มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุโควิดคลี่คลายดันใช้จ่าปีใหม่สะพัดเกิน 1 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 3 ปี หลังคนวางแผนจัดงานเลี้ยงสังสรรค์และท่องเที่ยวมากขึ้น
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำของสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายผู้บริโภคช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ว่าประชาชนส่วนใหญ่มองว่าบรรยากาศปีใหม่ปีนี้จะคึกคักมากกว่าปีก่อน โดยมีแผนใช้จ่ายเงิน 2 รูปแบบคือ 1.ใช้จ่ายเพื่อตนเอง เน้นการจัดงานสังสรรค์มากที่สุด เฉลี่ย 3,835 บาท/คน รองลงมาคือ ท่องเที่ยวในประเทศ ทำบุญ ซื้อสินค้า และ 2.ใช้จ่ายเพื่อซื้อของขวัญให้คนอื่น ส่วนใหญ่จะซื้อกระเช้าของขวัญ เฉลี่ย 1,098 บาท/คน รองลงมาคือ เครื่องดื่มบำรุงร่างกาย ซื้อของรับประทาน โดยมียอดใช้จ่ายทำกิจกรรมรวม 4.26 หมื่นล้านบาท
สำหรับพฤติกรรมท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ ส่วนใหญ่ 43.4% มีแผนไปภาคเหนือเนื่องจากอากาศหนาว รองลงมาคือ 23.7% ตะวันออก, 11.1% กลาง, 8.7% ใต้ และ 7.2% กทม.และปริมณฑล ซึ่งเลือกเที่ยวภูเขามากสุดรองลงมาคือ ทะเล เป็นต้น โดยมียอดใช้จ่ายท่องเที่ยวรวม 6.04 หมื่นล้านบาท แบ่งออกเป็นจะใช้จ่าย ในประเทศ 5.74 หมื่นล้านบาท และต่างประเทศ 2.94 พันล้านบาท
คำอวยพรที่ประชาชนอยากอวยพรให้ประเทศไทยมากที่สุดในวันปีใหม่ปีนี้ คือ ขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราช สาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน ส่วนของขวัญที่ประชาชนอยากได้จากรัฐบาลมากที่สุดคือการปฏิรูปภาครัฐ ปราบปรามการทุจริต ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ประชาชนต้องการมากที่สุด 50.9% ตอบว่า คนละครึ่ง, 27.7% เราเที่ยวด้วยกันและ 21.4% ช้อปดีมีคืน
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกล่าวว่า ปีนี้เทศกาลปีใหม่จะคึกคักมากจะมีเม็ดเงินใช้จ่ายสะพัดมากถึง 1.03 แสนล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 20% ถือเป็นการขยายตัวที่สูงสุดในรอบ 17 ปีตั้งแต่มีการจัดทำผลสำรวจการใช้จ่ายช่วงปีใหม่ ขณะที่มูลค่ายอดใช้จ่ายรวมที่ทะลุเกิน 1 แสนล้านบาท ทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าปีใหม่ปีนี้โควิดปิดฉากลงแล้ว เศรษฐกิจไทยปีหน้ามีโอกาสที่จะกลับมาเติบโตเท่ากับช่วงก่อนโควิดระบาดในปี 2562 โดยปีนี้หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีจะปรับลดลงจาก 90% เป็น 86%