หลังประกาศกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน SeaChange ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือทียู ในฐานะบริษัทผู้นำด้านอาหารทะเลระดับโลก ทั้งในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารทะเลแช่แข็ง อาหารทะเลสุก อาหารกระป๋อง และอาหารสัตว์ แสดงให้เห็นความสำเร็จอย่างชัดเจนหลังผ่านวิกฤตโควิด-19

❒ 3 ปี ฝ่าวิกฤตโควิด-19
ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา คือปี 2563-2565 ทียูมีผลการดำเนินงานที่ดีมาก เป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะธุรกิจรับจ้างผลิต ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง อาหารกระป๋อง รวมถึงอาหารสัตว์ โดยช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 ทียูมีรายได้เติบโต 13% แม้จะมีปัจจัยลบที่หลากหลาย
โดยทั้งปี 2565 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 12% จากปี 2564 ที่มีกำไรสุทธิ 8,013 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจทั้งกลุ่มอาหารกระป๋อง, อาหารแช่แข็งขยายตัวมีรายได้ค่อนข้างดี รวมถึงการนำธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงของไอ-เทล เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
❒ มองเศรษฐกิจปี 2566
ปี 2566 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 5% เมื่อเทียบกับปี 2565 โดยทั้งปี 2565 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 5% จากปี 2564 ที่มีรายได้ประมาณ 1.4 แสนล้านบาท ส่วนสถานการณ์ภาพรวมแนวโน้มปี 2566 ขอมองยาวเป็นช่วง 12-18 เดือน ทั่วโลกรวมทั้งทียู ยังต้องระวัง ต้องติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีพีกหลายเรื่องทั้งเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนก็ผันผวนมาก ต้องติดตามเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพราะจากนี้ไปทั่วโลกจะพบกับเศรษฐกิจถดถอย หรือ stagflation ชัดเจนขึ้น ดังนั้น ต้องบริหารความเสี่ยงแบบจับตาสถานการณ์แบบวันต่อวัน สัปดาห์ต่อสัปดาห์ และเดือนต่อเดือน

❒ เตรียมปรับราคาสินค้าในยุโรป
สำหรับผลกำไรของบริษัทในปี 2566 ยังไม่สามารถประเมินได้ แต่เป้าหมายยังวางไว้ว่าเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 5% ของปี 2565 เพราะน่าจะเป็นช่วงที่ยากลำบาก ผู้บริโภคทั้งยุโรปและอเมริกาต่างรู้สึกเจ็บปวดกับภาระการใช้จ่าย เพราะทั้งเรื่องของค่าน้ำ ค่าไฟที่สูงขึ้น ค่าน้ำมันแพง ดอกเบี้ยสูงขึ้น เงินที่มีจำกัด ทำให้กระทบเรื่องการบริโภค ดังนั้น ต้องจับตาพฤติกรรมของผู้บริโภคว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร อีกสาเหตุสำคัญคือเรื่องสงครามยูเครนและรัสเซีย ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง ดังนั้น ประมาณต้นปี 2566 ทียูเตรียมปรับราคาสินค้าที่จำหน่ายในสหภาพยุโรป (อียู) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และต้นทุนที่เกิดขึ้น
❒ ลุยออกหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน
ทียูมีเป้าหมายออกหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Blue Finance) ต้องสูงกว่า 75% ของหุ้นทั้งหมดในปี 2025 และให้ครบ 100% ในอนาคต โดยหุ้นกู้ประเภทดังกล่าวได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งของไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น จะเห็นได้จากผลสำเร็จในการออกหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน 2 ครั้งในปี 2564 จำนวน 27,000 บาท ถือว่าประสบผลสำเร็จอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ความยั่งยืนเป็นเรื่องที่ถูกบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์ด้านการเงินของภาคธุรกิจต่างมากขึ้น รวมถึงทียูใช้เครื่องมือทางการเงินที่ ส่งเสริมความยั่งยืน เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความเสี่ยงที่สำคัญมากที่สุดที่โลกกำลังเผชิญ และหาก ไม่สามารถจัดการปัญหานี้ได้ จะเกิดการสูญเสียทางธรรมชาติ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการขาดแคลนทรัพยากรที่ธุรกิจต่างๆ ต้องพึ่งพาเพิ่มมากขึ้น

❒ มุ่งสู่ Net Zero ใน ปี 2050
สามารถพูดได้ว่า ทียูเป็นบริษัทแรกๆ ของไทย ที่ก้าวสู่ Blue Finance และต้นปี 2566 ทียูจะประกาศ commitment กับบริษัทในเครือทั่วโลก เพื่อมุ่งสู่ Net Zero ในปี 2050 ซึ่งเร็วกว่านโยบายของรัฐบาลที่มีเป้าหมายในปี 2065 มุ่งใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น ลดการสูญเสีย บรรจุภัณฑ์ต่างๆ ต้องสามารถรีไซเคิล หรือย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่
ทำให้สินค้าของบริษัทที่ผลิตออกมาคำนึงถึงความยั่งยืนเป็นหลัก