สมาพันธ์ชงประยุทธ์ยก‘แก้หนี้วาระแห่งชาติ’ หลังธุรกิจเอสเอ็มอีเจ๊งหนี้เสียพุ่ง 2.6 ล้านบัญชี พร้อมเสนอแพ็กเกจฟื้นธุรกิจ

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยว่า สมาพันธ์เตรียมนำข้อเสนอแนวทางยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้รัฐบาลพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วน หลังเอสเอ็มอีที่อดีตเคยเป็น ลูกหนี้ชั้นดี ปัจจุบันกลายเป็นหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) 2.6 ล้านบัญชี จำนวน 2.1 ล้านราย หรือ เรียกว่ารหัส 21 รัฐควรมีกลไกต่างๆ แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

สำหรับข้อเสนอเอสเอ็มอี มีดังนี้ 1.ให้การแก้หนี้เป็นวาระแห่งชาติ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พิจารณาในพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และสถานีโทรทัศน์กองทัพบก เพื่อกำหนดการหลักสูตร “ผู้บริหารระดับสูง สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย รุ่นที่ 4 (STEP 4)” ที่จะจัดขึ้นวันที่ 15-17 ธ.ค.นี้ 2.ยกระดับขีดความสามารถแรงงานให้เอสเอ็มอี สามารถนำไปยื่นขอสินเชื่อได้

3.ให้ปรับโครงสร้างพลังงานสีเขียว มีการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นเชื้อเพลิงหลัก 75% จากปัจจุบัน 25% ลดการใช้พลังงานฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงสำรองเหลือ 25% จากปัจจุบัน 75% ตามแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy) 4.การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร กระจาย รายได้ผ่านการผลักดันนโยบายของคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานอย่างจริงจัง 5.การดำเนินมาตรการคนละครึ่งของรัฐบาลที่ต้องตรงกลุ่มเป้าหมายที่มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง

“ไม่รู้ว่าผมจะดีใจหรือเสียใจที่เห็นคนมีตังค์ได้ใช้คนละครึ่ง ผมไม่เห็นด้วย รัฐควรนำมาตรการคนละครึ่งไปใช้กับคนที่ควรได้ใช้จริงในกลุ่มคนเปราะบาง เกษตรกร แรงงานขั้นต่ำ ผู้มีรายได้น้อย รวมถึงกลุ่มคนที่ยังไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐถึงจะตรงเป้าหมาย ที่สำคัญการออกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคู่กับบัตรสร้างงานสร้างอาชีพรัฐเข้าไปบ่มเพาะการสร้างอาชีพให้คนมีรายได้ ไม่ใช่ทำให้คนชินกับการไม่ทำงาน นั่งรอเงินจากรัฐ”

6.ให้บริษัทรายใหญ่ลดเครดิตเทอมที่ให้กับเอสเอ็มอีลงเหลือ 15-30 วัน จาก 60-90 วัน เพิ่อเพิ่มสภาพคล่องเอสเอ็มอี 7.จัดตั้งกองทุนสวัสดิการเอสเอ็มอีไทย ที่ผู้ประกอบการและแรงงานสามารถนำส่งเงินออมเข้ากองทุนเป็นระบบประกันสุขภาพ รองรับกลุ่มคนมาตรา 40 ในระบบประกันสังคม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน