จากการเดินทางบันทึกรายการทุ่งแสงตะวันและเรื่องราวต่างๆ ทั่วประเทศ เห็นได้ชัดว่าลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างของประเทศไทย ส่งผลให้ช่วงกิจกรรมชีวิตของเด็กๆ แต่ละภาคของไทยแตกต่างกันเพราะฤดูกาลที่แตกต่าง

ตอนนี้ภาคเหนือเกี่ยวข้าวเกือบหมดแล้ว แต่ข้าวภาคใต้ยังเขียวงามรอฤดูกาลเก็บเกี่ยวอีกระยะหนึ่ง ตอนนี้ยังเป็นฤดูฝน ส่วนภาคเหนือเข้าหน้าหนาวมาหลายวันแล้ว

น่านเมืองในหมอก

จังหวัดน่านตั้งอยู่ริมขอบประเทศทางทิศเหนือ เป็นเมืองชายแดน ติดต่อกับประเทศลาว เป็นจังหวัดที่สวยงามด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจ เมืองภูเขา มีเกลือภูเขา สายน้ำลำธารจำนวนมาก

นอกจากธรรมชาติแล้ว วัฒนธรรมวิถีชีวิตก็น่าชม ในตัวเมืองวัดวาอารามโดดเด่น คนเมืองน่านภูมิใจในความเป็นน่าน รวมตัวกันขับเคลื่อนกิจกรรมสังคมหลากหลายและเข้มแข็ง มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และหออัตลักษณ์นครน่านบอกเล่าเรื่องราวประวัติและวัฒนธรรมของเมือง มีกิจกรรมหลายอย่างสำหรับนักท่องเที่ยว

วัดภูมินทร์ที่มีเอกลักษณ์งดงาม

 

มาน่านช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ต้องจัดตัวเองไปถนนคนเดินเมืองน่านยามเย็นต่อช่วงค่ำ อาหารการกิน สินค้างานคราฟต์ บรรยากาศดี มีดนตรีสดเบาๆ ปูเสื่อซื้อของกินมานั่งล้อมวงขันโตก เป็นตลาดนัดยามเย็นที่มีการจัดการเรื่องจัดแยกขยะได้ดีน่าชื่นชม

ข่วงเมืองน่านยามเย็น

สำหรับการท่องเที่ยวนับว่าฤดูหนาวไปจนเข้าต้นปีเป็นไฮซีซั่น แต่ชีวิตไฮซีซั่นของคนน่านในชนบทจริงๆ นั้นผ่านมาแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมเชื่อมต่อพฤศจิกายน เพราะเป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่คึกคัก
ช่วงเกี่ยวข้าวนับได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของชาวนา โดยเฉพาะความสุขจากการที่ผลผลิตดี ได้ข้าวหลายกระสอบหลายเกวียน มากพอจะหล่อเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัวและเผื่อแผ่รับรองญาติมิตร

กระซิบรัก ภาพฝาผนังเลื่องชื่อ

คนจังหวัดน่านมีทั้งความทันสมัยและรู้คุณค่าภูมิปัญญาวิถีชีวิตดั้งเดิม เช่น ครอบครัวของน้องภูริภัสร์ ลัมยศ ที่บ่อเกลือ จังหวัดน่าน

 

ปีนี้ ภูริ อายุแปดขวบแล้ว ขึ้นชั้น ป.3 ทุกปีเวลามานาภูริก็นั่งเล่นที่เถียงนา กินข้าวกลางวันกับครอบครัว แวะเล่นน้ำ ตกปลา ป้วนเปี้ยนใกล้พ่อแม่ตามประสาเด็กน้อย

แข้งขาเล็กๆ กำลังยืดยาว ตัวสูงขึ้นมาก พ่อกับแม่บอกว่าภูริโตแล้ว เปลี่ยนจากการวิ่งเล่นตามพ่อแม่ผู้ใหญ่ให้เป็นการเรียนรู้การทำงานในนากันเถอะ

พ่อต้น อภิสิทธิ์ ลัมยศ เป็นนักวิชาการนักวิจัยของ สกสว. แม้จะทำงานประสานงานนักวิชาการชุมชนชาวบ้าน งานเต็มมือ แต่จะปลีกเวลาวันหยุดวันว่างพาลูกลงนา

“ผมเป็นลูกชาวนาครับ ทุกวันนี้ก็อยากให้ลูกชายคนเดียวได้สัมผัสเรียนรู้ ให้รู้คุณค่าของข้าว ให้เห็นกระบวนการทำนา ที่สำคัญที่สุดคือความสนุกของชีวิต การที่เด็กๆ ได้วิ่งเล่น ดูปูดูปลา รู้จักลุงป้าน้าอาชาวนา เห็นชีวิตที่ช่วยกันเกื้อกูลกัน เป็นโอกาสที่ดีของชีวิต”

นาของครอบครัวมีอยู่หลายผืน มีนาผืนหนึ่งที่ภูริชอบเพราะอยู่ใกล้ลำน้ำว้า เป็นของครอบครัว ปลูกข้าวทุกปี ปีนี้ผลผลิตดี เป็นที่ชื่นใจ

กองถ่ายทุ่งแสงตะวันได้เห็นพ่อแม่ลูก คุณตาคุณยาย ทำงานด้วยกัน ยินเสียงหัวเราะ เสียงเรียกลูกหลานมากินข้าวกินน้ำ สอนวิธีรวบข้าวขนข้าวไม่ให้รวงและเมล็ดร่วงหล่นรายทาง ฯลฯ

แม่ทิพย์ พรทิพย์ งามนิธิวุฒินันท์ เป็นครู กศน. ภาระหน้าที่การงานก็ไม่น้อย ห่วงลูกชายคนเดียว ไม่อยากให้ซุกซนไกลหูไกลตา แต่แม่ก็รู้ว่าการเที่ยวเล่นในนาในสวนคือการเรียนรู้และเติบโตของลูกชาย “ภูริชอบมานามากค่ะ วันหยุดต้องมาเล่น ได้เล่นสนุก ก็หัดฝึกฝนเรื่องต่างๆ กันไปตามวัย”

น้ำว้า แม่น้ำสายสำคัญ

ท้องฟ้าสีฟ้าจัดสดใส ภูเขาใหญ่เรียงกันไปเป็นเทือก มองไปไกลๆ เหมือนบนภูเขากำลังหายใจเอาไอร้อนๆ แผ่ออกมา เพราะต้นไม้ต้องแสงแดดเต้นระยิบระยับเหมือนเต้นระบำ เมฆก็กำลังลอยคลี่ตัวไปมาเหมือนปลาแหวกว่ายอยู่บนฟ้า

ยิ่งตอนเช้าอากาศเย็นๆ ความชื้นจากลำน้ำทำให้เกิดหมอกหนาห่มคลุมภูเขาจนหายไปทั้งเทือกดอย รอจนกว่าจะเกือบแปดโมงเช้า คราวนี้แดดแผดจ้าจนอยากจะทำงานเสร็จเร็วๆ จะได้รีบไปลงแม่น้ำว้าให้เย็นสบาย

อากาศอย่างนี้ชาวนาจึงเริ่มงานกันตั้งแต่รุ่งสางก่อนที่อากาศจะร้อนแรง แม้จะมีผ้าขาวม้าคลุมหัว หมวกอีกชั้น สวมเสื้อแขนยาวกันแดด แต่กระนั้นก็คิดว่าไปหลบแดดอยู่ในเถียงนา หรือใต้ต้นไม้น่าจะดีกว่า

เกี่ยวข้าวแล้วก็จะวางรวงข้าวพาดไว้ตอข้าว ตากแห้งอีกนิดหนึ่ง จึงรวบรวมมากองที่ลานนวด จังหวัดน่านส่วนใหญ่เป็นภูเขา มีที่ราบกระจายเป็นหย่อมๆ มีพันธุ์ข้าวนานาชนิดประมาณสามร้อยสายพันธุ์ ข้าวพันธุ์พื้นบ้านที่ปลูกกันมาหลายชั่วคนมักพัฒนาตนเองให้เหมาะสมกับพื้นที่ จึงแข็งแรงต้านโรค
ปีนี้ ภูริสังเกตและเรียนรู้การตีข้าวแบบดั้งเดิม “ผมได้หัดอะไรหลายอย่างเลย รวบข้าว ช่วยเอาข้าวใส่เครื่องนวดข้าว ลองซ้อมข้าว วีข้าว ไม่ค่อยเป็นหรอกครับ แต่สนุกดี ร้อนนะ ไปเล่นน้ำกันเถอะพ่อ” ประโยคท้ายคือหันไปคุยกับพ่อต้นแล้ว

ละแวกบ้านและนาของภูริเป็นช่วงต้นๆ ของแม่น้ำว้าซึ่งใสสะอาด ลำน้ำว้ามีอาหาร คนที่นี่หาอยู่หากินจากแม่น้ำด้วยเครื่องมือจับสัตว์น้ำหลายชนิด เครื่องมือที่เป็นแบบดั้งเดิมที่หาดูยากแล้วคือ คั่ง ทำจากไม้ ไม้ไผ่ ออกแบบให้ปลาว่ายเข้ามาในกับดักที่รออยู่ พอถึงเวลาบ่ายๆ ก็ไปสำรวจว่ามีปลาหรือไม่ ถ้ามีก็กลายเป็นอาหารมื้อต่อไป ทำกินกันที่เถียงนาเลย

วันนี้เราได้เห็นชีวิตเด็กชายคนหนึ่งกำลังเติบโตจากวัยเด็กเข้าสู่วัยรุ่นและเป็นผู้ใหญ่ การเรียนรู้ในวันนี้เป็นการปูพื้นฐานเพื่อให้เข้มแข็ง แข็งแรง มีทักษะชีวิตหลายๆ ด้าน ต่อไปก็จะเป็นสมาชิกครอบครัวที่จะเป็นกำลังสำคัญอีกคนหนึ่งในวันข้างหน้า เป็นการเรียนรู้ที่มีความสุขอีกวันหนึ่ง

ติดตามชมความสุขในวัยเยาว์ของเด็กชายภูริในรายการทุ่งแสงตะวัน ตอน นา คั่ง น่าน วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคมนี้ ทางช่อง 3 กด 33 เวลา 05.05 น. และทางเพจเฟซบุ๊กทุ่งแสงตะวัน รวมทั้งยูทูบ payaiTV ในเวลา 07.30 น.

อาทร ริมทาง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน