สถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในปี 2564 อุบัติเหตุจากการจราจรคร่าชีวิตคนในประเทศไทยไปกว่า 17,000 ราย ขณะข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนรวม 96,230 ราย เป็นชายมากกว่าหญิง และอยู่ช่วงวัยรุ่น วัยเริ่มต้นทำงาน ส่วนใหญ่อายุ 15-19 ปี คิดเป็น 11.37 เปอร์เซ็นต์ และ 20-24 ปี คิดเป็น 11.05 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในจำนวนนี้ 80% เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ขับขี่จักรยานยนต์

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคยังชี้ว่า อุบัติเหตุบนท้องถนนใน 5 ปีที่ผ่านมา สร้างความสูญเสียในทางเศรษฐกิจเฉียดล้านล้านบาท ที่ผ่านมา “ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศจร.ตร.” ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุ และเสียชีวิตมากที่สุดคือ ผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎจราจร!!

ที่ผ่านมา “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ร่วมกับ “กรมการขนส่งทางบก” ออกระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขเกี่ยวกับระบบการบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับรถของผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ พ.ศ.2565 หรือระบบตัดแต้มใบขับขี่ เพื่อเสริมสร้าง กวดขันวินัยจราจรให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎจราจร เป้าหมายลดสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. จับมือกรมการขนส่งทางบก ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) ประชาสัมพันธ์พร้อมใช้ “ระบบตัดแต้มใบขับขี่” ดีเดย์พร้อมกันทั่วประเทศ 9 มกราคม 2566 มาทำความเข้าใจระบบตัดแต้มใบขับขี่ก่อนใช้จริง

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์อธิบายว่า ระบบบันทึกคะแนนเป็น “มาตรการเสริม” ในการสร้างวินัยการขับขี่เพิ่มเติมจากการออกใบสั่งเพื่อบังคับใช้กฎหมายตามปกติ หรือการดำเนินคดีอาญา

การตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ เรายึดหลักความโปร่งใส และความเท่าเทียมกัน โดยให้โอกาสปรับปรุงแก้ไขพฤติกรรม และป้องกันการกระทำผิดซ้ำตามมาตรฐานสากล เพื่อลดอุบัติเหตุ สร้างความปลอดภัยให้ทุกคน

สาระสำคัญของระบบตัดแต้มใบขับขี่ คือ กำหนดให้ผู้ที่มีใบอนุญาตขับขี่ทุกราย ทุกประเภท จะมีคะแนนความประพฤติคนละ 12 คะแนน ไม่ว่าผู้นั้นจะได้รับใบอนุญาตขับขี่กี่ชนิดก็ตาม หากทำผิดตามกฎจราจรในข้อหาที่ระบุไว้จะถูกตัดคะแนน

รู้ก่อนขับ

การตัดคะแนน มี 2 แบบ 1.ตัดคะแนนทันทีที่ทำผิด เมื่อทำผิดกฎจราจรในข้อหาเป็นปัจจัยในการเกิดอุบัติเหตุ 20 ฐานความผิด แบ่งการตัดคะแนน 4 ระดับ ตัด 1 คะแนน หากขับรถเร็วเกินกำหนด ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ไม่หลบรถฉุกเฉิน ฯลฯ ตัด 2 คะแนน หากฝ่าไฟแดง ขับย้อนศร ฯลฯ ตัด 3 คะแนน หากขับรถชนแล้วหนี ขับรถในขณะหย่อนความสามารถ ฯลฯ ตัด 4 คะแนน หากเมาแล้วขับ ขับรถในขณะเสพยาเสพติด แข่งรถในทางฯ ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ฐานความผิดเหล่านี้หากมีโทษปรับ หรือโทษจำคุก แม้ชำระค่าปรับ หรือได้รับโทษแล้ว ก็ยังคงตัดคะแนนจากใบขับขี่ด้วย

2.ตัดคะแนนเมื่อไม่ชำระค่าปรับตามใบสั่ง หากทำผิดกฎจราจรในข้อหาที่ตำรวจจราจรออกใบสั่ง ซึ่งเป็นข้อหาที่กฎหมายระบุ 42 ฐานความผิด เช่น ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรในทาง จอดในที่ห้ามจอด ไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่ ขับรถไม่ชิดซ้าย เมื่อได้รับใบสั่ง แล้วไม่ชำระค่าปรับตามกำหนด ก็จะถูกตัดคะแนนใบขับขี่ 1 คะแนน ต่อ 1 ใบสั่งที่ค้างชำระ

ขั้นตอนขอคืนคะแนน

สำหรับวิธีการตัดคะแนนใบขับขี่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ระบบฐานข้อมูลใบสั่ง Police Ticket Management หรือ PTM ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการบันทึกการทำผิดกฎจราจร และตัดคะแนนในแต่ละครั้ง

หากถูกตัดคะแนนจนเหลือ 0 คะแนน จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ห้ามขับรถทุกประเภท เป็นเวลา 90 วัน หากฝ่าฝืนไปขับรถในขณะถูกสั่งพักใช้ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เป็นครั้งที่ 3 ภายใน 3 ปี อาจจะถูกสั่งพักใช้มากกว่า 90 วัน และหลังจากนั้นภายใน 1 ปี หากยังถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่อีกเป็นครั้งที่ 4 อาจถูกพิจารณาเพิกถอน ใบอนุญาตขับขี่

วิธีคืนคะแนน มี 2 แบบ

1.การคืนคะแนนอัตโนมัติ โดยคะแนนที่ถูกตัดไปในแต่ะครั้งจะได้รับคืนเมื่อครบกำหนด 1 ปี นับแต่วันกระทำผิดครั้งนั้นๆ เว้นแต่เป็นกรณีที่ถูกตัดเหลือ 0 คะแนน จะได้รับคืนเมื่อพ้นกำหนดเวลาการสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ โดยได้รับคืนเพียง 8 คะแนนเท่านั้น

2.การคืนคะแนนโดยวิธีการเข้ารับการอบรมกับกรมการขนส่ง ทางบก กรณีตรวจสอบคะแนนตนเองแล้วคะแนนเหลือน้อยกว่า 6 คะแนน สามารถขอเข้ารับการอบรมจากกรมการขนส่งทางบกได้ แต่อบรมได้เพียงปีละ 2 ครั้ง

กรณีที่ถูกตัดคะแนนจนเหลือ 0 คะแนน จนถูกสั่งพักใช้ใบขับขี่ 90 วัน หากต้องการคะแนนกลับคืนมาทั้งหมด 12 คะแนน เมื่อครบกำหนดอบรมสามารถขอเข้ารับการอบรมจากกรมการขนส่งทางบกได้เช่นกัน เมื่อผ่านการอบรมตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบก ก็จะได้รับคืนคะแนนตามที่กำหนด

หาข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่

สามารถตรวจสอบคะแนนได้ที่เว็บไซต์ E-Ticket PTM https://ptm.police.go.th/eTicket และแอพพลิเคชั่น ขับดี (KHUB DEE) ที่จะเปิดให้ดาวน์โหลดผ่านแอพสโตร์ และเพลย์สโตร์ ในเดือนมกราคม 2566 ขณะที่แอพพลิเคชั่นเป๋าตัง เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการให้บริการชำระค่าปรับผ่านระบบออนไลน์

อดิศร จิตตเสวี เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน