อาชีพเชฟ เป็นเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แถมยังต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การจะพิสูจน์ฝีมือเชฟให้เป็นที่ยอมรับ ต้องผ่านเวทีการแข่งขันในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ยิ่งแข่งขัน ยิ่งพัฒนาฝีมือให้ดียิ่งขึ้น และเวทีแม็คโคร โฮเรก้า ชาลเลนจ์ คือคำตอบ ที่ผู้เข้าแข่งขันต่างเลือกที่จะยืนหยัดในเวทีนี้
การประชันฝีมือของเชฟอาชีพและเชฟมือสมัครเล่น ในเวทีแม็คโคร โฮเรก้า ชาลเลนจ์ 2022 ปีนี้ เข้มข้นตั้งแต่คัดเลือกตัวแทนของทั้ง 5 ภูมิภาคด้วยโจทย์สุดท้าทาย ภายใต้แนวคิด “วิถีท้องถิ่น เข้มแข็ง (The Local Strong)” สื่อถึงความเข้มแข็งโดดเด่น ของวัตถุดิบท้องถิ่นในทุกมิติ เพื่อพิสูจน์ฝีมือเชฟ ผ่านการรังสรรค์เมนูอาหาร

โดยเวทีแห่งนี้ได้การรับรองจากสมาคมเชฟโลก หรือ World Association of Chef Societies (WACS) ให้เป็นการแข่งขันปรุงอาหารที่ใช้กฎระเบียบและกติกาการแข่งขันทั้งหมด ตามมาตรฐานสากลอย่างแท้จริง
เชฟคนแรก ที่มาเล่าประสบการณ์ คือ เชฟอิน หรือ ณรงค์ฤทธิ์ แซ่ขอ ผู้ก่อตั้ง บริษัท กำลังอิน จำกัด และอินฟลูเอนเซอร์ที่มียอดติดตามใน TikTok ราว 1.1 ล้านคน และมีเฟซบุ๊ก แฟนเพจ และ ผู้ติดตามในอินสตาแกรม 2-3 แสนคน ซึ่งเวทีแม็คโคร โฮเรก้า ชาลเลนจ์ มีส่วนสำคัญในการผลักดันเส้นทางอาชีพของเชฟอินมาถึงจุดนี้

“เพียงแค่เชฟวิลเมนต์บอกผมว่า นี่คือจานโปรเฟสชั่นนอลที่ผมต้องการ ผมถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว” เชฟอินกล่าวถึงการแข่งขันรอบสุดท้ายเพื่อชิงแชมป์ประเทศไทย แม้เขาจะพลาดรางวัล ชนะเลิศเพราะใช้เวลาเกินกำหนด แต่การยอมรับในเมนูอาหารที่เขารังสรรค์ขึ้น ถือเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่สำหรับเขาแล้ว
เชฟอินรู้ตัวว่าต้องการเป็นเชฟตั้งแต่มัธยมต้น จึงฉีกกฎของที่บ้าน ซึ่งปกติลูกทุกคนจะเรียนสายอาชีวะ ด้วยความที่เขาอยากไปได้ไกล และหาโอกาสที่มากขึ้น จึงตัดสินใจเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต โดยยอมที่จะเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย เพื่อจะได้เรียนในสายอาชีพเชฟตามที่ฝันไว้ ระหว่างเรียนก็เข้าประกวดหลายเวทีเพื่อพัฒนาตัวเอง รวมทั้งในเวทีแม็คโคร โฮเรก้า ชาลเลนจ์ อีกหลายครั้งต่อมา เพื่อตามความฝัน
ขณะที่ แสงเทียน สิงห์แก้ว ผู้ชนะเลิศเวทีการประกวดแม็คโคร โฮเรก้า ชาลเลนจ์ 2022 ในรุ่นมืออาชีพ ซึ่งเข้าประกวดเวทีนี้เป็นครั้งที่ 4 และเคยได้รับรางวัลระดับเยาวชนมาแล้วในปี 2017 กลับมาแข่งขันอีกครั้งในรุ่นมืออาชีพ ในปี 2018 และได้รางวัลอีกครั้งในการแข่งขันประเภทคู่ ในปี 2019 จนได้แชมป์ประเทศไทย ช่วงเตรียมตัวไปแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ เกิดโควิดเสียก่อน จึงกลับมาแข่งในปี 2022 จนได้แชมป์ประเทศไทยในรุ่นมืออาชีพ

แสงเทียนกล่าวว่า การแข่งขันเวทีแม็คโคร โฮเรก้า ชาลเลนจ์ โจทย์ที่ได้รับยากขึ้นเรื่อยๆ และมีความท้าทายมากขึ้นจากวัตถุดิบ มีทั้งวัตถุดิบท้องถิ่น และนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสที่ได้เรียนรู้ และพัฒนาตัวเอง
สำหรับเมนูที่แสงเทียนรังสรรค์ขึ้น จนชนะรางวัลในปีนี้ ประกอบด้วย เมนู APPETIZER เปาะเปี๊ยะปลาทรายแดง ผัดต้มยำ ซีฟู้ดชะอมยัดไส้เต้าหู้ ซอสมิโซะมะกรูด พีชคอมโพด MAIN COURSE Butter Poach Red Mullet Filling ผัดเผ็ด ฟักทองพูเร มันฝรั่งทอดเนย White Wine Sauce มะกรูด
“สิ่งที่เราได้จากเวทีนี้ คือ หนึ่ง ได้พัฒนาตัวเองมากขึ้น เพราะแต่ละปีโจทย์จะเปลี่ยนไป ถ้าไม่มีการพัฒนา มีโอกาสตกรอบได้ สอง ได้พัฒนาทักษะในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การบริหารจัดการในครัว ซึ่งในฐานะเป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจร้านอาหาร เรื่องนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง และสุดท้าย สิ่งที่ได้รับคือความภาคภูมิใจ” แสงเทียนกล่าว
ปฏิภาณ ประกาสิทธิ์ ผู้ชนะเลิศในรุ่นเยาวชน ซึ่งมาแข่งขันในปีนี้เป็นปีแรก ตามรอยรุ่นพี่ และสามารถเอาชนะได้
“เราโดนดูถูกเยอะ กับการเข้ามาเรียนตรงนี้ จึงอยากสร้างการยอมรับ โดยเฉพาะกับครอบครัว เคยเข้าประกวดมาหลายเวที และตัดสินใจเข้ามาแข่งขันในเวทีนี้ ซึ่งเป็นเวทีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และคิดว่าจะเป็นเวทีสุดท้าย ถ้าไม่ประสบความสำเร็จก็จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว อาจต้องตัดสินใจเดินทางในสายอาชีพนี้ด้วยตัวเอง เพราะนี่คือความฝัน” ปฏิภาณเล่าด้วยความมุ่งมั่น

สำหรับเมนูที่ ปฏิภาณ รังสรรค์ขึ้น จนชนะใจ กรรมการ ประกอบด้วย APPETIZER Duck Breast Slice Roll, Grilled Egg Plant with Spicy Thai Mango Sauce, Stir-fried Pumpkin with Egg Puree MAIN COURSE Pan-seared Duck Breast, Duck Thigh Chili Plate & Salad Egg York Pot Pie, Duck Holy Basil Meat Ball, Potato Roasties, Sauteed Vegetable, Tamarind Sauce
นี่คือตัวอย่างส่วนหนึ่งของผู้ที่ประสบความสำเร็จในเวทีการประกวดแม็คโคร โฮเรก้า ชาลเลนจ์ 2022 เวทีที่ไม่ใช่แค่การประกวดการทำอาหาร แต่เป็นบทพิสูจน์ความเป็นมืออาชีพ
ที่สำคัญนี่คือเวทีแห่งการสร้างสัมพันธ์ สานเครือข่ายพันธมิตร ที่จะต่อยอดสร้างธุรกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน