สายวันที่ 1 ธ.ค. พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.สุรศักดิ์ มโนทัย ผกก.สภ.บ้านเป็ด พ.ต.ท.สุทัศน์ ไพบูลย์ รองผกก.สืบสวน สภ.บ้านเป็ด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ อีกหลายนาย ควบคุมตัวนายพันธรัตน์ หาญสุริย์ อายุ 18 ปี ชาวบ้านโคกฟันโปง ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น และนายจิราวุฒิ ทองสืบสาย อายุ 26 ปี ชาว ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ไปชี้จุดและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นับเป็นการปิดคดีฆ่าสยองกลางเมืองขอนแก่นลงอย่างสมบูรณ์

ตามมายิงซ้ำ
ย้อนไปเมื่อตี 5 วันที่ 9 ต.ค. ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงตายบนถนนทางเข้าสนามบินขอนแก่น เมื่อไปตรวจที่เกิดเหตุพบศพนายพนม ทิพย์รัตนมงคล อายุ 40 ปี นักธุรกิจเจ้าของร้านขายโทรศัพท์มือถือที่ตลาดประตูน้ำ ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ถูกยิงด้านหลังทะลุหน้าอก 1 แผล พบรอยกระสุนปืนบริเวณโคนอวัยวะเพศ 2 แผล มือซ้ายกำสร้อยคอ รูปพรรณน้ำหนัก 1 บาท มือขวากำพระเลี่ยมทองเอาไว้

จุดที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนคนใกล้ชิดทราบว่าเสี่ยพนมนอกจาก เป็นเจ้าของร้านขายโทรศัพท์มือถือแล้ว ยังติดต่อซื้อขายรถยนต์มือสองกับคนบางกลุ่ม โดยก่อนจะถูกฆ่าเสี่ยพนมนัดส่งมอบ รถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน 1 ขบ 2903 กรุงเทพมหานคร ให้กับนายโก้ หรือนายพันธรัตน์ หาญสุริย์ อายุ 18 ปี และ นายจิราวุฒิ ทองสืบสาย อายุ 26 ปี ที่เป็นนายหน้าขายรถให้ลูกค้าที่เดินทางมาจาก สปป.ลาว ในราคา 190,000 บาท
ตอนแรกนัดส่งรถและจ่ายเงินกันในพื้นที่ อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด แต่ลูกค้ามีเงินไม่พอจ่าย เสี่ยพนม จึงให้เสี่ยโก้พามาที่ขอนแก่น เพื่อมารอ รับเงินจากพรรคพวกที่สปป.ลาว พยานยืนยันว่า เสี่ยพนมรับนายโก้และนายเบนซ์มาที่ขอนแก่น และเมื่อเดินทางมาถึงขอนแก่น พยานได้แยกย้ายกลับบ้าน กระทั่งเสี่ยพนมถูกฆ่าตายแล้วรถยนต์ คันที่จะขายก็หายไปด้วย

นายโก้ หรือนายพันธรัตน์ หาญสุริย์
หลังได้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่านายโก้และเพื่อนลวงเสี่ยพนมมาเพื่อฆ่าชิงรถยนต์แล้วหลบหนีไป ชุดสืบสวนติดตามแกะรอยเบาะแสต่อจนพบว่าผู้ก่อเหตุมีทั้งหมด 5 คน โดยนอกจากนายโก้ หรือนายพันธรัตน์ และนายจิราวุฒิแล้ว ยังมีผู้ร่วมก่อเหตุอีก 3 คนประกอบด้วย นายอภิชาต ถะเกิงสุข อายุ 22 ปี นายธนพล วงษ์สมบูรณ์ อายุ 22 ปี และนายเกียรติศักดิ์ จรัสกาย อายุ 26 ปี ทั้งหมดเป็นชาว ต.บ้านเหล่า อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น จึงรวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดขอนแก่นในข้อหา “ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยคนใดคนหนึ่งมีอาวุธ ใช้ปืนยิงเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือสาธารณะโดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุสมควร และร่วมกันมี ใช้อาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนโดยมิได้รับอนุญาต”

นายจิราวุฒิ ทองสืบสาย
ต่อมาชุดสืบสวนสามารถจับกุมทั้ง 3 รายได้ ทั้งหมดให้การตรงกันว่านายโก้ไปรับมาจากบ้าน เข้ามาในเมืองขอนแก่น แต่ไม่บอกว่ามาทำอะไร ในฐานะเพื่อนจึงนั่งรถมาด้วย กระทั่งเห็นนายโก้เข้าไปพูดคุยกับนายพนม แล้วก็ไล่ยิงนายพนมจนตายข้างทาง ก่อนจะพากันเอารถนายพนมหลบหนีไปยัง จ.อุบลราชธานี โดยมีนายจิราวุฒิเป็นคนขับรถไปจอดไว้ใน ร.พ.เขมราฐ แล้วก็ข้ามฝั่งไป สปป.ลาวพร้อมกับนายโก้
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานกับเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว ให้ช่วยจับกุมตัวทั้งสองคนส่งมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย

ทำแผนนาทียิง
กระทั่งวันที่ 30 ธ.ค. ทางการ สปป.ลาวได้ควบคุมตัว นายพันธรัตน์และนายจิราวุฒิส่งกลับมาดำเนินคดี จากการสอบสวนนายโก้ให้การรับสารภาพว่าใช้ปืนยิงเสี่ยพนมจริง เพราะแค้นใจในเรื่องการซื้อขายรถ แต่ตกลงกันไม่ได้ เนื่องจากซื้อขายกันมาหลายคัน จนมีหนี้สินติดค้างกันจำนวนหลายแสนบาท เคลียร์กันไม่ลงตัว จะเอารถหักหนี้ก็ไม่ให้ ด้วยความโมโหจึงใช้ปืนยิงจนตาย แล้วเอารถคันที่จะซื้อขายกันหนีไปที่จังหวัดอุบลราชธานี แล้วหนีไปกบดานที่สปป.ลาว กระทั่งถูกตำรวจสปป.ลาวจับกุมตัวส่งตำรวจไทยดังกล่าว ส่วนรถยนต์ได้จอดไว้ในร.พ.เขมราฐ ก็ไม่ทราบว่าใครมาเอาไป
ด้วยการผนึกกำลังกันของตำรวจทั้งสองแผ่นดิน อาชญากร ก็เหลือที่ยืนน้อยลงไปทุกที
เอกพงษ์ พุทธา
จักรพันธ์ นาทันริ – เรื่อง/ภาพ