กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดแผนทำงาน ปี 66 ลุยขายข้าว และมันสำปะหลัง พร้อมเปิดด่านค้าชายแดนให้ครบ 97 ด่านกระตุ้นและเพิ่มมูลค่าการค้า

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแผนงานของกรม ในปี 2566 ว่า จะเดินหน้าขับเคลื่อนงานสำคัญต่อเนื่อง เพื่อรองรับสถานการณ์ทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยมีแผนการดำเนินงาน ดังนี้ 1.ผลักดันสินค้าเกษตรสำคัญ คือ ข้าว รักษาและขยายตลาดในกลุ่มลูกค้าเดิมและแสวงหากลุ่มลูกค้าใหม่ โดยในปี 2566 จะจัดประชุมข้าวนานาชาติ Thailand Rice Convention 2023, ร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ อาทิ งาน BIOFACH ที่เยอรมนี งาน GULFFOOD 2023 ที่ดูไบ งาน FOODEX 2023 ที่ญี่ปุ่น งาน China-ASEAN Expo ครั้งที่ 20 (CAEXPO) 2023 ที่จีน เป็นต้น

และมันสำปะหลัง เตรียมขยายตลาดใหม่ คือ ตุรกี นิวซีแลนด์ อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และซาอุดีอาระเบีย ผ่านกิจกรรมในรูปแบบ Online และ Onsite รวมถึงการเชิญกลุ่มผู้นำเข้าเข้าร่วมงานมันสำปะหลังโลก ปี 2566 (World Tapioca Conference 2023) ณ จ.นครราชสีมา ในเดือนก.พ. 2566 พร้อมทั้งยังเร่งผลักดันการส่งออกพลาสติกชีวภาพโดยตั้งเป้าหมายการส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปและนวัตกรรมจากมันสำปะหลังไปยังต่างประเทศมูลค่า ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาทในปี 2567 ซึ่งมีสินค้านำร่อง คือ เทอร์โมพลาสติกสตาร์ช (Thermoplastic starch : TPS) และผลักดันการส่งออกแป้งฟลาวร์มันสำปะหลังปลอดกลูเตนไปยังตลาดที่มีศักยภาพ อาทิ สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

2. การคุมเข้มมาตรฐานสินค้าส่งออกและนำเข้า เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสินค้าที่ไทยส่งออก-นำเข้า เป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้า 3.ส่งเสริมการค้าชายแดน โดยเร่งผลักดันเปิดด่านชายแดนให้ครบ 97 ด่าน อาทิ ลาว เพื่อกระตุ้นและเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนไทย ล่าสุดเปิดได้แล้ว 72 ด่าน รวมทั้งจัดมหกรรมการค้าชายแดนไทยกับมาเลเซีย ลาว และกัมพูชา, ขณะเดียวกันจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศข้อมูลการค้าและการลงทุน หรือระบบ CIC BTS 4.พัฒนาระบบการให้บริการนำนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้ในงานบริการออกหนังสือสำคัญการส่งออก-นำเข้าสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ 5.ปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับยุคสมัย อาทิ พระราชบัญญัติว่าด้วยการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 (พ.ร.บ. AD-CVD) เป็นต้น 6.ใช้มาตรการปกป้องและตอบโต้ทางการค้า เพื่อดูแลอุตสาหกรรมในประเทศ เช่นการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (AD/CVD/AC) ในปี 2565 ไทยใช้มาตรการ AD จำนวน 13 กรณี (จากทั้งหมด 24 กรณี) ส่วนใหญ่เป็นสินค้ากลุ่มเหล็ก

และ 7. การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า ภายใต้ความตกลงต่างๆ อาทิ FTA และ RCEP เป็นต้น เพื่อสร้างแต้มต่อทางการค้า ลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยช่วง 10 เดือนแรกปี 2565 ผู้ส่งออกไทยใช้สิทธิ FTA เป็นมูลค่า 71,882.18 ล้านเหรียญสหรัฐ และ RCEP คิดเป็นมูลค่า 819.05 ล้านเหรียญสหรัฐ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน