เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. เอเอฟพีรายงานว่า เกาหลีเหนือทดสอบปล่อยขีปนาวุธวิถีโค้งจำนวน 2 ลูก หลังเพิ่งประกาศความสำเร็จการพัฒนาเครื่องยนต์จรวดที่ใช้เชื้อเพลิงชนิดแข็ง ท่ามกลางความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเดินหน้าทดสอบอาวุธของเกาหลีเหนือมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ รวมถึงขีปนาวุธข้ามทวีปหรือไอซีบีเอ็มด้วย

แถลงการณ์ของคณะเสนาธิการทหารร่วมเกาหลีใต้หรือเจซีเอสระบุว่า ขีปนาวุธวิถีโค้ง ทั้ง 2 ลูกถูกปล่อยขึ้นมาจากเขตทงชาง-รี จังหวัดพย็องอันเหนือ เมื่อเวลาประมาณ 11.13 น. ตามเวลาท้องถิ่น พุ่งไปตกในทะเลตะวันออกหรือที่เรียกว่าทะเลญี่ปุ่นในเวลา 12.05 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเจซีเอสยืนยันว่ากองทัพเกาหลีใต้ยกระดับการตรวจการณ์และการเฝ้าระวังแล้ว รวมถึงร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาเพื่อเตรียมความพร้อมกำลังรบทุกหน่วยในระดับสูงสุด

ยิงบ่อย – ชาวเกาหลีใต้ ที่กรุงโซล ชมการรายงานข่าวทางโทรทัศน์เกี่ยวกับการทดสอบปล่อยขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ หลังอ้างว่าพัฒนาเครื่องยนต์จรวดใช้เชื้อเพลิง ชนิดแข็งได้สำเร็จ เมื่อ 18 ธ.ค. (รอยเตอร์)

ด้านกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น ระบุว่า ขีปนาวุธทั้ง 2 ลูกของเกาหลีเหนือพุ่งไปได้ระยะทางประมาณ 500 กิโลเมตร และมีเพดานบินสูงสุดราว 550 ก.ม. โดยนายโทชิโระ อิโนะ รมว.กลาโหมญี่ปุ่น กล่าวประณามพฤติกรรมของเกาหลีเหนือว่าคุกคามความมั่นคงและสันติภาพของญี่ปุ่น ภูมิภาค และนานาชาติ ถือเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นหลังการประกาศความสำเร็จการพัฒนาเครื่องยนต์จรวดที่ใช้เชื้อเพลิงชนิดแข็ง โดยเคซีเอ็นเอ สื่อกระบอกเสียงของทางการเกาหลีเหนือ รายงานว่า การทดสอบนั้นมีความสำคัญเพราะจะส่งผลต่อการนำไปต่อยอดพัฒนาอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ชนิดใหม่

ทั้งนี้ เกาหลีเหนือยังคงเดินหน้าพัฒนาแสนยานุภาพด้านอาวุธนิวเคลียร์และไอซีบีเอ็ม อย่างต่อเนื่อง โดยเชื้อเพลิงจรวดชนิดแข็งนั้นเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่งของเทคโนโลยีจรวด ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าไอซีบีเอ็มที่เกาหลีเหนือมีเก็บไว้ในคลังแสงปัจจุบันนั้นใช้เชื้อเพลิงชนิดเหลว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน