นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ ‘ข่าวสด’ ถึงสถานการณ์การเมืองปี 2566 และทิศทางของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า

■ รัฐบาลหลังเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีเสถียรภาพ ต้องเป็นอย่างไร

ส.ว.เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องในขั้นตอนเลือกนายกฯ หลังจากนั้นการดำเนินการใดๆ ในรัฐสภาจะเป็นเรื่องของรัฐบาล นายกฯ และสภาผู้แทนราษฎร ฉะนั้น สิ่งสำคัญขึ้นอยู่กับจำนวนส.ส. ที่แต่ละพรรครวบรวมได้ว่าจะเกินกึ่งหนึ่งหรือไม่ เราต้อง เชื่อการตัดสินใจของประชาชน และมองว่าในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งถึงจะเป็นรัฐบาลที่ทำงานได้ ผมมั่นใจว่าส.ว.ต้องมีกระบวนการความคิดว่า จะสนับสนุนใครเป็นนายกฯ ถ้าความต้องการของประชาชนชัดเจน ส.ว.คงต้องทำตาม นี่เป็นหลักของคนที่เป็นนักการเมืองหรือเกี่ยวข้องกับงานการเมืองต้องยึดถือ

รัฐบาลที่มีความมั่นคงต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ถ้าไม่เกิน กึ่งหนึ่งเมื่อเปิดสภาหากมีการออกกฎหมายสำคัญ เช่น ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี เข้าสู่การพิจารณา ช่วงเดือนส.ค.-ก.ย. ถ้ารัฐบาลมีเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่งอาจจะจอดตั้งแต่ตรงนั้น ใครจะตั้งรัฐบาลต้องพยายามหาเสียงสนับสนุนในส่วนของส.ส.ให้ได้เกินกึ่งหนึ่ง อย่างรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งปี 2562 เข้ามาด้วยเสียง 253 เสียง ไม่ว่าใครจะพูดอะไรท่านมีความ ชอบธรรม เพราะได้รับเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่ง ที่สำคัญรัฐบาลต้องมีความสามารถในการบริหารบ้านเมืองด้วยจนอยู่พ้นมาได้เกือบ 4 ปีแล้ว

■ จำเป็นต้องจับกับพรรคที่ได้อันดับ 1 หรือไม่ หรือจับกับใครก็ได้ให้ได้เกิน 250 เสียง

พรรคต้องพยายามให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน โดยดูจากคะแนนพรรค และคะแนนผู้สมัคร ตรงนี้จะทำให้ทราบว่าประชาชนต้องการให้เราทำอะไร ไปในทิศทางไหน เราคงไม่ฝืนความต้องการของประชาชน

พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับ พรรคไหน ความคิดเห็นต่างกันทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ เราไม่เห็นด้วยกับหลายเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล เราก็ แสดงท่าทีชัดเจน ดังนั้น เรื่องร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ…. ที่มีคนไม่เห็นด้วยกับพรรค เราจะไปบังคับความคิดเขา ได้อย่างไร สุดท้ายเป็นเรื่องของแต่ละพรรคที่จะพิจารณา

แต่เรื่องมารยาทการอยู่ร่วมกันควรต้องสนับสนุนซึ่งกันและกันหรือไม่ ไม่เช่นนั้นต่อไปใครจะออกกฎหมายแล้ว เป็นรัฐบาลผสมคงต้องลุ้นกันอย่างหนักว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะเห็นด้วยหรือไม่ แต่เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปลีกย่อย โดย หลักการคือพรรคภูมิใจไทยทำงานพยายามไม่ขัดแย้งกับใคร อะไรที่เป็นเรื่องที่ดีต่อบ้านเมืองเราเอาด้วยหมด ซึ่งเราได้แสดงให้เห็นมาตลอด

■ พรรคก้าวไกลมีจุดยืนแก้มาตรา 112 ไม่น่าจะร่วมงานกันได้

ถ้าจุดยืนนี้ยังไม่เปลี่ยนคงลำบากที่จะทำงานด้วยกัน พรรคภูมิใจไทยมีความชัดเจนเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ เชื่อว่ามาตรา 112 ที่บัญญัติไว้เป็นสิ่งที่มีไว้เพื่อธำรงรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์หรือสถาบันหลักของชาติไว้ ถ้าไม่คิดจาบจ้วง ก้าวล่วง ให้ร้ายสถาบัน มาตรา 112 แทบจะไม่ได้มีความหมายอะไรกับคนปกติทั่วไป

■ ถ้าพรรคเพื่อไทยได้คะแนนเยอะเป็นแกนนำ สามารถร่วมงานได้ใช่หรือไม่

ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ได้ส.ส.เยอะ ก็ต้องไปถามพรรคเพื่อไทย แต่ในส่วนของเราต้องทำให้มีจำนวนส.ส. มากที่สุด คนที่จะทำให้ได้มากหรือน้อยคือประชาชน ฝืนประชาชนไม่ได้ เราต้องทำให้ประชาชนไว้วางใจ เชื่อมั่นว่าพรรคภูมิใจไทยรักษาคำพูด จึงเป็นที่มาของ “พูดแล้วทำ” เขาเลือกมาแล้วไม่เสียแรง เสียเวลา ที่เขาออกมาใช้สิทธิ เลือกตั้ง

“พรรคภูมิใจไทยทำงานพยายามไม่ขัดแย้งกับใคร อะไรที่เป็นเรื่องที่ดีต่อบ้านเมืองเราเอาด้วยหมด”

■ มีการวิเคราะห์ว่าพรรคภูมิใจไทยอาจมาเป็นอันดับ 1 หากเป็นเช่นนั้นจะต้องเป็นนายกฯ อย่างเดียวหรือไม่

ใครจะวิเคราะห์อย่างไรพรรคภูมิใจไทยก็จะเดินไปแบบนี้ ทำนโยบายแบบนี้ เราอาจจะไม่เด่นเรื่องพรรคที่มีกระแส ต้องเน้นเรื่องสมาชิกที่อยู่ใกล้ชิดชาวบ้าน ใกล้ชิดพื้นที่ ได้รับความเชื่อถือจากชาวบ้าน สมาชิกเหล่านี้ถือเป็นฟันเฟืองของพรรค เมื่อไม่ทราบว่ากระแสเราแข็งแรงขนาดไหน แต่อย่างน้อยก็มีสิ่งที่เชื่อมต่อกับประชาชนได้

■ ถ้าได้ส.ส.เยอะกว่าพรรคพลังประชารัฐกับพรรครวมไทยสร้างชาติ จะต้องเป็นนายกฯ เท่านั้นหรือไม่

ถ้าพรรคภูมิใจไทยรวมได้เยอะกว่าพรรคอื่นๆ ต้องดูว่าส.ว.จะทำอย่างไร เราหวังว่าถ้ารวมได้ 250 เสียงหรือมากกว่านั้น ส.ว.คงต้องใช้ดุลพินิจว่าถ้าไม่สนับสนุนพรรคที่ได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่งของสภา ส.ว.จะตอบพี่น้องประชาชนอย่างไร ตรงนี้อยู่เหนือการควบคุมของพรรคภูมิใจไทย

ส่วนสูตรคนละครึ่งที่มีการพูดถึงก็ไม่รู้มาจากไหน เราไม่ได้เลือกหรือแต่งตั้งตัวเอง กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องผ่านไม่รู้กี่ด่าน สิ่งที่ดูแล้วไม่เกี่ยวข้องกับทางเดินของเรา เราก็ไม่คิด ตอนนี้คิดแค่ว่านโยบายดีแล้วหรือไม่ ชาวบ้านเชื่อหรือไม่ ผู้สมัครแข็งแรง ขยันลงพื้นที่หรือไม่

■ โพลระบุว่าถ้าเลือกนายอนุทิน จะได้ทางเลือกที่ 3 มีความประนีประนอม ไร้ความขัดแย้ง

ผมไม่ใช่คนประนีประนอม แต่เป็นคนยึดหลัก หลักไหนที่ทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นก็ไปทางนั้น เราประนีประนอมในเรื่องที่ไปได้ ไม่ผิดหลักการ เรื่องไหนไม่เป็นประโยชน์ ไม่ถูกต้อง เอาเป็นว่าในพรรคภูมิใจไทยตนแข็งที่สุด

ส่วนถ้าการเมืองครั้งหน้ายังเป็นขั้วเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งจากฝ่ายพรรคเพื่อไทย หรือฝ่ายสืบทอดอำนาจ ประเทศจะหลุดพ้นจากปัญหาความขัดแย้งเดิมๆ หรือไม่นั้น ผมไม่ถือว่ามีขั้วสืบทอดอำนาจ ถ้ามีการสืบทอดอำนาจ คืออำนาจเดิม ได้รับการสืบทอดต่อไป โดยไม่มีคนนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมเชื่อว่าตั้งแต่เปลี่ยนผ่านมาตั้งแต่ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนถึงรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ที่มีระบบรัฐสภา ไม่ใช่เป็นการสืบทอดอำนาจอย่างเด็ดขาด

