ศาลเจ้าบนดาดฟ้าที่ว่าการ กทม. ที่ ผู้ว่าชัชชาติไปสักการะ มีความเป็นมายังไงคะ

จำปูน

ตอบ จำปูน

หนังสือ “เทพ-เทวะ ศักดิ์สิทธิ์-สักการะ” โดย กองบรรณาธิการข่าวสด จัดพิมพ์เมื่อ พ.ศ.2553 ให้ข้อมูลศาลไทย ศาลจีน ศาลพระภูมิ บนดาดฟ้าชั้น 5 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ว่า ศาลไทย “ศาลพระภูมิหลวงปู่มงคลประสาท” อยู่ติดกับสำนักงบประมาณกรุงเทพฯ ขณะที่ศาลจีน “ศาลเจ้าพ่อเพ่งนั้มกิมไซ” อยู่ติดกับสำนักงานผู้ตรวจราชการ

ในปี พ.ศ.2539 ศาลไทยอยู่ในสภาพทรุดโทรมและแตกร้าว นายประเสริฐ สมะลาภา ปลัดกรุงเทพมหานครในขณะนั้นสั่งการให้กองกลางปรับปรุงให้ใหญ่ขึ้นและสวยงามกว่าเดิม โดยมีพิธีถอนศาลเดิมซึ่งเป็นศาลปูนขนาดเล็กแล้วตั้งศาลใหม่ในจุดเดิม

ส่วนศาลจีน ซึ่งเกิดปัญหาดาดฟ้าบริเวณใต้ศาลมีน้ำรั่วซึมลงไปที่ห้องผู้ตรวจราชการ และตัวศาลก็ชำรุดทรุดโทรม นางนินนาท ชลิตานนท์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองกลางในขณะนั้น เตรียมปรับปรุงเช่นกัน ส่งทีมงานไปเสาะหาหินอ่อนคุณภาพดีที่สุดถึงจังหวัดสระบุรี และอีกหลายๆ ที่ แต่ ไม่ถูกใจ กระทั่งนางนินนาทพ้นตำแหน่ง การสร้างศาลจีนก็ยังไม่สำเร็จ แม้จะซ่อมแซมไปบ้างแล้วแต่ยังมีปัญหาน้ำรั่วซึมลงมา

กทม. ยังดำริจะย้ายศาลทั้งสองศาลลงมาด้านล่างของศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อความสะดวกในการประกอบพิธีสักการบูชา แต่ทำไม่สำเร็จ นางนินนาทเล่าว่า ขณะนั้นเป็น ผู้อำนวยการกองกลาง มีหน่วยงานแนะนำพระภิกษุสายธุดงค์มาให้รูปหนึ่ง จึงพาท่านไปดูที่ตั้งของศาลไทยและศาลจีน เพื่อดูว่าหากจะปรับปรุงศาลจะทำได้หรือไม่ หากทำได้จะอัญเชิญลงไปอยู่ข้างล่างทั้งสองศาล

ผ่านไป 3-4 เดือน ได้รับคำแนะนำว่า การย้ายศาลลงไป ข้างล่างไม่เหมาะสม เพราะด้านหน้าเป็นวัดสุทัศน์ ด้านข้างเป็นศาลเจ้าพ่อเสือ และยังได้รับคำแนะนำด้วยว่า ไม่ชอบให้นำสิ่งของมาตั้งวางเกะกะ จึงติดป้ายห้ามวางสิ่งของไว้บริเวณศาลจนถึง ทุกวันนี้

นางนินนาทเผยด้วยว่า “ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ละทิ้งความพยายามในการสร้างศาลจีนขึ้นใหม่ แต่ต้องหา ผู้เชี่ยวชาญในด้านศาลจีนเข้ามาทำพิธี เพราะเกรงว่าจะมีผลกับฮวงจุ้ยภายในกรุงเทพมหานคร

ทั้ง 2 ศาลนี้ข้าราชการกรุงเทพมหานครทุกคนให้ความเคารพนับถือเสมือนเป็นศาลพระภูมิเจ้าที่ประจำบ้าน ใครไปใครมา นอกจากจะต้องไปกราบพระพุทธนวราชบพิตรแล้ว ก็ต้องขึ้นไปกราบไหว้ทั้งศาลไทย-ศาลจีนบนดาดฟ้า ชั้น 5 ด้วย”

[email protected]

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน