แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องคนไทยมากที่สุดในขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้ใช้มาตรการที่หลากหลายทุกมิติทำสงครามกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ PCT สามารถตรวจค้นทลายฐานที่ตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 5 แห่ง นำตัวกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยได้ถึง 170 ราย รวมไปถึงการจับกุมตัวเจ้าของบัญชีม้า และตัวการร่วมอีก จำนวน 67 ราย รวมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 237 ราย มูลค่าความเสียหายทั้งหมด 1,128 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราการถูกหลอกลวงประชาชนปัจจุบันลดน้อยลง

ที่ทำงานแก๊งคอลฯ
แต่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังไม่หมดไป ส่วนหนึ่งเพราะยังมีคนไทยบางกลุ่มยังเข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสารยังถูกหลอกลวงได้อยู่ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. หัวหน้าศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ PCT พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.กมค. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./หน.ชุดปฏิบัติการที่ 1 พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย จเรตำรวจ (สบ 8)/หน.ชุดปฏิบัติการที่ 2 พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8/หน.ชุดปฏิบัติการที่ 3 พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ แจ้งอริยวงศ์ ผบก.ส.2/หน.ชุดปฏิบัติการที่ 4 และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.น./หน.ชุดปฏิบัติการที่ 5 ในฐานะนักวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของ ศปอส.ตร. (PCT) นำแผนประทุษกรรมทั้งจากการรับแจ้งและการสืบสวนทั้งหมด ที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ใช้หลอกลวงประชาชน ซึ่งมี 7 รูปแบบ

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ถกร่วม ตร.เขมร
1 หลอกทำภารกิจ คนร้ายสร้างความน่าเชื่อถือโดยการอ้างตัวเป็นเครือข่ายของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง จากนั้นส่งลิงก์เว็บไซต์ให้กับผู้เสียหาย โดยระบุว่าเป็นการเล่นเกม แบบพิชิตภารกิจแล้วจะได้ผลตอบแทนอย่างดี ซึ่งในการทำภารกิจนั้น คนร้ายที่ทำหน้าที่เป็นแอดมิน จะคอยให้คำแนะนำ เช่น การสมัครสมาชิก โดยการกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ และการเติมเงินเข้าระบบ ก็คือหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีม้านั่นเอง ช่วงแรกๆ ได้ผลตอบแทนสูงจริง แต่เมื่อต้องการนำเงินออกจากระบบ คนร้ายจะอ้างว่าต้องโอนเงินเข้ามาเพิ่ม เพื่อปลดล็อก ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นอุบาย ล่อลวง
2.หลอกว่ามีพัสดุตกค้าง กรณีนี้คนร้ายจะแบ่งหน้าที่ออกเป็น 3 สาย ได้แก่ สายที่ 1 ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัทขนส่ง แจ้งว่ามีพัสดุตกค้าง ด้านในบรรจุสิ่งของผิดกฎหมาย จะต้องรีบติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็ว สายที่ 2 ทำหน้าที่เป็นร้อยเวร รับเรื่องต่อแจ้งว่า สิ่งของผิดกฎหมายนั้น พัวพันกับคดียาเสพติด คดีฟอกเงิน ต้องโอนเงินมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หรือเพื่อตรวจสอบก่อน จากนั้นจะส่งต่อให้ สายที่ 3 ซึ่งรับบทเป็นนายตำรวจระดับ ผกก. จะนำหมายเรียก หมายจับ (ปลอม) มาใช้ข่มขู่ ซึ่งกรณีดังกล่าวตำรวจจับกุมตัวคนร้ายได้รวม 36 ราย
3.หลอกให้รัก ชวนลงทุนซื้อขายคริปโตฯ กรณีนี้จะมีความคล้าย Romance Scam คือหลังสร้างความสนิทสนมกับผู้เสียหายแล้ว คนร้ายจะชวนให้ลองซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลอ้างว่าได้ผลตอบแทนสูง จากนั้นส่งลิงก์ให้ผู้เสียหายสมัคร แต่หลังซื้อขายตามคำแนะนำของคนร้ายแล้ว ไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ หากต้องการถอนเงินจะต้องโอนเงินเข้าไปเพิ่ม

คู่มือหลอกลวง
4.หลอกปล่อยเงินกู้ รูปแบบคือ ส่งลิงก์เพื่อโฆษณาการชักชวน อ้างว่าเป็นบริษัทให้บริการกู้เงินทางออนไลน์ชื่อดัง โฆษณาว่าสมัครฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย, ไม่เช็กเครดิตบูโร, ติดแบล็กลิสต์ ก็กู้ได้, ไม่มีค่าธรรมเนียม, อนุมัติง่าย รวดเร็วทันใจแน่นอน ฯลฯ เมื่อผู้เสียหายสนใจจะให้ลงทะเบียนออนไลน์โดยส่งลิงก์มาให้ เช่น www.bankcredits.net (ซึ่งเว็บลิงก์อาจจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ) จะถูกหลอกลวงให้โอนเงินโดยอ้างว่าเป็นค่าทำประกันชีวิต, ค่าปลดล็อกระบบ, ค่ารหัสถอนใหม่, ค่าเสียเครดิต, ค่าภาษีการกู้เงิน ฯลฯ สุดท้ายไม่ได้เงินกู้ แถมยังเสียเงินให้กับคนร้ายอีกด้วย
5.หลอกว่าเป็นหนี้บัตรเครดิต จะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคาร แจ้งว่าเป็นหนี้บัตรเครดิต จากนั้นให้คุยกับคนร้ายที่อ้างตัวเป็นตำรวจ สุดท้ายให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ใจ
6.หลอกว่ามีมิจฉาชีพนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ กรณีนี้คนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโทร.แจ้งผู้เสียหายว่ามีบุคคลอื่นนำข้อมูลส่วนตัวเช่น เลขบัตรประจำตัวประชาชน ไปใช้เปิดบัญชีธนาคารใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน จากนั้นคนร้ายอีกรายที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อตรวจสอบ
7.หลอกดาวน์โหลดแอพฯ ดูดเงินออกจากบัญชี กรณีนี้โทร.เข้ามาหาผู้เสียหาย อ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน หรือแจ้งว่ามีภาษีค้างอยู่ จากนั้นส่งลิงก์สำหรับดาวน์โหลดแอพฯ “กรรมสรรพากร” ให้ โดยในระหว่างดาวน์โหลดแอพฯ จะให้ไม่ให้ผู้เสียหายวางสาย เมื่อดาวน์โหลดเรียบร้อยแล้ว จะต้องกรอกข้อมูลยืนยันตัวบุคคล และยอมรับเงื่อนไขต่างๆ สุดท้ายถูกโอนเงินไปยังบัญชีม้า

ช่วยคนไทยกลับบ้าน
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า เราจะปราบปรามอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้คนไทยได้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอย่าตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อง่ายๆ หากพบเบาะแสสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ศูนย์ PCT 08-1866-3000 เวลาราชการ หรือสายด่วน บช.สอท. 1441 หรือ www.pct.police.go.th ตลอด 24 ช.ม.
อดิศร จิตตเสวี เรื่อง/ภาพ