ในช่วง 2 ปีก่อนหน้านี้ โรคโควิด-19 เป็นปัจจัยสำคัญกำหนดอนาคตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ในปี 2566 ทอม สแตนเดจ บรรณาธิการ The World Ahead 2023 ของดิอีโคโนมิสต์ ระบุว่าตัวขับเคลื่อนทิศทางของโลกกลายเป็น “สงครามในยูเครน”

และในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าโลกจะต้องต่อสู้กับสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้เกี่ยวกับผลกระทบของความขัดแย้ง การต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ และความวุ่นวายในตลาดพลังงาน สิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงกันเหมือนเป็นเฟืองล้อหมุนตามกันอย่างไม่อาจแยกกันได้ และ 10 ประเด็นน่าจับตาในปีนี้คือ

1. ทุกสายตาจับจ้องยูเครน

ราคาพลังงาน เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการขาดแคลนอาหาร ทั้งหมดทั้งมวลขึ้นอยู่กับความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ความคืบหน้าของกองทัพยูเครนที่สามารถยึดคืน ดินแดนในอธิปไตยได้อย่างรวดเร็วอาจคุกคามความมั่นใจในการศึกของ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย

แต่ดูเหมือนว่าผลที่ตามมามีความเป็นไปได้มากว่ารัสเซียจะพยายามยุติความขัดแย้งโดย หวังว่าจะเกิดการขาดแคลนพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหรัฐอเมริกาจะบั่นทอนแรงหนุนของชาติตะวันตกที่มีต่อยูเครน

2. ภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ประเทศเศรษฐกิจหลักจะเข้าสู่ภาวะถดถอยเนื่องจากธนาคารกลางขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อยับยั้งเงินเฟ้อ อันเป็นผลพวงมาจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 สหรัฐจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบวิกฤตเศรษฐกิจทรุดต่ำรุนแรง ขณะที่ชาติยุโรปจะเจอปัญหาเศรษฐกิจที่โหดร้ายและความยากลำบากจะเกิดขึ้นทั่วโลกเพราะดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าจนส่งผลกระทบต่อประเทศยากจนให้ยิ่งสาหัสจากวิกฤตราคาอาหารแพงที่เผชิญหน้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

3. ข้อดีแฝงต่อสภาพอากาศ

ในขณะที่ทั่วโลกเร่งหาแหล่งพลังงานของตัวเอง แต่ละประเทศกำลังหันหลังให้กับการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกและวนกลับมาสร้างผลกระทบต่อโลก ในระยะกลางสงครามจะเร่งให้เปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นพลังงานลม แสงอาทิตย์ น้ำ และนิวเคลียร์ ซึ่งปลอดภัยกว่าเชื้อเพลิงจากฟอสซิลที่ผูกขาดโดยผู้ผลิตบางกลุ่มเท่านั้น

4. จุดสูงสุดของจีน?

เดือนเม.ย.ที่จะถึงนี้ ประชากรอินเดียจะแซงหน้าจีนที่ประมาณ 1,430 ล้านคน จำนวนชาวจีนที่ลดลงและเศรษฐกิจที่ประสบกับความท้าทาย ทำให้หลายฝ่ายคาดว่าจะเกิดการตั้งคำถามว่าจีนมาถึงจุดสูงสุดแล้วหรือไม่ และการเติบโตที่ช้าลงหมายความว่าเศรษฐกิจของจีนอาจไม่มีทางเหนือกว่าสหรัฐได้

5. อเมริกาแตกแยก

แม้ว่าพรรครีพับลิกันจะทำผลงานในศึกเลือกตั้งกลางภาคที่ผ่านมาได้แย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ความแตกแยกทางสังคมและวัฒนธรรม ทั้งเสรีภาพในการทำแท้ง การครอบครองปืน และประเด็นเดือดต่างๆ ยังขยายวงกว้าง คงต้องดูกันต่อเนื่องไปอีกสองปีหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตผู้นำสหรัฐ ประกาศว่าจะร่วมชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีในปี 2567

6. จับตาการปะทุ

การมุ่งความสนใจไปที่สงครามในยูเครนทำให้ความเสี่ยงการเกิดความขัดแย้งในที่อื่นเพิ่มสูงขึ้น จีนอาจตัดสินใจว่าอาจไม่มีเวลาไหนเหมาะกว่านี้ในการเดินหน้านโยบายรวมชาติไต้หวัน ความตึงเครียดระหว่างอินเดียกับจีนอาจปะทุขึ้นในพื้นที่พิพาท แถบเทือกเขาหิมาลัย และตุรกีอาจพยายามครอบครองเกาะของกรีซในทะเลอีเจียน

7. การเปลี่ยนพันธมิตร

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ การเลือกฝ่ายเลือกข้างก็เกิดขึ้นเช่นกัน องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) จะต้อนรับสมาชิกใหม่ 2 ประเทศ ซาอุดีอาระเบียจะเข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัมหรือไม่ กลุ่มพันธมิตรอื่นๆ ที่มีความสำคัญเพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่มควอด กลุ่มความร่วมมือจตุภาคีระหว่างสหรัฐ ออสเตรเลีย อินเดีย และญี่ปุ่น กลุ่มความมั่นคงไตรภาคีออคัสของออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐ และกลุ่มความร่วมมือ I2U2 ระหว่างอินเดีย อิสราเอล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และสหรัฐ

8. แก้แค้นด้วยการท่องเที่ยว

ขณะที่นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการ “แก้แค้น” หลังการล็อกดาวน์ที่ยาวนาน การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเกือบจะกลับมาอยู่ที่ระดับเดียวกับปี 2562 ที่ 48 ล้านล้านบาท แต่เพราะเงินเฟ้อผลักให้ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้น นักท่องเที่ยวที่เดินทางระหว่างประเทศจริงๆ อยู่ที่ 1,600 ล้านคนต่ำกว่าก่อนเกิดโรคระบาดใหญ่ที่ 1,800 ล้านคน ในปี 2562

9.ความจริงของเมตาเวิร์ส

แนวคิดของการทำงานและเข้าไปเล่นในโลกเสมือนจริงจะประสบความสำเร็จเหนือวิดีโอเกมหรือไม่ ปี 2566 จะมีคำตอบว่าเป็นทิศทางไหน เพราะบริษัทแอปเปิ้ลเตรียมเปิดตัวอุปกรณ์เฮดเซ็ตชุดแรก และเมตาจะตัดสินใจว่าควรเปลี่ยนกลยุทธ์หรือไม่ ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนน้อยกว่าแต่มีประสิทธิภาพมากกว่าอาจทำให้เกิดการใช้งานของ “พาสคีย์ส” แทนที่พาสเวิร์ด

10. ปีใหม่คำใหม่

คริปโตเคอร์เรนซีส์ไม่ใช่คำที่เจ๋งอีกต่อไป แต่ “โพสต์-ควอนตัม คริปโตกราฟี” หรือกระบวนการเข้ารหัสที่ทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมกำลังมาแรง และยังมีวลีอย่าง “โฟรเซ่นคอนฟลิกต์” หรือการแช่แข็งความขัดแย้งด้วย

แม้จะมีเรื่องราวใหม่ๆ ผ่านเข้ามา แต่เมื่อมองย้อนกลับไปการระบาดใหญ่ถือเป็นจุดสิ้นสุดของช่วงเวลาแห่งความมั่นคง รวมถึงความสามารถในการคาดการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ

โลกทุกวันนี้มีความไม่แน่นอนมากขึ้น เผชิญหน้ากับความปั่นป่วนจากการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ เศรษฐกิจ สภาพอากาศ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยี ความคาดเดาไม่ได้ เป็นเรื่องปกติใหม่ ไม่มีทางที่จะหนีจากสิ่งนี้ได้ แต่กองบรรณาธิการดิอีโคโนมิสต์หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ผู้อ่านรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน