‘โรม’โวยไม่จริงใจแก้ปัญหาปากท้อง-จี้รีบยุบสภา
วันที่ 1 ธ.ค. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลงพื้นที่ต่อเนื่องในช่วงใกล้เลือกตั้ง ว่า ตอนนี้ก็ชัดแล้วว่าสถานการณ์ในรัฐบาลไม่มีความเป็นเอกภาพ ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพรรค พลังประชารัฐจะมีพล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ และมีความเป็นไปได้สูงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะไปเป็นแคนดิเดตของพรรคอื่น
ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้คือเอกภาพในรัฐบาล และความสนใจของรัฐบาลก็อาจมุ่งไปเรื่องของการหาเสียงมากกว่าการแก้ปัญหาของประชาชนในเรื่องต่างๆ อย่างจริงจัง ตนคิดว่ารัฐบาลไม่มีความสามารถในการบริหารประเทศ ควรยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน และเข้าสู่การเลือกตั้งน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เมื่อถามว่าการลงพื้นที่จะได้เปรียบพรรคการเมืองอื่นในการหาเสียงหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า แน่นอนกฎของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 180 วันอันตราย ที่ห้ามส.ส.ปฏิบัติหลายๆ อย่าง รวมถึงการช่วยเหลือประชาชน ก็ต้องยอมรับว่าพรรคอื่นเสียเปรียบรัฐบาลแน่นอน เพราะรัฐบาลก็คงอ้างว่าต้องทำหน้าที่ในส่วนนี้ แต่เอาเข้าจริงก็ถือว่าเป็นการหาเสียงล่วงหน้า ดังนั้นก็ไม่เป็นธรรมกับพรรคการเมืองที่ไม่มีอำนาจบริหารในตอนนี้แน่นอน
สำหรับการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ น่าสังเกตว่าหลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งพักหน้าที่และกลับมาปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ตั้งแต่เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ก็ลงตรวจน้ำท่วมทันที เริ่มจากวันที่ 4 ต.ค. ไปขอนแก่นและอุบลฯ, 6 ต.ค. เพชรบูรณ์, 24 ต.ค.สิงห์บุรี, 13 ต.ค. นนทบุรี จากนั้นเดือน พ.ย. หลังประชุมเอเปค 24 พ.ย.ก็ไปเพชรบูรณ์ เป็นประธานคิกออฟมาตรการช่วยเหลือชาวนา 30 พ.ย. บินไปพบชาวนาที่ จ.เชียงราย
ส่วนพล.อ.ประวิตร ช่วงปฏิบัติหน้าที่รักษาการ นายกฯ จัดคิวลงพื้นที่ทุกวันจันทร์ตลอดเดือนก.ย. แม้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาปฏิบัติหน้าที่นายกฯ พล.อ.ประวิตรก็ยังลงพื้นที่ต่อเนื่อง เป็นการลงตรวจสถานการณ์น้ำท่วมและดูการบริหารจัดการน้ำ 3 ต.ค. ไปตรวจน้ำท่วมที่ จ.ชัยนาท อ่างทอง อยุธยา, 6 ต.ค. ปทุมธานี, 12 ต.ค. ศรีสะเกษ, 17 ต.ค. สุราษฎร์ธานี, 22 ต.ค. ติดตามการพัฒนาและความมั่นคงชายแดนภาคใต้ ที่ จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี, 21 พ.ย. ดูการบริหารจัดการน้ำที่ จ.กำแพงเพชร