ภาพที่นางสมจิตร รักชอบ อายุ 48 ปี ร่ำไห้เข้าไปกราบที่ตักนางพูนทรัพย์ วิเศษพันธ์ อายุ 55 ปี แม่พลทหารที่เสียชีวิต เพื่อขอขมาแทนลูกชายที่ทำให้ลูกชาย นางพูนทรัพย์เสียชีวิต นับว่าชวนสะเทือนใจและน่าเห็นใจแม่ที่สูญเสียทั้ง 2 คน
ย้อนไปเมื่อเวลา 02.08 น. วันที่ 23 พ.ย. 2565 ร.ต.อ.เฉลิมชัย เณรธรณี รองสว.(สอบสวน) สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต บริเวณหน้าร้านขายอะไหล่ยนต์ ใกล้สี่แยกไฟแดงวัดขุนก้อง เขตเทศบาลเมืองนางรอง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.อนุการ ธรรมวิจารณ์ ผกก.สภ. นางรอง ชุดสืบสวน ตำรวจสายตรวจ แพทย์ฉุกเฉิน ร.พ.นางรอง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์
ที่เกิดเหตุพบศพพลทหารศรรัก วิเศษพันธ์ หรือตี๋ อายุ 21 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดกรมทหารอากาศโยธิน นอนอยู่ริมฟุตปาธ สภาพศพ ถูกยิงเข้าบริเวณชายโครงขวาทะลุปอด ใกล้กันพบรถจยย.ฮอนด้า เวฟ สีดำ ทะเบียน 7 กร 2973 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของผู้ตายจอดอยู่

ริมถนนที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนนายทีวุธ สินปรุ อายุ 36 ปี น้าของผู้ตายให้การว่า พลทหารศรรักไปเป็นทหารเกณฑ์เพิ่งจะกลับมาพักที่บ้านได้ประมาณ 4 วัน โดยหลานได้ขอมาเที่ยวผับด้วย จึงขี่จยย.กันไป คนละคัน ตนก็ไม่รู้ว่าหลานไปมีเรื่องอะไรกับวัยรุ่นในผับ จู่ๆ ก็เห็นหลานถูกวัยรุ่นไล่ต่อยจึงเข้าไปช่วย จากนั้นก็มีการ์ดมาแยกออก แล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันไป
นายทีวุธเล่านาทีเกิดเหตุว่า หลังแยกย้ายกับคู่กรณี จึงชักชวน กันกลับ จากนั้นก็ชวนกันกลับ แต่ด้วยความที่เป็นห่วงหลาน เพราะเห็นว่าเพิ่งมีเรื่องชกต่อยกับกลุ่มวัยรุ่นมา จึงนั่งจยย.ซ้อนท้าย ไปกับหลานด้วย พอมาถึงสี่แยกไฟแดงไปรษณีย์ก็มีวัยรุ่นขับรถ ตามมา 2 คัน นั่งซ้อนกันมาคันละ 2 คน หนึ่งในนั้นได้ชักปืนยิงใส่ 1 นัด แต่ไม่โดน หลานจึงขับเลี้ยวซ้ายไปทางแยกวัดขุนก้อง
วัยรุ่นคันเดิมก็ขี่มาประกบยิงใส่หลานอีก 1 นัด จนรถเสียหลักล้ม แล้วพบว่าหลานถูกยิงเข้าที่ชายโครงขวา จึงรีบแจ้งกู้ภัยมาช่วยเหลือ ตนจำหน้าคนก่อเหตุได้ แต่ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าเคยมีเรื่องอะไรกับหลานมาก่อนหรือไม่

พายึดอาวุธปืน
ไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นางรอง ได้ติดตามจับกุมตัวนายพีรพงษ์ แข็งฤทธิ์ หรือฉายา “อุ้ม หนองปล่อง” อายุ 24 ปี ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ พร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 นอกจากจะจับกุมมือยิงแล้ว ตำรวจยังได้นำตัวนายเอกอาคม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี และนายแดง (นามสมมติ) อายุ 17 ปี วัยรุ่นที่ชกต่อยกันหน้าผับตามคลิปวงจรปิดมา สอบปากคำ และดำเนินคดีฐานทะเลาะวิวาทด้วย สำหรับนายพีรพงษ์ มือยิง ก็เข้าข่ายกระทำผิดฐาน “มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเอกอาคมและนายแดงให้การว่า พวกตนไปเที่ยวด้วยกัน 6 คน นั่งดื่มกินกันในผับตามปกติ จากนั้นมีผู้ตายมาด้วยกัน 2 คนมานั่งโต๊ะข้างๆ แต่ไม่รู้จักกันมาก่อน ตอนแรกทักทายกันดี ชนแก้วกัน เวลาลุกเต้นชนกันก็ขอโทษกัน พอผู้ตายเมาหนักขึ้นเริ่มมาถามหาเรื่อง ใช้คำว่า “มึงหิวพี่เหรอ”
จากนั้นก็ใช้คำนี้มาโดยตลอดจนผับเลิกได้เดินออกมา ผู้ตายยังมาชวนชกต่อยใช้คำเดิม “มึงหิวกูเหรอ” ผู้ตายเริ่มกำมือเหมือนจะต่อย พวกตนจึงลงมือชกต่อย ก่อนจะชุลมุนกัน กระทั่งการ์ดของร้านได้แยกกันแล้วให้กลุ่มพวกตนกับกลุ่มผู้ตายไปคนละทาง ส่วนตน กับเพื่อนได้ขับรถกลับบ้าน หลังจากนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

คุมตัวทำแผนฯ
ด้านนายพีรพงษ์ให้การว่า ตนนั่งดื่มกินกัน จู่ๆ ผู้ตายมาหาเรื่องน้อง จนเป็นเรื่องชกต่อยกันดังกล่าว แต่ตนยังแค้นจึงโทรศัพท์บอกให้เพื่อนอีกคนชื่อนายวัชราวุฒิ ธรรมาลีวรรณ์ หรือต้น อายุ 35 ปี ซึ่งไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน ให้เอาอาวุธปืนออกมาด้วย
จากนั้นได้มานั่งรอผู้ตายที่บริเวณสี่แยกไปรษณีย์ พอผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์มา นายต้นก็ใช้ปืนยิงใส่ทันที แต่กระสุนไม่โดน นายต้นจึงหักปืนใส่กระสุนลูกใหม่ส่งให้ตนเพราะปืนยิงได้ทีละนัด ก่อนจะขับตามประกบยิง คราวนี้ยิงถูกแล้วขับรถกลับบ้าน ส่วนคนซ้อนท้ายตนคือ นายฉัตรกร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ไม่รู้เรื่องว่าตนจะขับไปก่อเหตุ

แม่มือปืนขอขมา
“ฝากขอโทษทุกคนที่เป็นคนใจร้อน และอารมณ์พาไปให้ก่อเหตุ สงสารลูก 2 คนที่จะไม่เห็นหน้าพ่อไปอีกนาน” นายพีรพงษ์กล่าว
สำหรับนายพีรพงษ์เคยต้องคดียาเสพติดเพิ่งออกจากเรือนจำเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เคยบวชมาก่อน และล่าสุดโพสต์ติ๊กต็อกกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน ก่อนจะมาก่อเหตุหลังโพสต์ไม่กี่วัน
เป็นอย่างนี้ทุกที กว่าจะคิดได้ก็สายไปเสียแทบทุกราย
เรืองรุจ วังแจ่ม
สุรชัย พิรักษา
เรื่อง/ภาพ