ในปี 2565-2566 น้ำตาลทรายน่าจะเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ ช่วยผลักดันการส่งออกสินค้าอาหารและเครื่องดื่มของไทย โดยไทยถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและผู้ส่งออกน้ำตาลทรายอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งได้รับอานิสงส์ราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ยืนตัวในระดับสูง ผลผลิตน้ำตาลทรายของไทยที่กลับมาฟื้นตัวและออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง
คาดว่า ปี 2566 มูลค่าการส่งออกน้ำตาลทรายของไทยน่าจะขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2565 ที่อาจเติบโตได้ถึง 125% (โดย 10 เดือนแรกปี 2565 ขยายตัว 120.1%YoY เนื่องจากฐานที่ต่ำในช่วงปี 2563-2564 จากผลกระทบโควิด)
แต่การเติบโตของปี 2566 คงอยู่ในกรอบที่จำกัด จากหลากหลายปัจจัยท้าทาย ดังนี้
1.ปริมาณผลผลิตน้ำตาลทรายในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น อาจ ส่งผลให้ระดับราคาน้ำตาลทรายโลกปรับลดลงจากปี 2565 ผลผลิตน้ำตาลโลกปี 2565/2566 มีแนวโน้มขยับขึ้น โดยเฉพาะจากบราซิล ไทย และจีน จากผลผลิตอ้อยที่สูงจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ซึ่งน่าจะชดเชยผลผลิตที่ลดลงของอินเดียและอียูได้ ส่งผลให้ระดับราคาน้ำตาลทรายล่วงหน้าในตลาดโลกปี 2566 อาจเฉลี่ยอยู่ที่ 17.6-18.6 เซ็นต์ต่อปอนด์ ปรับลดลงเล็กน้อยจากปี 2565 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 18.6 เซ็นต์ต่อปอนด์ จึงคาดว่าราคา ส่งออกน้ำตาลทรายของไทยในปี 2566 น่าจะมีทิศทางปรับย่อลง
2.ไทยอาจได้อานิสงส์บางส่วนจากมาตรการจำกัดการส่งออกน้ำตาลทรายของอินเดียและการสร้างความมั่นคงด้านอาหารในบางประเทศ
ขณะที่ภาพรวมการส่งออกน้ำตาลทรายของไทย ก็พบว่า มีตลาดคู่ค้าใหม่หลายประเทศที่มีความต้องการนำเข้าน้ำตาลทรายจากไทยมากขึ้น อาทิ จีน แทนซาเนีย เคนยา เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของการส่งออกน้ำตาลทรายของไทยยังเผชิญกับการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะกับคู่แข่งสำคัญอย่าง บราซิล ซึ่งมีส่วนแบ่งการส่งออกราว 21% ของการส่งออกน้ำตาลทรายทั้งหมดของโลก (ผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลก)
3.ข้อสรุปที่ยังไม่แน่ชัดของร่าง พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทรายฉบับใหม่
ดังนั้น แม้ว่าด้วยโอกาสทางการค้าที่ยังคงมีอยู่ แต่ด้วยปัจจัยแวดล้อมเฉพาะธุรกิจที่ยังเต็มไปด้วยความท้าทาย ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางราคาสินค้าโภคภัณฑ์
คาดว่า มูลค่าการส่งออกน้ำตาลทรายของไทยปี 2566 อาจอยู่ที่ระดับ 3,590-3,730 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือขยายตัว 1-5%
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด