บลูมเบิร์กและสเตรตส์ไทมส์รายงานวันที่ 26 ธ.ค. ถึงสถานการณ์โรคโควิด-19 ใน ประเทศจีน ภายหลังคณะกรรมการด้านสุขภาพแห่งชาติของจีน (เอ็นเอชซี) ระบุเมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ธ.ค. ว่าจะยุติการรายงานจำนวนผู้ป่วยรายวัน ท่ามกลางการตั้งคำถามถึงยอดผู้ติดเชื้อจริงภายหลังสื่อท้องถิ่นในหลายพื้นที่เปิดเผยข้อมูลสวนทางกับรายงานของรัฐบาลกลาง รวมถึงกรณีที่สื่อทางการในเมืองชิงเต่า มณฑลชานตง ทางตะวันออก ระบุว่าผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในเมืองเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. อาจมีมากถึง 530,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงปีใหม่เรื่อยไปจนถึงเทศกาลตรุษจีน
นอกจากนี้ทางการมณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกเฉียงใต้ ยังระบุด้วยว่าพบผู้ป่วยโควิด-19 รายวันราว 1 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็นมากกว่า 2 ล้านคนในช่วงกลางเดือนม.ค.2566
รายงานระบุว่า จีนอาจมีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่เกือบ 37 ล้านคนในวันเดียวเมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมา จากการประเมินบันทึกรายงานการประชุมภายในของคณะกรรมการด้านสุขภาพ แห่งชาติซึ่งได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมการประชุมว่ามีการหารือถึงกรณีดังกล่าว หากเป็นเรื่องจริงยอดผู้ติดเชื้อโควิดที่สูงเกือบ 37 ล้านคนใน 1 วันจะทุบสถิติโลกเมื่อเดือนม.ค.2565 ที่บันทึกไว้ว่ามีผู้ป่วยโควิด-19 รายวันราว 4 ล้านคน และจะส่งผลให้จีนขึ้นแท่นเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงอาจไต่อันดับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีจำนวน ผู้ป่วยโควิด-19 สะสมสูงที่สุดของโลก
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเว็บไซต์ไชน่าซีดีซีของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีน (ซีดีซี) พบว่ามีการรายงานตัวเลขผู้ป่วยรายวันเป็นภาษาจีน ระบุว่าเมื่อเวลา 24.00 น. ของ วันที่ 25 ธ.ค. พบผู้ป่วยที่ยืนยันได้ 45,803 คนใน 31 มณฑล ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 701 คน ส่วนผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 402,846 ราย และเสียชีวิตคงที่ที่ 5,24 ราย