจตนารมณ์ก่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง เสนอให้ทุกพรรคประกาศเลยว่าหลังเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ว่าใครจะมาเป็นอันดับหนึ่งจะสนับสนุนพรรคนั้นตั้งรัฐบาล หัก ส.ว. 250 เสียงตั้งแต่วันนี้

นายพริษฐ์กล่าวว่า โจทย์ที่จะทำให้มีความหวังคือต้องรู้สึกว่าเสียงเรามีความหมาย แต่รัฐธรรมนูญปี 60 มีอิทธิฤทธิ์การกดทับเสียงทำให้ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน มาตรา 272 เป็นปัญหา และขัดหลักประชาธิปไตยมากที่สุด แต่ปัญหามีมากกว่ามาตรา 272 ปัจจุบันรัฐธรรมนูญปี 60 ใช้เป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารและระบอบประยุทธ์ ฝังอาวุธมาขัดขวางเจตนารมณ์ประชาชนอย่างน้อย 3 ประเภท คือ 1.ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งของคสช. 2 ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ มาจากการแต่งตั้งของ ส.ว. ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของคสช. และ 3.ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

นายสุชัชวีร์กล่าวว่า เห็นด้วยกับทุกคนว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาจริงๆ และต้องแก้ไข การเลือกนายกฯ อำนาจควรอยู่ที่ส.ส. เราต้องแก้ที่ต้นตอก่อน

ด้านนายอรรถวิชช์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้พิสดารคือให้ส.ว.แต่งตั้งมาเลือกนายกฯ ควรถูกแก้เป็นเรื่องแรก แต่พอเข้าไปในสภาฝั่งที่อยากได้ก็เงียบ การจะแทงเข้าที่หัวใจโดยตรงต้องแก้มาตรา 272 ต้องปลดล็อกอำนาจส.ว.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน