แม้น น.ส.ดวงอรทัย ไพทูล หรือ “หมูฟ้า” อายุ 20 ปี จะยืนยันหนักแน่นว่าตนเองก็เป็นเหยื่อถูกหลอกให้เปิดบัญชีม้ารับโอนเงิน แต่พฤติกรรมและหลักฐานที่ตำรวจใช้เวลารวบรวมมากลับเป็นคนละเรื่องกัน
สายวันที่ 20 ธ.ค. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.รัฐนันท์ สมวงศ์ รอง ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. เจ้าหน้าที่ กก.สส.4 บก.สส.บช.น. ร่วมกับตำรวจ สภ.แม่ปิง ร่วมจับกุมตัว น.ส.ดวงอรทัย หรือ หมูฟ้า ชาว จ.บึงกาฬ ผู้ต้องหาตามหมายจับจำนวน 3 หมายในความผิดฐาน “ฉ้อโกงฯ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์” โดยจับกุมตัว ผู้ต้องหาได้ที่บริเวณซอยเทศบาลบางปู 69/3 ถนนสุขุมวิท ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

สืบนครบาลรวบ
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรม ที่กระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบ ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก
ต่อมาชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบนครบาล รับแจ้งเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนทางเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ให้ช่วยสืบสวนติดตามจับกุมตัวหมูฟ้า หรือ น.ส.ดวงอรทัย ที่มีพฤติการณ์หลอกลวงหลายรูปแบบ
พฤติกรรมหลอกลวงที่ผ่านมาก็มีทั้งแฮ็กเฟซบุ๊กผู้เสียหายสูงอายุ เอาข้อมูลรหัส ID Password เพื่อยืมเงินคนอื่น, ใช้หน้าไลน์ปลอมเป็นบุคคลอื่นเพื่อหลอกเอาเงิน, หลอกลงทุนผ่านเพจ DM WALL, หลอกขายของออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก Mami Mami เป็นต้น จากการตรวจสอบพบบัญชีที่เกี่ยวข้องกว่า 10 บัญชีที่เป็นชื่อ น.ส.ดวงอรทัย มีเงินหมุนเวียนในบัญชี ร่วมล้านบาท สืบสวนนครบาลจึงเร่งรัดออกสืบสวนติดตาม จนพบว่าเจ้าตัวตระเวนก่อเหตุฉ้อโกงในโลกออนไลน์หลายรูปแบบ เช่น ใช้หน้าไลน์ปลอมเป็นบุคคลอื่นเพื่อหลอกเอาเงิน, หลอกลงทุนผ่านเพจ DM WALL, หลอกขายของออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก Mami Mami โดยก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7 คดี โดยล่าสุดได้หลอกลวง แฮ็กเฟซบุ๊กและไลน์ของผู้เสียหายหญิงสาววัย 59 ปี เอาข้อมูลรหัส ID Password จากเฟซบุ๊กโดยการแสร้งสนทนาเพื่อขอหมายเลขโทรศัพท์ของเหยื่อ จากนั้นเมื่อได้หมายเลขโทรศัพท์แล้ว ก็นำหมายเลขโทรศัพท์ของเหยื่อใส่เข้าไปใน ID ช่อง Login แล้ว แจ้งลืม Password เพื่อให้ระบบส่งข้อความ OTP เข้าไปยังโทรศัพท์ของเหยื่อ
จากนั้นจะหลอกให้เหยื่อแค็บภาพหน้าขอข้อความดังกล่าวส่งกลับมาให้ ทำให้เฟซบุ๊กของเหยื่อตกไปอยู่ในมือผู้ต้องหาทันที และ จากนั้นก็เข้าไปตระเวนยืมเงินจากเพื่อนในแอพพลิเคชั่น ซึ่งต่อมา ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ กระทั่งออกหมายจับ น.ส.ดวงอรทัย เป็นจำนวน 3 หมายจับ

และจากการสืบสวนทราบว่า น.ส.ดวงอรทัยก่อเหตุมาเป็น จำนวนมาก มีบางคดีเจ้าตัวเดินทางไปชดใช้ค่าเสียหายและผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ไปแล้ว บางคดีมีมูลค่าความเสียถึง 500,000 บาท และยังทราบว่ายังคงตระเวนก่อเหตุมาจนถึงปัจจุบัน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น. สืบสวนจนทราบที่อยู่จนสามารถจับกุมตัวได้ โดยผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธทุกข้อหา อ้างว่าตนเป็นเพียงผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้า ได้รับค่าจ้าง 1,500 บาทต่อ 1 บัญชี ไม่ใช่เป็นผู้กระทำความผิดตัวจริงแต่อย่างใด จึงนำตัว ผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ต.ธีรเดชเปิดเผยว่า ปัจจุบันการหลอกลวงในโลกออนไลน์ สามารถทำ ได้หลายวิธี โดยผู้ต้องหารายนี้นับว่ามีประสบการณ์มาก สามารถใช้กรรมวิธี หลอกลวงหลากหลาย แม้เจ้าตัวจะอ้างว่าตนเองเป็นเพียงบัญชีม้า แต่ขัดแย้งกับพยานหลักฐาน หากใครถูกชื่อบัญชีนี้หลอกขอให้ติดต่อมาที่สืบสวนนครบาล

นาทีแสดงหมายจับ
จึงขอประชาสัมพันธ์กับประชาชนว่าการทำธุรกรรมต่างๆ ที่ตั้งต้นมาจากโลกออนไลน์ ต้องมีมาตรการตรวจสอบในเบื้องต้นให้ดี เช่น การเช็กเครดิต การตรวจสอบช่องทาง Blacklist Seller ซึ่งแผนประทุษกรรมนี้จะหลอกคนเจเนอเรชั่นเก่า จะมักเข้าไม่ถึงข้อมูล
ฉะนั้นก่อนโอนให้ปรึกษาคนใกล้ตัว ลูกหลาน ที่มีประสบการณ์ในโลกออนไลน์ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และขอฝากว่าหากพบเบาะแสอื่น สามารถแจ้งเข้ามาที่เพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ช.ม.
แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันทีตามนโยบายของ ผบ.ตร.
คำเตือนจากตำรวจไปถึงคนที่ยังไม่เลิกหากินบนความเดือดร้อนของคนอื่น
สราวุฒิ ศรีเพ็ชรสัย
เรื่อง/ภาพ