แม้จะรู้ตัวว่าถูกปองร้ายและพยายามระมัด ระวังตัวอยู่ทุกฝีก้าว แต่เสี่ยสมพรก็พลาดท่า ทีมสังหารที่เฝ้าจับตาอยู่เป็นเดือนจนถูกยิง เสียชีวิตจนได้ หลังเกิดเหตุตำรวจตามแกะรอยอยู่ร่วม 10 วันจนในที่สุดก็จับกุมคนร้ายได้
ย้อนไปวันที่ 11 พ.ย. 2565 ร.ต.อ.นพรัตน์ พรรณรังษี รอง สารวัตร (สอบสวน) สภ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต บริเวณหน้า ร.พ.สมเด็จพระยุพราชเวียงสระ ถนนสมเด็จพระยุพราช 1 หมู่ 10 ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี จึงรีบไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ศรัญญู ชำนาญราช ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ไพศาล สังข์เทพ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม รอง ผบก.สส.ภ.8 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน แพทย์เวร เจ้าหน้าที่ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเวียงสระ
ที่เกิดเหตุพบรถกระบะแบบตอนเดียว ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ สีเทา ทะเบียน ผน 7240 สุราษฎร์ธานี และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นายสมพร สินทอง อายุ 44 ปี ถูกยิงเสียชีวิตอยู่ภายในรถ ที่ประตูด้านคนขับมีรอยถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาด จำนวนกว่า 22 นัด ที่พื้นถนนพบปลอกกระสุนขนาด 9 ม.ม. จำนวน 11 นัด และปลอกกระสุนขนาด .45 ม.ม. อีกจำนวน 1 ปลอก ตกอยู่เกลื่อนพื้นถนน เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน

สภาพที่เกิดเหตุ
ผู้ตายมีอาชีพขายจานดาวเทียมและรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ ก่อนเกิดเหตุขับรถเพื่อที่จะไปดูงาน และเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้รถเก๋งฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีเทาดำ ทะเบียน 7กฎ 1674 กรุงเทพมหานคร เข้ามาประกบและใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่รถผู้ตาย ก่อนหลบหนีไป
ขณะที่ภรรยาของผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ประมาณสัก 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา สามีเมาอยู่ที่บ้านและพูดขึ้นว่า ตนมีค่าหัว ที่มีคนจ้างฆ่า 3 ล้านบาท โดยมีคนลงขันกันจ้างถึง 3 คน ซึ่งทีแรกตนก็คิดว่าสามีเมาแล้วพูดเล่นก็ไม่ได้ติดใจอะไร แต่พอหลังๆ หนึ่งในนั้น ที่เป็นผู้หญิงได้โทร.มาบอกว่าให้ระวังตัว ส่วนสาเหตุนั้นตนคาดว่า น่าจะมาจากเรื่องธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ศรัญญู สั่งระดมชุดสืบสวนในพื้นที่ ประสานกับตำรวจกองปราบฯ เร่งไล่เช็กภาพวงจรปิดหาเส้นทางรถต้องสงสัย พร้อมนำทะเบียนไปตรวจสอบจนพบว่าเป็นทะเบียนปลอม นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 เดือนมีรถกระบะติดป้ายทะเบียน 7 กฎ 1674 กรุงเทพมหานคร ขับติดตามดูลาดเลาและความเคลื่อนไหวนายสมพร คาดว่าเป็นทีมสังหารกระทั่งมีการนำป้ายทะเบียนมาใช้ ติดรถเก๋งเพื่อก่อเหตุอีกครั้ง จึงคาดว่าทีมสังหารเป็นคนในพื้นที่ และอาจมีบุคคลภายนอกพื้นที่มาร่วมด้วย ทำให้น้ำหนักการสืบสวนพุ่งไปที่ความขัดแย้งในพื้นที่ เนื่องจากนายสมพรประมูลได้งานก่อสร้าง ถนนภายในวงเกินไม่เกิน 10 ล้านบาท เอาชนะคู่แข่งได้หลายครั้ง

พฐ.เก็บหลักฐาน
ต่อมาวันที่ 21 พ.ย. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะบินด่วนมาที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสอบปากคำกลุ่มมือปืน หลังติดตามจับกุมได้ 3 ราย ประกอบด้วย นายธรรมรินทร์ แสงหิรัญ อายุ 55 ปี ชาว จ.ตรัง (ผู้ร่วมวางแผน) นายธนากร อักขบุตร อายุ 30 ปี ชาว จ.ตรัง (มือปืน) จับกุมได้ที่ จ.ตรัง และนายกรัณย์ จูดหอม อายุ 39 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช คนขับรถ จับกุมได้ที่ อ.ฉวาง
คดีนี้ยังเหลืออีก 3 รายที่ยังหลบหนี ประกอบด้วย นายธีรยุทธ์ บุญชนะ อายุ 24 ปี ผู้ร่วมก่อเหตุนั่งในรถเก๋ง, นายเอกรินทร์ แสงหิรัญ อายุ 45 ปี มือปืน และ นายอัสดายุทธ ศักดิ์จิรพาพงษ์ หรือ “ผู้ใหญ่แม็ค” อายุ 42 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ผู้จ้างวาน

ทำแผนฯนาทีลั่นไก
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวหลังสอบสวนว่า ทั้ง 3 ราย ให้การรับสารภาพว่า มีคนร้ายร่วมลงมือสังหารทั้งหมด 4 คน สาเหตุมาจากความขัดแย้งผลประโยชน์การรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่หลายครั้ง ซึ่งมีวงเงินไม่มาก แต่ได้มีการแย่งประมูลงานซ้ำๆ กันหลายครั้ง ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาอ้างว่า เป็นเรื่องศักดิ์ศรีมากกว่า ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งรัดติดตามตัวผู้ใหญ่แม็ค ผู้ต้องหารายสำคัญที่เป็นผู้จ้างวานฆ่าแต่พบว่าไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับผู้ตาย ซึ่งหากได้ตัวมาแล้ว ก็เชื่อว่าจะสามารถสาวไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังการจ้างวานฆ่าที่แท้จริงได้
กลางดึกวันเดียวกัน ตำรวจ กก.6 บก.ป. สนธิกำลังตำรวจ กก.สส.ภ.8 และตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่บ้านของนายธรรมรินทร์ ในพื้นที่ ม.1 ต.วังมะปราง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง หลังได้เบาะแสว่ารถเก๋งคันก่อเหตุถูกชำแหละแยกชิ้นส่วนอยู่ในสระหลังบ้าน

ชิ้นส่วนรถในสระ
ที่บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านชั้นเดียว มีรั้วรอบขอบชิด เจ้าหน้าที่พบสถานที่ชำแหละในสวนห่างจากบ้านเล็กน้อย โดยข้างบ้าน มีสระขุดขนาดใหญ่ จากการค้นหาพบซากประตูรถและเศษซาก ชิ้นส่วนอยู่ในสระ จากนี้เจ้าหน้าที่จะได้เก็บชิ้นส่วนที่พบไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อีกครั้งเพื่อประกอบสำนวนคดี
จะวางแผนแยบยลเช่นไร สุดท้ายก็ไม่รอดเงื้อมมือตำรวจไทยไปได้
สุรชัย ส้มเกลี้ยง
ธนภัทร ชีระจินต์ – เรื่อง/ภาพ