เป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยปกติ ทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ต้องรายงานผลการปฏิบัติงาน ต่อรัฐสภา ต้องชี้แจง ตอบกระทู้ ถูกโต้แย้งในสิ่งที่พรรคอื่นๆ ไม่เห็นด้วย ผมไม่เห็นว่าตรงนี้จะใช้คำว่าสืบทอดอำนาจ ได้ตรงไหน พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เสียคำพูด ชอบพูดนักว่า ผมเสียคำพูด ผมสนับสนุนเผด็จการ ผมพูดคำเดียวว่าผมจะไม่ร่วมรัฐบาลที่ส.ส.ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งในปี 2562 พูดชัดๆ คือผมจะไม่ร่วมรัฐบาลเสียงข้างน้อยแล้วอาศัยเสียงส.ว.มาทำให้รัฐบาลตั้งนายกฯ ได้ พูดไม่รู้กี่ครั้งกี่หน ก็มีคนแกล้งไม่เข้าใจ

■ หลังปีใหม่คาดว่าจะมีนักการเมืองมาเข้าร่วมงานมากขึ้น

ทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด ถ้าการเมืองถึงคราวเปลี่ยนวาระ หรือทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง สมัยก่อนปี 2535 คนวิ่งเข้าพรรคประชาธิปัตย์ ปี 2538 วิ่งเข้าพรรคชาติไทยพัฒนา ปี 2539 วิ่งเข้าพรรคความหวังใหม่ ปี 2544 วิ่งเข้าพรรคไทยรักไทย แล้วปี 2566 ถ้าคนจะวิ่งเข้าพรรคภูมิใจไทยมันแตกต่างจากอดีตตรงไหน ไม่เห็นเป็นเรื่องใหม่หรือนวัตกรรมใหม่ ถือเป็นเรื่องปกติ

พรรคภูมิใจไทยมีทั้งคนเข้าและออก ที่เป็นส.ส.หรือ ผู้สมัครส.ส.ออกไปจากพรรคก็มี ทำไมตรงนี้ไม่มองว่าเป็นงูเห่าหรือพลังดูดบ้าง แต่พอมีคนเข้ามาพรรคภูมิใจไทย เป็นเรื่องเลย ไม่อยากอยู่พรรคเดิมก็ไปพรรคใหม่ แต่สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยแตกต่างจากพรรคอื่นคือใครจะมา ใครจะไป เรายินดีหมด

ใครจะไปเราถามคำหนึ่ง ถ้าเขายังยืนยันจะไป ก็ต้องบอกว่าโชคดีนะ ไปทำงานให้กับบ้านเมืองนะ ไม่มีอะไรโกรธกัน สบายใจได้ พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ เราไม่มีการไล่ส่ง ไม่แดกดัน ไม่ด้อยค่า หรือไปดูถูกพรรคที่ไปสังกัด ไม่วิเคราะห์ว่าเขาจะได้หรือตก เพราะเขาเลือกทางเดินแล้ว คนมีน้ำใจนักกีฬาต้องบอกว่าขอให้ไปดี ให้สำเร็จ มีตำแหน่งแห่งหน ทำไมต้องมานั่งด่าเขา สาปแช่งเขา ไม่มีประโยชน์เลย การที่เราไปด่าเขาเท่ากับว่าไปด่าประชาชนที่สนับสนุนเขา แล้ว เป็นผู้แทน เป็นนักการเมือง เป็นรัฐมนตรี คุณด่าประชาชนได้หรือไม่ สมควรทำหรือไม่

■ ประเมินว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะส.ส.ได้ 120 ที่นั่ง ตามที่นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บอกในงานวันเกิดครบรอบ 64 ปีหรือไม่

นายเนวินบอกว่าขอให้ได้ 120 คน ท่านก็เพลงพาไปเท่านั้น ท่านเดินเข้ามาเห็นคนมาเยอะแยะเลยพูดว่า 120 คน คงเป็นการอุปมาอุปไมย ตนอาจจะคิดว่าทำไมตีต่ำอย่างนี้

การทำการเมืองแบบพรรคภูมิใจไทย ต้องเอาประสบการณ์ที่เลวร้ายคือ ความขัดแย้ง ความเกลียดชัง ฝักใฝ่ความรุนแรง ทำให้แตกความสามัคคี สิ่งเหล่านี้ต้องไม่ทำ ถึงแม้เราจะถูกกระทำ ทุกวันนี้พรรคภูมิใจไทยยิ่งเล่นการเมืองเพื่อนยิ่งหาย คนที่เคยรักนับถือต้องอยู่คนละข้าง เมินใส่กัน ทั้งที่ไม่มีเรื่องโกรธเคือง พรรคภูมิใจไทยประสบเรื่องเหล่านี้มาตลอดถึงมีความอดทนสูงแม้ถูกดูถูกเหยียดหยาม

คำว่าเนรคุณ ในทางการเมืองคือว่าเนรคุณหรือไม่ เอาเงินเขามาหรือไม่ ทำชดใช้เขาหรือยัง พูดตรงๆ คือ เป็นส.ส.ประชาชนเลือกมา เมื่อเข้ามาในสภาแล้วเลือกหัวหน้าพรรคของตัวเองเป็นนายกฯ ก็ตอบแทนกันแล้ว จบแล้ว นายกฯ ก็ลงพื้นที่ให้ผู้แทน ผู้แทนก็ยกมือไว้วางใจนายกฯ หรือรัฐมนตรี คำว่าเนรคุณเป็นศัพท์ที่ถูกบัญญัติขึ้นมา หัวหน้าพรรคคนไหนที่จะมีบุญคุณมากพอที่จะให้ลูกพรรคติดหนี้ บุญคุณ ถึงใช้คำว่าเนรคุณได้ เขาเข้ามาเพราะประชาชน ไม่ได้เข้ามาเพราะเงินหัวหน้าพรรค

■ มีการพูดกันว่าพรรคภูมิใจไทยมีพลังกระสุนดินดำเยอะทำให้คนไหลมา

มโนไปเรื่อย เวลาจะย้ายไปพรรคการเมืองไหนเขาต้องดูว่านโยบายพรรคการเมืองนั้นดีหรือไม่ รูปแบบของพรรค เป็นอย่างไร สิ่งที่จะทำให้ได้ส.ส. คือนโยบายกับความขยันของส.ส.

ส่วนกระสุนเงินทองเป็นการวิเคราะห์ของคนภายนอก ถ้าบอกว่ากระสุนหรือเงินทองสามารถทำให้ชนะได้ เราคงไม่ต้องมานั่งคิดนโยบาย เดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ ไม่ต้องเดินหาเสียง

พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับนโยบาย ที่ผ่านมาพรรคอยู่กับทุกคนเห็นทุกปัญหา เห็นภาระ และความทุกข์ของ พี่น้องประชาชน ขอสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกคนได้ ตั้งหลักลืมตาอ้าปากได้

พรรคมีนโยบายพักหนี้ให้ประชาชนที่เป็นหนี้เป็นเวลา 3 ปี คนละไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินต้น ปลอดดอกเบี้ย ให้คนไทยได้ล้างหนี้ กลับมามีเงิน มีชีวิตที่มีความมั่นคง

ส่วนนโยบายทางการเกษตร พรรคมุ่งมั่นให้เกษตรกรไทยมีความร่ำรวย โดยเสนอนโยบาย “เกษตรร่ำรวย” หรือ Contract Farming รู้ราคาก่อนปลูก รับเงินก่อนขาย ผลผลิตเสียหายมีประกัน

นโยบายด้านสุขภาพ จะให้ประชาชนทุกคนได้รับการรักษาโรคมะเร็งด้วยเครื่องฉายรังสีทุกจังหวัด โดยที่ไม่ต้องเดินทาง ไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนผู้ป่วยโรคไต จะมีศูนย์ฟอกไตฟรีทุกอำเภอ

นโยบายเกี่ยวกับการลดค่าใช้จ่ายประชาชน โดยฟรีหลังคาโซลาร์เซลล์ ลดค่าไฟฟ้าหลังคาเรือนละ 450 บาท มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าผ่อนเดือนละ 100 บาท 60 งวด ที่สำคัญนโยบาย ดังกล่าวจะสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับแรงงานไทยทุกคน

ทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งในนโยบายของพรรคที่เรา ตั้งใจทำเพื่อประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน