นายสุพัฒน์ เมืองมัจฉา ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม และโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ที่ประชุมมหาเถรสมาคมได้รับรายงานของพระเทพสิทธิวิมล เจ้าคณะภาค 15 ซึ่งได้รับรายงานจากพระราชรัตนวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่า ในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์แบ่งการปกครองคณะสงฆ์เป็น 8 อำเภอ มีวัดจำนวน 225 วัด และที่พักสงฆ์ จำนวน 70 แห่ง รวม 295 วัด/แห่ง เป็นจังหวัดที่มีสภาพภูมิศาสตร์จากทิศเหนือสู่ทิศใต้มีความยาวกว่า 200 กิโลเมตร มีความหลากหลายทางสภาพภูมิศาสตร์ มีพื้นที่เป็นชายแดนติดต่อกับประเทศ เมียนมา มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติ เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ มีประชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นที่ตั้งของวังไกลกังวล อุทยานราชภักดิ์ อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า และมีผลการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ได้ร้อยละ 70 ในปีการศึกษา 2564 ปัจจุบันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีรองเจ้าคณะจังหวัด 1 รูป นับเป็นภาระหนักของเจ้าคณะจังหวัดและรองเจ้าคณะจังหวัดในการบริหารงานคณะสงฆ์ เพื่อให้การปกครองคณะสงฆ์ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพจึงเห็นควรให้มีตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์รูปที่ 2

การเสนอขออนุมัติดังกล่าวปฏิบัติตามระเบียบมหาเถรสมาคม กำหนดหลักเกณฑ์ให้มีรองเจ้าคณะอำเภอและรองเจ้าคณะจังหวัด พ.ศ.2537 และแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 1 (พ.ศ.2565) และมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 10/2565 เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2565 ข้อ 6 “ความว่า ในเขตปกครองท้องที่อำเภอหรือจังหวัดฝ่ายคณะสงฆ์ใดมีจำนวนวัดไม่เข้าหลักเกณฑ์ ตามข้อ 4 (ก) หรือข้อ 5 (ก) แต่มีความจำเป็นอย่างแท้จริงเนื่องในการปกครองคณะสงฆ์สมควร จะมีรองเจ้าคณะอำเภอ หรือรองเจ้าคณะจังหวัดได้เป็นกรณีพิเศษ ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของมหาเถรสมาคมพิจารณา” และหลักเกณฑ์พิเศษ ข้อ 2 (1) (2) (3) (4) และ (5) โดยได้รับความเห็นชอบจากเจ้าคณะใหญ่หนกลางแล้ว พร้อมกับมีบัญชาให้นำเสนอมหาเถรสมาคมเพื่อโปรดพิจารณา ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติอนุมัติและให้ดำเนินการได้ทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน