โดนกระแสตีกลับเข้าเต็มแรง แกนนำรัฐบาลทั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน

แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์นโยบายหาเสียงพรรคเพื่อไทย ประกาศจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 600 บาท ต่อวัน ภายในปี 2570 หากชนะเลือกตั้ง ได้เป็นรัฐบาล ในเชิงดูหมิ่นดูแคลนว่า ทำได้จริงหรือ เอาเงินมาจากไหน เตือนระวังหายนะ ฯลฯ

ผลที่ตามมาก็คือสังคมเกิดข้อสงสัย ถ้าค่าแรง 600 บาท รัฐบาลชุดนี้คัดค้าน บอกว่าเป็นไปไม่ได้ แล้วคิดว่าต้องปรับขึ้น เท่าไหร่ ถึงจะเป็นไปได้ หรือที่เป็นอยู่พอแล้ว เหมาะสมแล้ว

คือคำถามพุ่งเป้าไปยังพรรคการเมืองของนายกฯ กับรมว.แรงงาน โดยตรง ไม่ว่าในนามพรรคพลังประชารัฐ หรือในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ มีนโยบายหาเสียงในประเด็นค่าแรง ขั้นต่ำอย่างไร

จะเกทับด้วยตัวเลขมากกว่าก็ไม่ได้ เพราะรมว.แรงงานพูดเอง 600 บาทก็ถึงขั้นหายนะแล้ว นายกฯ ก็คงไม่เอาด้วย เพราะคิดไม่ออก ไม่รู้จะเอาเงินจากไหนมาเพิ่ม หากต้องกู้อีกก็คงโดนถล่มยับ

หรือสมมติลดลงมาเหลือ 450 เหมือนของพรรคก้าวไกล ก็ไม่ได้อีก ที่ไม่ได้เพราะทำไม่ได้ ทำไม่เป็น ศักยภาพไม่พอ ที่สำคัญเวลาเพื่อไทย-ก้าวไกลพูดแล้วคนเชื่อ แต่รัฐบาลพูดแล้วไม่มีใครเชื่อ

ไม่เชื่อเพราะเคยมีบางพรรคหาเสียงเมื่อตอนเลือกตั้งปี 62 กับตัวเลขค่าแรง ขั้นต่ำ 425 บาท แล้วพอได้เข้ามาเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล บริหารประเทศมาจนจะครบ 4 ปี อยู่รอมร่อ ก็ยังทำตามที่หาเสียงไว้ไม่ได้ ไม่ใกล้เคียงด้วยซ้ำ

ค่าแรง 300 ปรับขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ผ่านมา 10 ปีขยับขึ้นเฉลี่ยได้แค่ 343 บาท ห่างไกลจาก ที่พรรคแกนนำรัฐบาลปัจจุบันหาเสียงเอาไว้ 80 กว่าบาท แบบนี้ขายฝันหรือเปล่า

ที่จริงแล้วทั้งนายกฯ ทั้งรมว.แรงงาน หรือใครก็ตามในซีกรัฐบาล ไม่ควรปากไว โจมตีนโยบายค่าแรง 600 บาทของพรรคเพื่อไทย โดยไม่ทันฟังรายละเอียด เพราะเหมือนเป็นการด้อยค่าตัวเอง

ทางที่ดีไม่ว่าจะพลังประชารัฐ หรือรวมไทยสร้างชาติ นอกจากต้องศึกษานโยบายพรรคคู่แข่ง ให้ถ่องแท้ ก่อนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ ยังสมควรนำเสนอนโยบายค่าแรงขั้นต่ำของ ตัวเองขึ้นมาแข่งขัน ให้ประชาชนได้เปรียบเทียบ และตัดสินว่าของพรรคใด มีเครดิตน่าเชื่อถือกว่ากัน ที่สำคัญ หาเสียงแล้วทำได้จริง

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน