เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. เอเอฟพีรายงานว่า ทางการจีนออกมายอมรับถึงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาปี 2019 หรือโควิด-19 หลังการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ว่าไม่สามารถทราบขอบเขตการระบาดที่แท้จริงได้อีกต่อไปแล้วเนื่องจากการระบาดลุกลามอย่างรวดเร็วหลังรัฐบาลจีนยุติการใช้นโยบายกวาดล้างโรคโควิด-19 หรือไดนามิก ซีโร่-โควิด
สาธารณสุขกลางของจีนระบุว่า ผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการนั้นไม่ได้เข้ารับการตรวจหาเชื้ออีกต่อไปทำให้หน่วยงานจีนไม่สามารถทราบขอบเขตการระบาด ขณะที่นายซุน ชุนหลาน รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แนวโน้มผู้ติดเชื้อในกรุงปักกิ่งกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
การยุตินโยบายไดนามิก ซีโร่-โควิดของทางการจีนเกิดขึ้นหลังเผชิญกับการประท้วง ต่อต้านจากชาวจีนทั่วประเทศ เนื่องจากเบื่อหน่ายกับการล็อกดาวน์ซ้ำซากที่ส่งผลกระทบ อย่างกว้างขวางต่อชีวิตของประชาชนมานานกว่า 3 ปี กลายเป็นการประท้วงที่รุนแรงที่สุดของชาวจีนนับตั้งแต่เหตุนองเลือดจัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อปี 2532

น่ากังวล – ผู้ป่วยต่อแถงรอพบแพทย์ล้นออกมานอกคลินิกที่กรุงปักกิ่ง หลังรัฐบาลจีนยุตินโยบาย “ซีโร่-โควิด” ขณะที่หน่วยงานสธ. ยอมรับว่าไม่ทราบขอบเขตการระบาดและจำนวนผู้เชื้อรวมถึงผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อ 14 ธ.ค. (เอเอฟพี)
การกลับมาเปิดประเทศของทางการจีนนั้นเกิดขึ้นท่ามกลางความหวาดผวาของเจ้าหน้าที่การแพทย์ หลังโรงพยาบาลหลายแห่งมีผู้ป่วยล้นเกินกำลังเจ้าหน้าที่ รวมทั้งกลุ่มเสี่ยงยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 หลายล้านคน ขณะที่ศูนย์การแพทย์นั้นส่วนใหญ่มีกำลังเจ้าหน้าที่ และอุปกรณ์การแพทย์ไม่เพียงพอต่อการรับมือหากเกิดกรณีมีผู้ป่วยรุนแรงจำนวนมาก
ความหวาดผวาดังกล่าวสะท้อนชัดเจนจากภาพผู้ป่วยที่เดินทางมาคลินิก ปูเร็น ฟีเวอร์ ที่กรุง ปักกิ่ง โดยมีผู้ป่วยกว่า 50 คน รอคิวพบแพทย์ ซึ่งหลายคนนั้นพบว่าป่วยจากโรคโควิด-19 ผู้ป่วยบางคนยอมรับว่ามีไข้สูงมานานถึง 10 วันแล้ว ทำให้แม้ห้างร้านจะกลับมาเปิดให้บริการ แต่ชาวจีนกลับเผชิญกับความยากลำบากในการรับมือกับโรคโควิด-19 รวมถึงภาวะขาดแคลนยารักษาโรค เช่น ยาลดไข้บรรเทาปวด และชุดตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 หรือเอทีเค