‘ก้อย’วางใจไว้ที่ปัจจุบัน คบ‘นิกกี้’3ปีเป็นไปได้ด้วยดี
อาทิตย์ใส
คบแฟนหนุ่มสายฮาสุดเกรียน ‘นิกกี้’ ณฉัตร จันทพันธ์ มาจะครบ 3 ปีแล้ว สำหรับดาราสาว ‘ก้อย’ อรัชพร โภคินภากร โดยวันนี้เจ้าตัวได้มาเปิดใจหมดเปลือกในเรื่องความรัก และเรื่องที่หนุ่มนิกกี้มีภาพลักษณ์ความเจ้าชู้ติดตัวจนหลายคนเตือน รวมถึงถูกมองว่าอยู่ด้วยกันก่อนแต่ง
ความรักตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
ก้อย – “ดีค่ะ จะ 3 ปีแล้ว ความสัมพันธ์ก็เรื่อยๆ มีความสุขดี ทะเลาะกันแบบหยุมหยิม แรกๆ ช่วงปรับตัวก็จะมีบ้าง แต่มีอะไรเราก็พยายามพูด ถามว่าวางตัวลำบากไหมที่โดนจับตาความสัมพันธ์ ไม่วางตัวอะไรเลย พี่นิกกี้เป็นคนชิลมากๆ แล้วเป็นคนคิดอะไรก็พูดอย่างนั้น เราเลยรู้สึกสบายๆ ไม่ซีเรียส แล้วก็ไม่เคยมีการแพลนว่าคู่เราจะต้องเป็นแบบไหน เราก็แค่เป็นอย่างที่เราเป็น”
ภาพลักษณ์ของนิกกี้ดูเจ้าชู้ เขาทำอะไรให้เรามั่นใจ?
ก้อย – “เขาก็ไม่ได้ทำอะไรที่ทำให้เรารู้สึกไม่ไว้ใจนะคะ การคบกันมันคือการให้เกียรติกัน แล้วเรารู้สึกว่าเราให้เกียรติเขา เขาให้เกียรติเรา อะไรที่เป็นงานแล้วเรารู้สึกว่านี่คือขอบเขตของงาน เราไม่ก้าวก่ายกัน แต่ถ้าอะไรที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกแย่บางอย่าง เราก็แค่พูดออกไป แล้วก็ลองดูว่ามันสามารถปรับและมาเจอกันตรงกลางได้ไหม แค่นั้นเอง”
“ส่วนเรื่องความเจ้าชู้ คนเราน่าจะมีความเจ้าชู้อยู่ในตัวทุกคน หมายถึงการที่เรารู้สึกว่าผู้หญิงสวย การที่รู้สึกผู้ชายหล่อ มันน่าจะอยู่ในตัวของหลายๆ คนอยู่แล้ว เพียงแต่เขาเป็นคนที่แสดงออก ก้อยแค่รู้สึกว่าเราพยายามต้องไม่วางใจไปว่าเขาจะต้องเป็นแบบไหน เขาจะเป็นแบบไหนก็เป็นไป อยู่ที่เรารับได้ไหม อันไหนที่รับไม่ได้เราลองพูดออกไป ถ้าโอเคที่จะมาเจอกันตรงกลางก็ไปต่อได้ เอาจริงๆ ก็มีหลายคนมาพูดแหละว่าอย่าเลย เจ้าชู้หรืออะไรแบบเนี้ย แต่เรามีความรู้สึกว่าคนเรามันต้องคุยต้องรู้จักกันก่อน ถ้าวันไหนที่เราไม่ดีต่อกัน เลิกให้เกียรติกันแล้ว มันก็แค่จบกันแค่นั้นเอง เลยไม่ได้มีความคิดว่าเขาจะต้องเปลี่ยนเพื่อเรา ใครเป็นยังไงก็เป็นอย่างที่ตัวเองอยากเป็นนั่นแหละ”
“ซึ่งคนที่มาเตือนส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อน เขาเป็นคนมีข่าวไง พอเห็นข่าวมาก็จะกังวลว่าจะเป็นแบบนั้นหรือเปล่า สื่อนำเสนอเราด้านหนึ่ง แต่มันไม่ใช่ทุกด้านของคนเรา สุดท้ายพอเรารู้จักกันมันก็คือตัวตนของคนคนนั้น แล้วพอก้อยได้มารู้จักพี่นิกกี้ ก็รู้สึกว่าเราไม่ได้รู้สึกถึงสิ่งนั้นอย่างที่เป็นข่าว ณ วันนี้ แต่พูดตรงๆ ว่าถ้าวันไหนมันดันมีสิ่งนั้นเกิดขึ้นมา เราก็แค่ต้องจัดการและยอมรับมัน”
ทุกวันนี้นิกกี้พิสูจน์ตัวตนให้เราเห็นยังไงบ้าง?
ก้อย – “ก้อยว่าเขาไม่ได้พิสูจน์นะคะ หรือเขาพิสูจน์ (หัวเราะ) เราแค่รู้สึกว่าเขาอยากดีขึ้นเอง ก้อยจะพูดเสมอว่าไม่มีใครเปลี่ยนใครได้หรอก คนทุกคนอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองอยากทำอะไรบางอย่างเพื่อตัวเอง เลยรู้สึกว่าทุกวันนี้เขาดูไปในทิศทางที่โตขึ้น เราก็ดีใจกับเขา แต่ไม่ได้คิดว่าเขามาพิสูจน์อะไรเพื่อเรา เราแค่ทำดีที่สุดวันนี้ แล้วเราก็รับรู้ได้ว่าเขาก็ทำดีที่สุดวันนี้ แค่นี้ก็โอเคแล้วค่ะ”
“ถามว่าก้อยเอาอยู่ไหม เราให้เกียรติกันมากกว่า ยิ่งคนอย่างพี่นิกกี้นะอย่าควบคุม เพราะคนเราควบคุมไม่ได้ เราเองก็เป็นคนไม่ชอบให้ใครมาควบคุม ฉะนั้นเราแค่ให้เกียรติกันก็พอ ส่วนอื่นคือต้องคิดได้เอง”
งานของนิกกี้อาจจะต้องถึงเนื้อถึงตัวผู้หญิงเยอะ ตรงนี้เข้าใจหรือว่ามีการพูดคุยกันก่อนไหม?
ก้อย – “ไม่เคยคุยเลยค่ะ ต้องเข้าใจก่อนว่ารายการทั้งที่ก้อยทำและพี่นิกกี้ทำจะเป็นสไตล์ แอ๊วเอิน ก้อยแอ๊วเอินผู้ชาย เขาเองก็แอ๊วเอินผู้หญิง เราพอจะทราบเนื้องานของเราทั้งคู่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นงานก็คือเต็มที่ แต่ถ้าสมมติว่าเราเห็นอะไรบางอย่างแล้วมันมากระทบทำให้เรารู้สึกแย่ ก้อยก็จะเป็นคนที่ถามตัวเองก่อนอยู่แล้วว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราจัดการตัวเองได้ไหม หรือไม่ว่ายังไงเราก็จะรู้สึก แล้วถ้าก้อยยังรู้สึกก็จะพูดออกไปเลย สุดท้ายเขาก็ลองถกเถียงมาว่าจากสิ่งที่เราพูดไปที่รู้สึกไม่ดี เขาโอเคไหม มันสามารถปรับได้ตรงไหนไหม หรือปรับไม่ได้เลย ถ้าเราแคร์และให้เกียรติกันพอ ก้อยเชื่อว่าทุกอย่างในโลกนี้มันปรับได้ค่ะ”
เคยมีทะเลาะกันถึงขั้นจะเลิกกันเลยไหม?
ก้อย – “ช่วงแรกๆ มีอยู่แล้ว คือเราโตมาคนละแบบ แล้วยิ่งพลังงานรุนแรงทั้งคู่ ไม่ใช่คนยอมคนทั้งคู่ ก็ต้องมีบ้าง แต่สุดท้ายก็คุยกันว่ายังอยากไปต่อด้วยกันไหม ใจเย็นที่จะพร้อมปรับด้วยกันหรือเปล่า คำตอบที่ได้ ก็คือมันยังอยากไปต่อและพร้อมปรับทั้งคู่ ก็เลยยังอยู่กันได้”
ใครขี้หึงกว่ากัน?
ก้อย – “อย่าให้พูด (หัวเราะ) สูสีแล้วกัน เราต่างมีมุมนั้นด้วยกันทั้งคู่ แล้วพี่นิกกี้เนี่ยเห็นเป็น ผู้ชายกร้าวๆ ไม่สนใจอะไร จริงๆ เขาเป็นคนเซ้นซิทีฟ ก้อยเองก็มีเหมือนกันค่ะ”

รู้สึกยังไงที่หลายคนมองว่านิกกี้ ไม่เหมาะสมกับเรา?
ก้อย – “อยากจะบอกทุกคนว่า…เราเองก็ไม่ใช่คนดีนะคะ (หัวเราะ) คืองี้ ก้อยแค่รู้สึกว่าการที่เราตัดสินว่าใครเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมกับใคร มันเป็น คำพูดที่โหดร้ายนิดหนึ่งไม่ว่าจะใครก็ตามที่ได้ยิน คำว่าเหมาะสมเราใช้อะไรเป็นมาตรวัด คุณเอาตัวเองเป็นมาตรวัดใช่ไหม คือก้อยเข้าใจแหละว่าสิ่งที่เขาพูดคือเขาเป็นห่วงเรา สิ่งนั้นก็ขอบคุณ แต่ก้อยรู้สึกว่าจริงๆ มันเป็นคำพูดที่ถ้าเราโดนกับตัวเองมันโหดร้ายเหมือนกันนะ อีกอย่างการที่เราคบใครคนหนึ่งไม่ได้หมายความว่าคนคนนี้เหมาะสมไหม เราอยู่ด้วยแล้วเรามีความสุขหรือเปล่า มันทำให้ชีวิตเราดีขึ้นไหม ซึ่งถ้าสิ่งนั้นมันเกิดขึ้นแล้วคนเราจะคบกัน ก้อยเชื่อว่าเราต้องเห็นอะไรดีๆ ในอีกฝ่ายหนึ่ง แล้วเอาจริงๆ เขาเป็นคนที่มีข้อดีเยอะ เป็นคนน่ารัก แต่เขาแค่ชอบโชว์ด้านที่แบบนี้ออกมา (หัวเราะ)”
ห่วงอะไรมากที่สุดในตัวนิกกี้?
ก้อย – “ห่วงบ้านเขาค่ะ คือพื้นฐานเราเป็นคนไม่ชอบมีหนี้มากๆ ชีวิตเคยเจอเรื่องหนี้มาก่อนเลยรู้สึกไม่ชอบ ชีวิตที่ไม่มีหนี้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเลยรู้สึกว่ามีอะไรโปะได้ หรือไม่มีหนี้นี้ได้ก็คือจัดการให้เสร็จ อยากให้เขาจัดการภาระตรงนี้ให้หมด เพื่อจะได้ใช้ชีวิตสบายๆ แล้วก็เรื่องสุขภาพ เขาเป็นคนออกกำลังกายก็จริง แต่เป็นคนไม่ได้กินอะไรดีๆ เลย อยากให้เขาดูแลสุขภาพค่ะ”
บ้านหลังที่นิกกี้ซื้อเพื่อสำหรับสองเราหรือเปล่า?
ก้อย – “บ้านเขาค่ะ เราก็มีบ้านของเราที่ซื้อ แต่ถ้าสมมติวันหนึ่งเราตกลงปลงใจแล้วว่าจะใช้ชีวิตด้วยกัน บ้านหลังนั้นก็มีสิทธิ์ เพราะเป็นบ้านที่เขาซื้ออยู่แล้ว แต่ถ้าถามตอนนี้ว่าบ้านนี้คือบ้านใคร ก็คือบ้านเขาค่ะ”
อยากให้เคลียร์ชัดๆ หลายคนมองว่าเราสองคนอยู่ด้วยกันแล้ว?
ก้อย – “คำว่าอยู่ด้วยกันเนี่ย อยากจะบอกอย่างนี้ดีกว่าว่าเราไม่ได้ใช้ชีวิตทุกวันกับเขา แต่ถามว่ามันเป็นส่วนหนึ่งไหม มันก็มีเพราะเขาคือแฟนเรา แล้วเราก็รู้สึกว่าเราไม่ได้พยายามที่จะมาตั้งว่าเราควรใช้ชีวิตแบบไหนๆ คือเราอยากจะรู้จักกันให้มากที่สุดเท่าที่จะรู้จักได้ ไม่อยากใช้คำว่าอยู่ด้วยกันแบบไปตลอด แต่มันคือการพยายามใช้ชีวิตด้วยกัน เรียนรู้จักกันให้มากที่สุดมากกว่า ถามว่าเรากลับบ้านไหม เราก็มีบ้านให้กลับ แต่ถ้าเราอยากจะไปอยู่บ้านเขาบ้างไหม ก็มีบ้าง หรือเขาจะอยากมาอยู่บ้านเราไหม ก็มีบ้าง คือเราก็พยายามทำให้ทุกอย่างง่ายๆ ไม่ได้แบบว่าเราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแล้วนะ เราจะต้องมาอยู่ด้วยกันที่นี่เท่านั้นนะ ไม่ได้เป็นแบบนั้นค่ะ”
คาดหวังกับความรักครั้งนี้ยังไง?
ก้อย – “ไม่คาดหวังอะไรเลยค่ะ โอเคว่าตัวเราเวลาคบใครก็จะเป็นปกติที่จะเกิดภาวะคาดหวังบางอย่าง แต่เราพยายามใช้สมองในการวางใจเอาไว้ว่าอย่าไปคาดหวังอะไรเลย ทำได้บ้างทำไม่ได้บ้าง ให้อยู่กับปัจจุบันนี่แหละ อะไรจะเกิดก็เกิดเถอะ ขนาดพ่อแม่บางคนคบกันมาตั้งนานยังเลิกกันเลย ฉะนั้นเราแค่ทำชีวิตของเราวันนี้ให้ดีก็พอแล้ว ไม่ได้อยากตั้งเป้าว่าฉันจะต้องใช้ชีวิตกับเธอไปจนแก่ แล้วถ้ามันไม่เกิดขึ้นล่ะ มันก็เหนื่อยและ ผิดหวังใช่ไหม แต่ๆๆ รักนะคะ รักและก็ทำให้ดีที่สุด เดี๋ยวเขาน้อยใจว่า อ้าว! ไม่เห็นภาพในอนาคตกับเขาเลยเหรอ (หัวเราะ) คือเราคบใครเราเห็นภาพอยู่แล้ว แต่เราวางใจไว้ตรงไหนอีกเรื่องหนึ่ง อย่างที่บอกว่าเราวางใจไว้ที่ปัจจุบันค่ะ”
นิยามความรัก?
ก้อย – “ความรักคือรักที่ซัพพอร์ต ต้องทำให้เรารู้สึกสงบได้ แต่เราคิดภาพเดียวกับเขานะคะ เหมือนเขาเคยพูดกับใครไว้ว่าความรักของเขาคือการที่เดินเล่นกับก้อยกับน้องหมา เรารู้สึกว่าทุกวันนี้ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เวลาเราเหนื่อยจากการทำงานเยอะๆ เราแค่แบบได้เจอเขา ได้เจอน้องหมา นี่ก็คือความรักแล้ว มันคือการที่ทำให้เราได้เติมพลังชีวิต สงบและได้พักผ่อนค่ะ”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล