ดันเงินเฟ้อพุ่งฉุดจีดีพีวูบ-เสนอตรึงภาคอุตฯ1ปี
กกร.เผยขึ้นค่าไฟดันเงินเฟ้อปีหน้ากระฉูด 3.5% ฉุดจีดีพีวูบ 0.3% เสนอตรึงค่าไฟอุตสาหกรรม 1 ปี พร้อมชงตั้ง กรอ.พลังงานเป็นกลไกแก้ปัญหา
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยในงานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) แถลงข่าวเรื่อง “ผลกระทบจากการขึ้น ค่าไฟและข้อเสนอของภาคอุตสาหกรรม การค้าและบริการ การเงิน” ว่า กรณีที่รัฐบาลเตรียมปรับขึ้นค่าไฟฟ้าอีก 20% มาอยู่ที่ 5.69 บาท/หน่วย ในรอบบิล ม.ค.-เม.ย.2566 จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมอย่างมาก เนื่องจากมีสัดส่วนใช้ไฟฟ้ารวมกันมากถึง 70% ขณะที่ภาคครัวเรือนใช้ไฟ 30%
ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นกระทบเงินเฟ้อให้ปรับเพิ่มขึ้น 0.5% จนคาดการณ์เงินเฟ้อปีหน้าอาจปรับเพิ่มจาก 3% เป็น 3.5% ฉุดจีดีพี ภาพรวมลดลง 0.3% ทำให้การฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยหยุดชะงักเพราะภาคผลิตมีสัดส่วนในจีดีพีมากถึง 27% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และการขึ้นค่าแรงยิ่งซ้ำเติมผู้ประกอบการมากขึ้น โดยขณะนี้ กกร. อยู่ระหว่างการรอนัดหมายเข้าพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือในเรื่องดังกล่าว
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากรัฐบาลไม่ทบทวนการขึ้นค่าไฟจะทำให้เกิดปัญหา 3 เรื่องคือ ปัญหาขีดความความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจของไทยจะลดลง ขณะที่ปีล่าสุด 2565 ไทยตกลงมา 5 อันดับ จาก 28 เป็น 33 จากการจัดอันดับของ IMD (International Institute for Management Development), ปัญหาเงินเฟ้อจะกลับมา ผู้ประกอบการจะขึ้นราคาสินค้า 5-12% และนักลงทุนอาจย้ายฐานผลิตไปยังประเทศที่มีต้นทุนค่าไฟฟ้าถูกกว่า รวมทั้งอาจชะลอการเข้ามาลงทุนสำหรับลงทุนรายใหม่
นายสุรงค์ บูลกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การตรึงค่าไฟภาคครัวเรือนรัฐบาลควรจัดหางบเฉพาะมาสนับสนุนเหมือนกรณีที่ตรึงราคาดีเซล ไม่ใช่โยนภาระให้ภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งต้องปรับเกณฑ์การใช้ไฟภาคครัวเรือนใหม่ เป็นแบบขั้นบันได ใช้มากจ่ายมาก ใช้น้อยจ่ายน้อย รวมทั้งขยายเพดานหนี้ 2 ปีให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ด้วยการเพิ่มเพดานเงินกู้เฉพาะกิจ จัดสรรวงเงินให้ยืม และชะลอการส่งเงินรายได้เข้าคลัง รวมทั้งขอให้รัฐบาลมีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านพลังงาน หรือ กรอ.ด้านพลังงาน เพื่อให้เอกชนมีส่วนร่วมด้านพลังงานมากขึ้น
นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ในปีนี้ภาคค้าปลีกและบริการ มีต้นทุนค่าไฟฟ้า 20-50% คิดเป็นค่าใช้จ่าย 3 หมื่นล้านบาท/ปี หากค่าไฟปรับขึ้นอีก 20% จะเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับภาค ค้าปลีกและบริการเพิ่มขึ้นอีกปีละ 6 พันล้านบาท ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือเอสเอ็มอี 2.4 ล้านราย และแรงงาน 13 ล้านคน ในภาคค้าปลีกและบริการอยู่รอด จึงขอเสนอภาครัฐให้ทบทวนและพิจารณาตรึงราคาค่าไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจออกไปอีก 1 ปี