รอบปีที่ผ่านมา แก๊งคอลเซ็นเตอร์นับเป็นแก๊งอาชญากรรมที่สร้างความเสียหายให้กับสุจริตชนมากมายที่สุด แต่การปราบปรามไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะแก๊งเหล่านี้จะไปตั้งฐานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ
ขณะที่การตัดช่องทางที่แก๊งเหล่านี้ใช้ติดต่อหลอกลวงเหยื่อ รวมทั้งแหล่งข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อก็เป็นอีกวิธีการตัดมือตัดเท้าได้ดีวิธีหนึ่ง
ย้อนไปเมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2565 ที่ บช.สอท. เมืองทองธานี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รองผบช.สอท. พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผบช.สอท. พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.ตอท. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง ผบก.สอท.1 โฆษก บช.สอท. ร่วมกันแถลงผลการตรวจค้นสถานที่เปิดเว็บไซต์รับแจ้งความออนไลน์ปลอม เพื่อหลอกลวงเอาข้อมูลบัตรประจําตัวประชาชน และข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ โดยกระจายเข้าค้นเป้าหมาย 4 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. แถลง
สืบเนื่องจากชุดสืบสวน บก.สอท.1 สืบทราบว่ามีการปลอมเว็บไซต์รับแจ้งความออนไลน์ http:// thaionline.xyz เพื่อหลอกลวงเอาข้อมูลบัตรประจําตัวประชาชน และข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ จึงได้นำกำลังเข้าตรวจค้นสถานที่ตั้ง 4 จุด
จุดที่ 1 ตำรวจนําหมายค้นศาลอาญามีนบุรี ที่ ค.751/2565 ลง วันที่ 9 พฤศจิกายน 65 เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ถ.กาญจนาภิเษก แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ จับกุม น.ส.ธรรศนนรรญ์ อายุ 31 ปี ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.719/2565 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 65 ในความผิดฐานนําข้อมูลปลอมเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ โดยระหว่างตรวจค้นและได้นําสุนัขอัจฉริยะ (ESD K9 Hidu) ชื่อฮิดู สายพันธุ์ลาบราดอร์ ดมกลิ่นหาหลักฐานอิเล็กทรอนิกส์ ทําให้สามารถตรวจยึดซิมการ์ดจํานวน 1,700 ซิม และโทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง

บุกค้นร้านมือถือ
จุดที่ 2 นําหมายค้นศาลอาญามีนบุรี ที่ ค.749/2565 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 65 เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ถ.กาญจนาภิเษก แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ตรวจยึดซิมการ์ด จํานวน 5,186 ซิม คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคารต่างๆ
จุดที่ 3 นําหมายค้นศาลอาญามีนบุรี ที่ ค.750/2565 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 65 เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ถนนกาญจนาภิเษก 5 แยก 1 แขวงสามวา ตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ
และจุดที่ 4 นําหมายค้นศาลอาญามีนบุรี ที่ ค.752/2565 ลง 9 พฤศจิกายน 65 เข้าตรวจค้นร้านขายซิมภายในปั๊มน้ำมัน ถ.พระยาสุเรนทร์ แขวงสามวาตะวันตกเขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ตรวจยึดซิมการ์ดจํานวน 541 ซิม และโทรศัพท์มือถือ3 เครื่อง
ผลการตรวจค้นในครั้งนี้ สามารถตรวจยึดซิมการ์ดไว้เพื่อตรวจสอบหาความเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์รวมจํานวน 7,427 ซิม

ตรวจนับซิมการ์ดของกลาง
นอกจากนี้ยังได้เข้าทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ชุมพร จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางเครื่องแปลงสัญญาณมือถือ เพื่อเชื่อมต่อกับระบบโทรศัพท์ หรือ GSM Gateways (Simbox) 38 เครื่อง และ router wifi ชนิดใส่ซิมการ์ด 19 เครื่องได้ มีความสามารถใช้โทร. หลอกลวง หรือข่มขู่ผู้เสียหายได้มากถึงวันละ 608,000 ครั้ง หรือกว่า 18.2 ล้านครั้งต่อเดือน
บก.สอท.1 จึงได้สืบสวนขยายผลต่อ กระทั่งสืบทราบว่าซิมโทรศัพท์ที่ใช้ ถูกซื้อมาจากร้านจําหน่ายซิมโทรศัพท์แห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต และยังพบพฤติการณ์รับลงทะเบียนมือถือแทนผู้ซื้อ คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับการจัดจําหน่ายซิมให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ในการ กระทําความผิด
เมื่อตรวจสอบผู้ลงทะเบียนกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือพบว่าบุคคลดังกล่าวนอกจากลงทะเบียนซิมที่ตรวจยึดได้ ยังได้ลงทะเบียนซิมโทรศัพท์มือถือมากกว่า 280,000 เลขหมาย จึงได้ปิดล้อมตรวจค้นทั้งสามร้าน
ประกอบไปด้วยร้าน K.bank mobile ถ.ศรีทัศน์ ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ตรวจยึดซิมที่ลงทะเบียนแล้วและที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนรวมกัน 20,673 ซิม ร้านรวมพล สาขาตําบล วิชิต ถ.เมืองทอง-เขาขาด ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ตรวจยึดซิมที่ลงทะเบียนแล้วและที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนรวมกัน 1,190 ซิม

เครื่องแปลงสัญญาณมือถือที่ยึดได้
ร้านรวมพล สาขาตําบลตลาดเหนือ ภายในตลาดดาวน์ทาวน์ ซ.พิไสยสรรพกิจ ถ.ระนอง ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ตรวจยึดพบซิมที่ลงทะเบียนแล้ว และที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนรวมกัน 89 ซิม
อย่างไรก็ตามผลการตรวจค้นในครั้งนี้ ซิมการ์ดที่ลงทะเบียนไว้พร้อมใช้งานจํานวนถึง 700 ซิม ตรวจยึดซิมการ์ดไว้เพื่อตรวจสอบ รวม จํานวน 21,952 ซิม และข้อมูลการซื้อขายซิมการ์ดเป็นจํานวนมาก
พล.ต.อ.ต่อศักดิ์เผยว่า การตรวจค้นครั้งนี้ถือเป็นกุญแจสําคัญที่จะขยายผลในการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ได้ลงทะเบียนและ จําหน่ายไปแล้วว่ามีหมายเลขใดบ้างที่ใช้ในการกระทําความผิดที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาจถูกดําเนินคดีในความผิดฐานเป็นตัวการหรือให้การสนับสนุนในการกระทําความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนําเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
อีกหนึ่งความพยายามของตำรวจที่มุ่งขจัดภัยร้ายให้หมดจากสังคม
ชาญพงษ์ บุญอุทิศ – เรื่อง/ภาพ